จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 34

เปิดร้านอาหารหรูในเมือง

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกับถาดเงินดังเพล้ง! เศษพอร์ซเลนสีขาวสะอาดกระเด็นไปติดปลายรองเท้าหนังขัดมันวับของเศรษฐีินีตระกูลใหญ่ ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากบ่นสักแอะเดียว ในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวชั้นบนสุดของภัตตาคารหรูใจกลางเมืองเวลานี้ บรรยากาศอึดอัดเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังฟังดูราวกับเสียงฟ้าคำราม "นี่หรือคะ... เมนูเด็ดที่เหล่าคุณหนูตระกูลสูงส่งร่ำลือกันนักหนਾ?" หลินอิงกวาดสายตามองจานสลัดเนื้อปลาหิมะราดซอสครีมที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบนั้นเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีขาวค่อยๆ วางช้อนเงินลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามรากับนางพญาผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในห้องนี้ไว้ในกำมือ "คุณ... คุณหลิน อากาศในห้องนี้อาจจะร้อนไปหน่อย กระมังคะ" ภรรยาของท่านปลัดกระทรวงผู้ทรงอิทธิพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้จะพยายามรักษาภาพลักษณ์ผู้ดีโบราณไว้แค่ไหน แต่ความกดดันจากสตรีผู้มาจากบ้านสวนกลับบีบเค้นจนนางแทบหายใจไม่ออก หลินอิงไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงแต่หันไปสบตากับจางเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารยศสูงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังเงาประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศแผ่รังสีน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องขยับตัว สายตาคมกราบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองเหล่าแขกเหรื่อระดับสูงที่นั่งตัวลีบอยู่รอบโต๊ะยาว สายตาคู่นั้นส่งสัญญาณชัดเจน— *ใครกล้าหาเรื่องภรรยาของเขา เตรียมตัวรับผลที่จะตามมา* ภรรยาของนายพลยศใหญ่ผู้เคยเหยียดหยามร้านอาหารเล็กๆ ของหลินอิงเมื่อเดือนก่อน ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางจำได้แม่นยำว่าสตรีตรงหน้านี้เคยใช้เวลาเพียงสามวันในการพลิกฟื้นตลาดมืดและทำให้ตระกูลพ่อค้าคนกลางที่คอยสูบเลือดเนื้อชาวบ้านต้องล้มละลายชั่วข้ามคืนได้อย่างไร "อาหารชนชั้นนำที่ปรุงด้วยความรีบร้อน ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งวัตถุดิบ ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษอาหารหมักดองที่ตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนหรอกค่ะ" หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ในเมื่อพวกท่านอุตส่าห์ลงทุนเชิญฉันมาเปิดร้านชิมอาหารทดลองในเขตเมืองชั้นในทั้งที... วันนี้ ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่า รสชาติที่แท้จริงที่สามารถซื้อความภักดีของคนทั้งเมืองได้นั้น หน้าตาเป็นอย่างไร" สิ้นคำพูด หลินอิงก็ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง จางเหว่ยพยักหน้ารับคำสั่งอย่างไร้เสียง ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยหนุ่ม พร้อมกับกลิ่นหอมอวลอันเป็นเอกลักษณ์ที่พัดโชยเข้ามาก่อนตัว กลิ่นหอมลึกล้ำที่ผสมผสานระหว่างความเผ็ดร้อนของเครื่องแกงสูตรลับในมิติลับ ความหวานฉ่ำของเนื้อตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนนานข้ามคืน และกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรโบราณที่หาไม่ได้ในตลาดทั่วไป บรรดาแขกเหรื่อต่างสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยขุ่นมัวด้วยความเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นประกายความอยากรู้อยากเห็นระคนตะลึงงันทันที หลินอิงลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปรับภาชนะดินเผาเคลือบโบราณจากมือสามีด้วยความนุ่มนวล นางไม่ได้ใช้เครื่องครัวเงินทองราคาแพงระยับเหมือนที่ภัตตาคารแห่งนี้จัดเตรียมไว้ ทว่าเลือกใช้หม้อดินเผาเนื้อหยาบที่เก็บรักษาความร้อนและกลิ่นอวลของเครื่องเทศไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด "เมนูนี้มีชื่อว่า 'แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายตุ๋นเตาถ่านโบราณ' ค่ะ" หลินอิงตักน้ำแกงสีเขียวมรกตเข้มข้นราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่ควันพวยพุ่งขึ้นมาจางๆ กลิ่นหอมทะลักทะลายจนกลบกลิ่นคาวของอาหารหรูราคาแพงบนโต๊ะจนหมดสิ้น "เชิญค่ะ... ลองชิมดูสักคำ แล้วพวกท่านจะรู้ว่า อำนาจและเงินตรา ไม่เคยซื้อความหิวโหยที่แท้จริงได้" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทุกสายตาจ้องมองช้อนกระเบื้องในมือของภรรยาปลัดกระทรวงที่ค่อยๆ ตักน้ำแกงเข้าปากด้วยความสั่นเทา ทันทีที่รสชาติสัมผัสกับปลายลิ้น ดวงตาฝ้าฟางของผู้สูงศักดิ์ก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อม ละมุนละไมด้วยกะทิสดเคี่ยวจนแตกมันกำลังดี ผสานกับความนุ่มละลายในปากของเนื้อตุ๋นที่ผ่านการหมักด้วยสมุนไพรลับจากมิติพิเศษ ทำให้ต่อมรับรสทุกอณูตื่นตัวราวกับถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพจากความตาย ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายและความตะกึงตะกะในการตักคำที่สองและสามตามมาอย่างหยุดไม่อยู่ หลินอิงยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยي็นชา นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกในการยึดครองตลาดอาหารของชนชั้นสูงในเมืองหลวงแห่งนี้ แผนการขยายอาณาจักรธุรกิจ "ครัวคุณยาย" กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นตามหมากที่นางวางไว้ทุกประการ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอาหารอันล้ำเลิศ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกอย่างเร่งรีบ เสียงเอะอะโวยวายและเสียงตะคอกของทหารรักษāพระองค์ดังทะลุประตูไม้สักทองเข้ามา ปัง! ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกถีบเปิดออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ ร่างในชุดสูทสากลสีดำสนิทของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบึ้งตึงและมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาเดินนำหน้าองครักษ์อารักขาเข้ามา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของจางเหว่ย และมาจบลงที่ใบหน้าเรียบเฉยของหลินอิง "ท่านผู้ตรวจการหลี่?" ภรรยาปลัดกระทรวงอุทานออกมาด้วยความตกใจหน้าถอดสี ชายผู้มาใหม่ไม่ได้สนใจเสียงร้องระงมนั้น เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร ชำเลืองมองหม้อดินเผาที่มีควันกรุ่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองหลินอิงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "เก่งมาก... สะใภ้ตระกูลจาง เจ้ากล้าหาญมากที่เปิดร้านลับท้าทายกฎหมายการค้าในเขตหวงห้ามเช่นนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยอำนาจล้นเหลือ "แต่เกรงว่าอาหารจานนี้ของเจ้า... จะเป็นจานสุดท้ายที่เจ้าได้มีโอกาสปรุงในเมืองหลวงแห่งนี้แล้วกระมัง" ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%