เสียงฟาดไม้บรรทัดเหล็กกระทบโต๊ะบัญชีดัง *ปัง!* จนเถ้าแก่เนี้ยโรงเตี๊ยมตระกูลซุนสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา
"ข้าบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่า สัญญาซื้อขายแป้งสาลีล็อตนี้ ตระกูลหลินเป็นผู้ถือสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว!"
หลินอิงกวาดสายตาคมกริบมองคู่ค้าหน้าเลือดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มุมปากยกขึ้นน้อยๆ อย่างผู้กุมชัยชนะ นางในชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีฟ้าครามดูงดงามสง่าจนผู้คนรอบข้างไม่กล้าสบตา ฐานะของครอบครัวนางในยามนี้ มิใช่ชาวสวนยากจนที่ใครจะมาเอาเปรียบได้อีกต่อไปแล้ว—มันได้กลายเป็น "ตำนาน" เล่าขานไปทั่วทั้งตำบลและอำเภอใกล้เคียง ชนิดที่ว่าขยับตัวทีไร แผ่นดินใต้เท้าก็สะเทือนถึงหูขุนนางท้องถิ่น
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ครอบครัวหลินยังเป็นเพียงเป้าหมายของการกลั่นแกล้งจากญาติผู้พี่ใจร้ายและชาวบ้านปากหอยปากปู แต่วันนี้... แค่รถม้าขนสินค้าของตระกูลหลินวิ่งผ่านหน้าหมู่บ้าน ฝุ่นตลบยังทำให้คนเหล่านั้นต้องก้มหน้ากبطคำนับด้วยความยำเกรง
"คุณหนูหลิน... เอ๊ย ฮูหยินจาง โปรดเมตตา ข้าน้อยตาบอดเอง ขอรับไว้แค่ราคาเดิมเถอะขอรับ" เถ้าแก่ซุนละล่ำละลักคุกเข่าลงแทบเท้า เสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
หลินอิงหาได้ใส่ใจคำอุทธรณ์นั้น นางจิบชาผู่อู๋หลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบชั้นดีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ก่อนจะวางลงเบาๆ จนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่มันกลับดังดั่งเสียงระฆังมรณะในใจคู่ค้า
"ความเมตตามีไว้ให้คนซื่อสัตย์ค่ะเถ้าแก่ซุน ไม่ใช่คนคดโกงที่แอบไปตัดราคาลับหลังข้า... หยิบสัญญาฉบับใหม่ขึ้นมาอ่านให้ละเอียด แล้วเซ็นชื่อเสีย หากช้ากว่านี้ เกรงว่ากิจการโรงเตี๊ยมของท่านคงต้องเปลี่ยนมือไปเป็นของ ‘คนอื่น’ ที่คู่ควรมากกว่า"
คำพูดราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดกรีดเนื้อ ทำให้เถ้าแก่ซุนรีบคว้าพู่กันละล่ำละลักลงนามทันทีโดยไม่กล้าต่อรองแม้แต่ครึ่งอีแปะ
ความมั่งคั่งที่ปิดไม่มิดของตระกูลหลินในยามนี้ แผ่ขยายออกไปทุกหย่อมหญ้า ข่าวลือหนาหูว่าจางเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารผู้เงียบขรึมของนาง ได้เลื่อนขั้นเป็นนายกองใหญ่ พร้อมทั้งกว้านซื้อที่ดินแปลงงามรอบหมู่บ้านจนกลายเป็นคหบดีใหญ่ ขณะที่หลินอิงเองก็ครอบครองกิจการลับ ทั้งโรงงานแปรรูปอาหารและเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับเมืองหลวง สินค้าจากมิติลับในซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่ถูกแปรรูปเป็นสินค้าหายาก สร้างรายได้มหาศาลจนห้องเก็บสมบัติของบ้านหลังใหญ่แทบจะปิดไม่ลง
ยามเย็นเยียบ ณ เรือนพักตระกูลหลิน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและพริกไทยเสฉวนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น จางเหว่ยถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นแผงอกกำยำและรอยแผลเป็นแห่งเกียรติยศ ทว่าดวงตาดุคมคายคู่นั้นกลับทอประกายอ่อนโยนทันทีที่เห็นร่างบางกำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ
"วันนี้เหนื่อยไหมคะท่านพี่?" หลินอิงเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา แต่มือเรียวยังคงผัดหมูสามชั้นกับเต้าเจี้ยวสูตรลับในกระทะเหล็ก เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
จางเหว่ยไม่ตอบคำพูด แต่สาวเท้าเข้าไปสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง ซบใบหน้าคมคายลงบนซอกคอฟอมหอมกรุ่นของภรรยา อ้อมแขนแข็งแกร่งรัดแน่นราวกับต้องการปกป้องคนในอ้อมกอดจากโลกภายนอกทั้งหมด "เจ้าจัดการเรื่องเถ้าแก่ซุนเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? ข้าได้ยินคนในค่ายพูดถึงความเด็ดขาดของเจ้าจนพวกมันไม่กล้าหายใจแรงเวลาพูดถึงตระกูลหลินแล้ว"
หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอี้ยวตัวมาหยิกแก้มสากของสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "พวกมันสมควรโดนแล้วค่ะ ใครใช้ให้บังอาจมาลองดีกับภรรยาของนายกองจางกันเล่า... ว่าแต่ท่านเถอะ วันนี้มีเรื่องร้อนใจอะไรในค่ายอีกหรือเปล่า หน้าตาถึงได้เคร่งเครียดนัก"
จางเหว่ยถอนหายใจยาว วางคางเกยไว้บนไหล่บาง สายตาทอดมองสำรับอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ "ไม่ใช่เรื่องในค่าย... แต่เป็นเรื่องของเจ้า ข้าเพิ่งได้รับจดหมายลับจากเมืองหลวง มีตระกูลขุนนางใหญ่เริ่มระแคะระแคะเรื่องความมั่งคั่งและสินค้าแปลกประหลาดที่บ้านเราครอบครองแล้ว พวกมันส่งคนแฝงตัวมาดูลาดเลาในหมู่บ้านเราตั้งแต่สัปดาห์ก่อน..."
มือที่กำลังถือตะหลิวของหลินอิงชะงักไปชั่วพริบตา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
"ขุนนางเมืองหลวงงั้นหรือคะ..." นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "คิดจะมาฮุบสมบัติที่ข้ากับท่านร่วมแรงร่วมใจสร้างมาตั้งแต่ในยามยากอย่างนั้นสินะคะ ช่างบังอาจนัก"
จางเหว่ยกระชับกอดให้แน่นขึ้น จูบซับลงบนขมับบางอย่างรักใคร่และมั่นคง "วางใจเถอะอิงอิง ข้าไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเรือนหลังนี้และครอบครัวของเราเด็ดขาด ใครกล้าก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้านสวนของเรา มันผู้นั้นต้องเดินออกไปพร้อมกับความหายนะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและไอร้อนของความเด็ดเดี่ยว ทันใดนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูกระทบไม้สนสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักอึ้งและเสียงตะโกนโถมเข้ามาจากหน้าประตูรั้วบ้านสวน
"เปิดประตู! ทางการจากเมืองหลวงมีราชโองการด่วนที่สุด มาตรวจสอบการครอบครองทรัพย์สินต้องสงสัยของตระกูลหลิน!"
จางเหว่ยผละออกจากร่างภรรยาช้าๆ นัยน์ตาดุคมกริบวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร ขณะที่หลินอิงค่อยๆ วางตะหลิวลงบนเตา รอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมของหมูผัดเต้าเจี้ยวที่ยังคงคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วเรือน
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 32
ความมั่งคั่งที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!