จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 33

เตรียมตัวสู่ชีวิตในเมือง

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงกระแทกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *“เพล้ง”* ไม่ได้ทำให้หลินอิงสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยยังคงมองลอดผ่านควันกรุ่นของน้ำชาสมุนไพรที่นางเพิ่งต้มเสร็จด้วยท่าทีเยือกเย็น “เจ้าคิดดีแล้วหรือ หลินอิง? การเอาตัวเข้าไปซุกในรังเสือดาวอย่างเมืองหลวง... มันไม่ใช่แค่เรื่องขายของเล่นแก้เบื่อ แต่มันหมายถึงการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงของพวกตระกูลใหญ่!” น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความริษยาของสะใภ้รองตระกูลจางดังขึ้นอีกครั้ง นางจงใจกดเสียงต่ำเพื่อข่มขวัญ แต่สำหรับหลินอิงแล้ว มันเป็นเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรรบกวนประสาทช่วงค่ำเท่านั้น หลินอิงวางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ กลิ่นหอมฉุนของพริกหอมและเครื่องเทศสูตรลับจากมิติลับในห้วงจิตสำนึกยังคงลอยอวลอยู่ปลายจมูก นางปรายตามองพี่สะใภ้ผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายผู้นี้ด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับถูกงูพิษจ้องมอง “รังเสือดาวหรือคะ? น่าเสียดายนะคะพี่รอง... เสือพวกนั้นต่อให้ดุร้ายแค่ไหน สุดท้ายก็ยังต้องก้มหัวกินเนื้อที่ ‘เหยื่อ’ อย่างฉันเป็นคนโยนให้กินอยู่ดี” หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยแต่นิ่งสนิท มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีนวลมาเช็ดมืออย่างใจเย็น “อีกอย่าง การออกไปเปิดตลาดในเมืองหลวงครั้งนี้ ฉันไม่ได้ไปในฐานะ ‘เหยื่อ’ แต่ฉันไปในฐานะผู้ล่า ที่จะไปกวาดเงินพวกมันมาเข้ากระเป๋าต่างหากล่ะคะ” จางเหว่ยที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องมานาน ในชุดเครื่องแบบนายทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนบดบังแสงไฟจากตะเกียงจนมิด เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธวางลงบนไหล่บางของหลินอิงอย่างแผ่วเบา แต่การกระทำนั้นเปี่ยมด้วยความหมายที่ประกาศชัดเจนว่า เขาพร้อมสนับสนุนนางในทุกหนทาง ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นเหวือกนกหรือกองเพลิงก็ตาม “ภรรยาของฉันอยากไปที่ไหน ฉันก็จะกวาดทางให้เรียบ” จางเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดุดัน และเด็ดขาด สายตาคมกริบกวาดมองเครือญาติที่พากันมานั่งชุมนุมประท้วงในห้องโถงด้วยความรังเกียจ “ใครกล้าขวางทางนาง หรือคิดตอดเล็กตอดน้อยตระกูลจางสาขาหลัก... คงต้องถามกระบองในมือฉันเสียก่อน ว่ามันเห็นชอบด้วยหรือไม่” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าสบตากับนายทหารหนุ่มผู้มีรัังสีอำมหิตแผ่ออกมา แม้แต่พี่สะใภ้รองยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลินอิงแอบอมยิ้ม1 ในใจ นางเอียงศีรษะเล็กน้อยซบใบหน้าลงกับฝ่ามืออุ่นที่วางอยู่บนไหล่ เคมีและความเข้าขาของคนทั้งคู่ในยามนี้นั้น ช่างเย้ยหยันสายตาอิจฉาริษยาของคนรอบข้างเสียเหลือเกิน ความจริงแล้ว การตัดสินใจขยายกิจการเข้าไปยังตัวเมืองใหญ่ ไม่ได้เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือหมากตาสำคัญที่นางวางแผนไว้นานแล้ว ในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่ของนางเวลานี้ สินค้าแปรรูป วัตถุดิบหายาก และเครื่องปรุงรสรสเลิศมีปริมาณล้นทะลัก หากยังขังตัวเองอยู่แค่ในอำเภอชนบทเล็กๆ แห่งนี้ นอกจากจะสร้างกำไรได้จำกัดแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้พวกหมาป่าตาขาวคอยตามรังควานไม่เว้นแต่ละวัน การยกพลขึ้นบกสู่เมืองหลวง คือการประกาศศักดาให้รู้ว่า “ครัวคุณยาย” หาใช่ร้านอาหารบ้านๆ ธรรมดา แต่คืออาณาจักรธุรกิจรสชาติที่ไร้ผู้ต่อต้านต่างหาก “เอาล่ะค่ะ ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว ฉันก็มีเรื่องจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน” หลินอิงผละตัวออกจากอ้อมแขนของสามี นางเดินไปหยิบสมุดบัญชีปกหนังสีเข้มขึ้นมาเปิดกางออก เสียงกระดาษพลิกดังสวบสาบในความเงียบ “สัญญาเช่าตึกสามชั้นกลางย่านการค้าในเมืองหลวง... ฉันได้ทำการเซ็นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันก่อน” *“พรวด!”