จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 11

ชีวิตใหม่ในกระท่อมท้ายไร่

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าอยากจะตัดขาดจากคนพวกนั้น ก็ต้องทำให้ขาดจริงๆ นะเจ้าคะ อย่าให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวความสงสารที่พวกเขาสามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อรองได้" หลินอิงวางมีดปังตอลงบนเขียงไม้เสียงดัง 'ปึก' ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูบ้านพักที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ ดวงตาคมกริบของจางเหว่ยไม่ได้แสดงความลังเลแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ก่อนจะใช้มือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนมาตลอดหลายปี เอื้อมไปหยิบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นที่เธอเตรียมไว้ขึ้นมาพินิจ "พี่ไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง ตระกูลจางสำหรับพี่... จบลงตั้งแต่วันที่พวกเขาเห็นแก่ได้มากกว่าเห็นแก่ชีวิตของเจ้า" จางเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเด็ดขาดราวกับคำสั่งในกองทัพ "ที่นี่คือบ้านของเรา และต่อจากนี้ ใครที่คิดจะเหยียบย่างเข้ามาสร้างความเดือดร้อน พี่จะเป็นคนจัดการเอง" หลินอิงยิ้มมุมปาก เธอหมุนตัวกลับไปที่เตาถ่านที่เพิ่งก่อขึ้นใหม่ในกระท่อมท้ายไร่ กลิ่นไม้ฟืนที่กำลังติดไฟส่งกลิ่นหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตก บรรยากาศเงียบสงบห่างไกลจากความวุ่นวายของบ้านหลักตระกูลจางราวกับอยู่คนละโลก ที่นี่ไม่มีเสียงด่าทอของแม่สามี ไม่มีสายตาจ้องจับผิดของพี่สะใภ้ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นไปในจังหวะเดียวกันกับสามีของเธอ เธอหยิบขวดซีอิ๊วและเครื่องเทศที่ 'หยิบยืม' มาจากมิติลับออกมาวางอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวสวยเริ่มบรรเลงทำอาหาร 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ' กลิ่นหอมเข้มข้นเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมไม้หลังเล็ก เนื้อหมูที่ถูกเคี่ยวจนหนังนุ่มละลายในปาก มันวาวด้วยสีน้ำตาลเข้มจากน้ำตาลกรวดที่เคี่ยวจนได้ที่ หลินอิงบรรจงตักอาหารใส่ถ้วยดินเผา วางลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าที่เธอกับจางเหว่ยช่วยกันขัดจนขึ้นเงา "กินเสียสิคะ วันนี้ทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว" จางเหว่ยไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่มองใบหน้าด้านข้างของภรรยาที่ดูผ่อนคลายและงดงามกว่าทุกวันที่ผ่านมา ในสายตาของเขา หลินอิงไม่ใช่แค่ภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ แต่เป็นผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดที่เขาเคยรู้จัก เธอตัดสินใจหอบข้าวของแยกตัวออกมาในเวลาที่ไม่มีใครกล้าทำ สิ่งที่เธอได้รับอาจจะเป็นคำครหา แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ คือความอิสระที่เปล่งประกายออกมาจากแววตาของเธอ "อร่อยมาก... ฝีมือเจ้าไม่เคยเปลี่ยน" จางเหว่ยเอ่ยปากชมสั้นๆ ทว่าจริงใจ "ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ นะคะ ต่อไปนี้เราจะมีแต่ของอร่อยๆ กินทุกวัน เพราะฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเราอีก แม้แต่เศษข้าวเพียงเม็ดเดียวก็ต้องเป็นของเรา" หลินอิงกล่าวพร้อมกับตักหมูชิ้นโตใส่ชามให้เขา ดวงตาของเธอฉายแวววาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น นี่ไม่ใช่แค่การย้ายออกมา แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่เธอจะสร้างขึ้นด้วยมือของเธอเอง ทั้งอาหารที่เธอทำและการค้าขายในอนาคต ทว่า ความสงบสุขย่อมอยู่ได้ไม่นาน... ขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหาร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ที่มุ่งหน้าเข้าสู่กระท่อมท้ายไร่ แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบไปมาผ่านช่องหน้าต่างไม้ เสียงเอะอะโวยวายของหญิงวัยกลางคนที่คุ้นหูเหลือเกินดังแทรกผ่านความเงียบเข้ามา "หลินอิง! นังสะใภ้เนรคุณ! ออกมาเดี๋ยวนี้! แกคิดว่าย้ายออกมาแล้วจะหนีพ้นความรับผิดชอบต่อตระกูลได้งั้นรึ! ออกมาส่งเงินค่าดูแลบ้านมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" หลินอิงชะงักตะเกียบในมือ เธอหันไปสบตาจางเหว่ยเพียงครู่เดียว ก่อนจะเห็นเขาวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ แววตาดุจพยัคฆ์ของเขากลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันฉายชัดถึงความรำคาญใจอย่างถึงที่สุด จางเหว่ยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาบดบังแสงไฟจนทำให้บรรยากาศในกระท่อมดูเย็นเยียบลงถนัดตา "เจ้าอยู่ในนี้" จางเหว่ยกำชับสั้นๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังประตู หลินอิงไม่ได้นั่งรอเฉยๆ เธอรู้ดีว่าแม่สามีที่เห็นแก่ได้คนนี้ไม่ยอมจบง่ายๆ เธอหยิบถุงผ้าเล็กๆ ในมิติลับออกมาข้างในบรรจุ 'อะไรบางอย่าง' ที่เธอเตรียมไว้รับมือกับคนพาลโดยเฉพาะ เธอเดินตามจางเหว่ยออกไปอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ภาพของแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวอยู่กลางลานดินกับสมุนในหมู่บ้านอีกสองสามคนก็ปรากฏแก่สายตา "เหว่ย! เจ้าดูเมียเจ้าสิ! มันกล้าดียังไงถึงได้—" ยังไม่ทันที่นางจะด่าจบ หลินอิงก็แทรกตัวออกมาจากด้านหลังของจางเหว่ย ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งเกินกว่าใครจะคาดคิด เธอวางถุงผ้าในมือลงบนแคร่ไม้ไผ่หน้ากระท่อม เสียงเหรียญกษาปณ์กระทบกันดัง 'เคร้ง' จนทุกคนเงียบเสียงลง "อยากได้เงินนักใช่ไหมคะ?" หลินอิงถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้คนทั้งกลุ่มรู้สึกหนาวสะท้าน "ได้... แต่อยากรู้จังว่า ถ้าชาวบ้านรู้ว่าที่พวกท่านมาหาดิฉันถึงที่นี่ เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้พนันที่บ้านหลัก... พวกเขาจะยังมองตระกูลจางด้วยสายตาชื่นชมอยู่หรือเปล่านะ?" แม่สามีหน้าถอดสีทันที ขณะที่คนข้างหลังเริ่มซุบซิบกันอื้ออึง หลินอิงไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้หญิงสูงวัยอีกหนึ่งก้าว แล้วกระซิบเสียงต่ำจนได้ยินกันเพียงสองคน "และถ้าฉันเอา 'หลักฐาน' นี้ไปบอกหัวหน้าหมู่บ้าน... ท่านคิดว่าคุกจะรอนานแค่ไหนคะ?" ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงค่ะ - ครัวคุณยาย
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%