จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 4

ตบหน้าคนปากเสีย

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงทุบประตูไม้เนื้อหนาหน้าเรือนดังขึ้นระรัว ราวกับเกรงว่าคนข้างในจะตายเสียก่อนจะเปิดรับ ประกายไฟจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะอาหารไหววูบตามแรงสั่นสะเทือน หลินอิงชะงักตะเกียบในมือที่คีบเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สีอำพันเงางาม นางปรายตามองประตูเรือนแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนจางเหว่ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามต้องขมวดคิ้วมุ่น "ดึกดื่นป่านนี้... สุนัขบ้านไหนหลุดจากโซ่มาเห่าหน้าบ้านเราอีกแล้วล่ะเพคะพี่จาง" น้ำเสียงของหลินอิงไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย นางวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น ใช้ผ้าสะอาดเช็ดริมฝีปากช้าๆ ท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงในห้องหอ ผิดกับบรรยากาศภายนอกที่กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวาย จางเหว่ยขยับตัวลุกขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเคลื่อนไหวคล่องแคล่วดั่งพยัคฆ์ซุ่ม "พี่ไปดูเอง อิงอิง เจ้าทานต่อเถอะ" "ไม่ต้องหรอืเพคะ" หลินอิงยกมือห้าม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แขกที่ไม่ได้รับเชิญยามวิกาลเช่นนี้... เกรงว่าจะไม่ได้มาดี หากพี่ออกไปมือเปล่า พวกมันคงได้ใจ คิดว่าเรือนหลังนี้เป็นตลาดสดที่อยากจะเข้ามาเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้ ไปค่ะ... เราออกไปต้อนรับ 'ญาติผู้ประเสริฐ' ของเรากันหน่อย" แอด... เสียงประตูไม้เปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างสามร่างยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าประรั้ว แสงจันทร์สาดส่องลงมาพอให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจของ 'ป้าสะใภ้ใหญ่' และลูกสาวตัวแสบอย่าง 'หลินชุนฮวา' ข้างกายยังมีสามีจอมเจ้าเล่ห์ของชุนฮวายืนกอดอกทำหน้าหาเรื่อง "โอ้โฮ! อยู่กินกันอย่างสุขสบายจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเลยสินะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมปรี๊ดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านเชื้อเชิญ นางกวาดสายตามองสำรวจเรือนไม้ที่ได้รับการซ่อมแซมจนดูสะอาดสะอ้านและมั่นคง ก่อนจะแค่น"ฮึ" ออกมาเสียงดัง "ถึงว่าล่ะ... ถูกขับไล่ออกมาจากตระกูลใหญ่ นึกว่าจะอดตายข้างถนน ที่แท้ก็แอบซุกซ่อนสมบัติอะไรไว้สินะ ถึงได้มีกินมีใช้จนกล้าซื้อเนื้อมากินตอนดึกดื่นแบบนี้!" หลินอิงกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววคมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง "อ๋อ... ที่แท้ก็ป้าสะใภ้ใหญ่นี่เอง ลมอะไรหอบท่านมาไกลถึงเรือนโทรมๆ ของคนถูกขับไล่อย่างพวกเราล่ะคะ หรือว่าที่บ้านไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ ถึงได้มาเดินสุนัขดมกลิ่นหาเศษอาหารแถวนี้?" "นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าหลินอิงด้วยความโกรธจัด "เจ้ากล้าดียังไงมาพูดจากับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้! อบรมสั่งสอนมาเสียเสียหมด ปะป๋าเจ้าตายไปคงนอนตายตาไม่หลับที่ได้ลูกสาวไร้สัมมาคารวะเช่นนี้!" บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที อุณหภูมิลดต่ำลงราวกับเข้าสู่ฤดูหนาว จางเหว่ยที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างกายภรรยาแผ่รังสีอำมหิตออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามด้วยแววตาดุร้ายดั่งพญาอินทรีจ้องเหยื่อ ทำให้สามีของชุนฮวาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่หลินอิงกลับยกมือแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาสงบลง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยังคงงملดงาม ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เรื่องพ่อของข้า ท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ท่านนอนหลับสบายดีบนสวรรค์ ไม่เหมือนคนบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่จิตใจสกปรกโสมม คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น วันๆ เอาแต่เที่ยวไปนินทาชาวบ้านเขาไปทั่ว... เอ๊ะ หรือว่าที่มาเคาะประตูบ้านข้าตอนนี้ เพราะติดใจรสชาติอาหารในครัวข้า อยากจะมาขอส่วนบุญเหมือนขอทานข้างถนนกันแน่คะ?" "หลินอิง! เจ้ามันนังสารเลว!" หลินชุนฮวาทนฟังต่อไปไม่ไหว ก้าวออกมาข้างหน้า ชี้หน้าด่ากราดด้วยความอิจฉาริษยาที่พวยพุ่งขึ้นจนหน้าดำหน้าแดง "แกคิดว่าได้แต่งงานกับไอ้ทหารพิการไร้ค่าคนนี้แล้วจะวิเศษวิโสมาจากไหน! บ้านก็เช่า ข้าวก็จวักเดียวจะกินได้กี่วัน! วันนี้พวกฉันมานี่ไม่ได้จะมาขอทาน แต่จะมาทวงความยุติธรรม! เครื่องครัวและเสบียงพวกนี้ สมควรเป็นของตระกูลหลินต่างหาก ไม่ใช่ให้พวกแกเอามาปรนเปรอความสุขกันเองสองคน!" หลินอิงหัวเราะ "หึ..." เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "ความยุติธรรม? ของตระกูลหลิน?" หลินอิงก้าวเท้าเดินออกจากประตูเรือน ช้าๆ ทว่ามั่นคง บีบให้ป้าสะใภ้และชุนฮวาต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ "ตอนที่พวกท่านขับไล่พวกเราออกมาอย่างไร้เยื่อใย ยึดที่ดินทำกิน ยึดเงินเก็บของพ่อข้าไปจนหมดเกลี้ยง... ตอนนั้นพวกท่านเคยพูดถึงความยุติธรรมบ้างไหมคะ? ตอนที่ข้าเกือบอดตายอยู่ข้างถนน พวกท่านเคยส่งข้าวมาให้สักเมล็ดหรือเปล่า?" นางก้าวเข้าไปประชิดตัวหลินชุนฮวา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศและสบู่สมุนไพรลอยเข้าจมูก ตัดกับกลิ่นเหงื่อไคลของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง "จำใส่กะโหลกไว้ซะนะคะ... ของในเรือนนี้ แม้แต่เกลือเม็ดเดียว ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของข้ากับสามี ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตระกูลปลิงอย่างพวกท่านเลยแม้แต่น้อย! ถ้ายังไม่อยากอับอายขายหน้าจนต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินออกจากหมู่บ้านนี้ล่ะก็... ไสหัวไปให้พ้นหน้าเรือนข้าเดี๋ยวนี้!" "แก... นังตัวดี แกกล้าไล่ฉันเหรอ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่น ยกมือขึ้นทำท่าจะตบลงบนใบหน้าของหลินอิง หมับ! มือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ แรงบีบมหาศาลทำให้นางร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด จางเหว่ยไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองนางราวกับจะฉีกร่างให้เป็นชิ้นๆ "อย่ามาแตะต้องภรรยาข้า" เสียงทุบต่ำกังวานดั่งเสียงคำรามของเสือร้ายในป่าลึก ทำให้ผู้มาเยือนทั้งสามตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หลินอิงยิ้มหวานหยด นางหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่เพิ่งตักออกจากมิติลับมาถือไว้ กลิ่นหอมฉุนของน้ำพริกกะปิสูตรโบราณรสจัดจ้าน ผสมผสานกับกลิ่นหอมของมะนาวแป้นและพริกขี้หนูสวนสดๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความตึงเครียด "ในเมื่ออุตส่าห์มาเยือนถึงที่... ข้าก็มี 'ของต้อนรับ' พิเศษมอบให้พวกท่านเช่นกันค่ะ" หลินอิงปาดน้ำพริกสีแดงเข้มข้นขึ้นมาปลายช้อน ยื่นไปจ่อตรงหน้าหลินชุนฮวาที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง "ชิมดูสิคะ... เผ็ดร้อน สะใจ และรับรองว่าติดตรึงไปถึงชาติหน้าแน่นอน!" ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำพริกกำลังกระตุ้นต่อมน้ำลายอย่างรุนแรง ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับช้อนในมือหลินอิงนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนาหนักจำนวนมากราวกับกองทัพย่อยๆ ก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาว เสียงตะโกนเอะอะโวยวายของชาวบ้านดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ "แย่แล้ว! หัวหน้าหมู่บ้านพาคนมาตรวจค้นบ้านเรือน บอกว่ามีโจรลักลอบค้าของเถื่อนซ่อนตัวอยู่แถวนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 4 นี้ด้วยกันนะคะ บทบาทความแซ่บของนางเอกเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%