* น้ำชาที่พี่สะใภ้รองเพิ่งจิบเข้าไปถึงกับพ่นออกมา “E-หลินอิง! เจ้าบ้าไปแล้วรึ! ตึกกลางเมืองหลวงนั่นค่าเช่าเท่าไหร่ เจ้าเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายขนาดนั้น! หรือว่า... เจ้าแอบยักยอกเงินกองกลางของตระกูลไป!” เสียงแหลมปรี๊ดของนางดังลั่นบ้าน จนจางเหว่ยต้องส่งเสียง “ฮึ” ออกมาจากลำคอ พร้อมกับปลดกระดุมคอเสื้อออกหนึ่งเม็ดอย่างรำคาญใจ หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยความขบขัน “เงินกองกลางของตระกูลท่านน่ะหรือคะ? แค่ค่าอาหารหมูที่บ้านพวกท่านยังต้องมาเบิกจากฉันเลย อย่าพูดคำว่ายักยอกให้ขำขันนักดีกว่าค่ะพี่รอง เงินที่ฉันใช้ซื้อตึก... เป็นกำไรจากการขาย ‘น้ำพริกเผากากหมูสูตรโบราณ’ เพียงแค่สามวันเท่านั้นค่ะ” คำตอบนี้ทำเอาทุกคนในห้องอ้าปากค้าง น้ำพริกกระปุกละไม่กี่อีแปะ จะขายดีจนซื้อตึกกลางเมืองใหญ่ได้เชียวหรือ? แต่นั่นคือความจริงที่เถียงไม่ได้ เพราะชื่อเสียงของ “ครัวคุณยาย” ในตลาดมืดและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากระเป๋าหนักเวลานี้ กลายเป็นสินค้าหายากระดับพรีเมียมที่ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ “เราจะออกเดินทางกันในอีกสามวันข้างหน้า” หลินอิงกล่าวสรุปเสียงเฉียบขาด นางไม่สนใจเสียงททักท้วงหรือคำครหาใดๆ อีกต่อไป “ส่วนกิจการร้านอาหารที่นี่ ฉันจะมอบหมายให้ลุงเฉินและอาหมิงช่วยกันดูแลต่อ ใครอยากจะกินอยากจะใช้บริการก็เชิญตามสบาย แต่ถ้าใครคิดจะตอดเล็กตอดน้อยทรัพย์สินของร้านนี้อีกแม้แต่แดงเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” ตกดึก... ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของบ้านไม้ หลินอิงกำลังนั่งนับสมุดบัญชีและตรวจเช็กรายการสินค้าในมิติลับ แสงตะเกียงสีส้มสาดส่องกระทบใบละมุนของนางให้ดูอ่อนโยนและน่าหลงใหลเป็นพิเศษ จางเหว่ยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายกำยำมีหยดน้ำเกาะพราวตามกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง เขาสวมเพียงกางเกงขายาวผ้าฝ้าย เดินเข้ามาสวมกอดนางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซุกซบลงที่ซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของภรรยา “เหนื่อยไหม?” เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนหลินอิงต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ “ไม่เหนื่อยค่ะ... แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย” หลินอิงวางปากกาลง นางเอี้ยวตัวไปโอบรอบลำคอหนาของสามี นัยน์ตาสุกสกาวมองสำรวจใบหน้าคมเข้มที่มักจะทำตัวดุใส่คนอื่น แต่กลับอ่อนโยนกับนางเสมอ “คุณเหว่ยคะ... ไปอยู่เมืองหลวงแล้ว คุณไม่เสียดายตำแหน่งผู้กองที่นี่หรือคะ?” จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกอดกระชับเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น “ตำแหน่งอะไรนั่น จะสู้เมียรักของผมได้อย่างไรกัน? กองทัพย้ายผมไปประจำการที่เมืองหลวงตั้งนานแล้ว เพียงแต่ผมยังไม่ได้บอกใคร... ผมรอให้คุณเอ่ยปากชวนต่างหากล่ะ” หลินอิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ เจ้าคนผู้นี้... วางแผนล่วงหน้ายิ่งกว่านางเสียอีก! ขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดัง *“ปัง! ปัง! ปัง!”* ก็ดังขึ้นอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายของคนรับใช้หน้าบ้านที่ร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก “คุณหนูหลิน! นายท่านใหญ่! แย่แล้วครับ! มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่พังประตูรั้วเข้ามา พวกมันอ้างว่าเป็นคนจาก ‘ตระกูลหลิว’ แห่งเมืองหลวง มาพร้อมกับหนังสือทวงหนี้ และ... และกำลังจะพังห้องครัวของเราแล้วครับ!” หลินอิงชะงัก รอยยิ้มเยдяเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที นางค่อยๆ แกะมือของสามีออก ยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับสะบัดชายเสื้อให้เข้าที่ ดวงตาดอกทอส่องประกายความเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เพิ่งลับใหม่ ตระกูลหลิวจากเมืองหลวงตามมาถึงที่นี่เร็วกว่าที่คิดเสียอีก... ดูท่าว่าค่ำคืนนี้ เครื่องแกงเผ็ดร้อนสูตรพิเศษของ “ครัวคุณยาย” คงต้องเปิดเตาต้อนรับแขกที่ไม่รู้จักเจียมตัวเสียแล้วกระมั้งคะ! ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%