"ถ้าสะใภ้ใหญ่บ้านนั้นยังกล้าเอาหน้าหนาๆ มาเหยียบเรือนเราอีก ข้าจะเอาพริกแกงตำมือสาดหน้าให้เข็ดเขี้ยว!"
เสียงกระแทกครกหินกระทบสากดังปังใหญ่ สะท้อนความหงุดหงิดระคนเด็ดเดี่ยวของหลินอิงในยามวิกาล เปลวไฟจากเตาฟืนสีส้มเรืองรองสะท้อนใบหน้างามที่ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ หลินอิงไม่ได้สนใจไยดีกับพวกญาติสามีจอมเปรี้ยวดั่งมะนาวไม่รู้ผอมเหล่านั้นอีกต่อไป ในเมื่อโลกยุคนี้มันอยู่ยาก เงินในกระเป๋าคือความจริงแท้ที่สุด การสร้างอาณาจักรธุรกิจด้วยสองมือและซูเปอร์มาร์เก็ตมิติในหัวต่างหากคือหนทางรอด
กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีป่าและลูกพีชฉ่ำน้ำที่เคี่ยวเคี่ยวรวมกับน้ำตาลทรายแดงในกระทะทองเหลืองกำลังส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว กลิ่นหอมฟุ้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรับประทานเล่นในครอบครัว แต่มันคือ "สินค้าพรีเมียม" ล็อตแรกที่จะพลิกสถานะของครอบครัวจางในตลาดมืดคืนนี้
จางเหว่ยเดินย่างสามขุมเข้ามาเงียบๆ ดั่งเสือดาวในความมืด เขาสวมเสื้อทหารสีเขียวเข้มที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแข็งแกร่งเป็นมัดๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รอยเปื้อนคราบน้ำตาลบนแก้มเนียน
"เจ้าทำงานหนักเกินไปแล้วอิงอิง... ให้พี่ช่วยคนเดียวยังดีเสียกว่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดตัว ใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากให้เธออย่างเบามือ ท่าทางที่ดุเดือดในสนามรบกลับกลายเป็นอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่สุดยามอยู่ต่อหน้าภรรยา
หลินอิงค้อนขวับให้สามีหนุ่มรูปงามไปหนึ่งวง สายตาคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "ท่านพี่อย่ามาทำปากหวานกลบเกลื่อนนะคะ ข้าตื่นมาเคี่ยวแยมพวกนี้ตั้งแต่หัวค่ำจนดึกดื่น ท่านต่างหากที่แอบไปทำลับๆ ล่อๆ ข้างนอกมา... ตกลงว่าจัดการเรื่องเส้นทางไปตลาดมืดเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?"
จางเหว่ยคลี่ยิ้มบางๆ มุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยความทึ่งในความฉลาดเป็นกรดของภรรยา เขาขยับเข้าใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอ "เรียบร้อยดีทุกอย่าง ลูกน้องคนสนิทของข้าจัดเตรียมเกวียนขนสินค้าอำพรางไว้ใต้กองฟืนท้ายหมู่บ้านแล้ว ไม่มีใครกล้าสงสัยหรอก... ว่าแต่ เจ้าแน่ใจนะว่า 'แยมผลไม้' กับ 'เนื้อเค็มรสเผ็ดจัดจ้าน' สูตรลับของเจ้า จะขายให้กับพวกพ่อค้าคนกลางในตลาดมืดได้ราคาดีตามที่คุยไว้?"
"ท่านดูถูกฝีมือแม่ครัวมือหนึ่งอย่างข้าเกินไปแล้ว!" หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างมั่นอกมั่นใจ เธอยกทัพพีไม้ขึ้นตักแยมสีแดงฉ่ำใสที่เคี่ยวได้ที่จนเหนียวข้นกำลังดี หยดลงบนแผ่นแป้งโฮลวีตบางๆ ที่เพิ่งปิ้งจนกรอบร้อนๆ ยื่นส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า "อ้าปากซะ... ชิมดูสิ แล้วท่านจะรู้ว่ารสชาติความร่ำรวยมันเป็นอย่างไร"
จางเหว่ยอ้าปากรับคำท้าโดยไม่ลังเล รสชาติหวานอมเปรี้ยวละมุนลิ้นที่ระเบิดขึ้นในปาก ตัดกับความกรอบหอมของแป้ง ทำให้ดวงตาคมของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหวานซ่อนเปรี้ยวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มันคือความกลมกล่อมที่ลงตัวราวกับเวทมนตร์
"อร่อย... หวานล้ำและสดชื่นอย่างยิ่ง" จางเหว่ยเอ่ยพึมพำด้วยความทึ่ง
"ยังไม่หมดแค่นี้..." หลินอิงหันไปหยิบโหลแก้วใสที่บรรจุเนื้อเค็มหมักเครื่องเทศสูตรยูนนานผสมผสานกับพริกแห้งคั่วป่นละเอียดจนได้สีแดงเข้มจัดจ้าน กลิ่นหอมของพริกและเครื่องเทศเตะจมูกจนชวนน้ำลายสอ "นี่คืออาวุธลับชิ้นที่สอง 'เนื้อเค็มสวรรค์' ที่เคี้ยวหนึบหนับ ยิ่งเคี้ยวยิ่งเผ็ดร้อนสะใจ เหมาะกับพวกนักเลงหัวไม้และพ่อค้ากระเป๋าหนักในตลาดมืดที่ชอบดื่มเหล้าขาวเป็นที่สุด ข้ากล้าพนันเลยว่า ของพวกนี้จะหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงก้านธูปเดียว!"
สองสามีภรรยาช่วยกันบรรจุแยมลงในโหลแก้วขนาดพอดีมือ และห่อเนื้อเค็มด้วยใบตองหนาแน่นเพื่อรักษาความชื้นและกลิ่นหอม ก่อนจะลำเลียงทั้งหมดใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่สานสองใบใหญ่ หลินอิงสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้ม ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะอำพรางใบหน้า ท่าทางของเธอมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิตใหม่ให้หลุดพ้นจากความยากจน
การเดินทางสู่ตลาดมืดภายใต้แสงจันทร์สลัวเริ่มต้นขึ้น จางเหว่ยกุมมือภรรยาไว้แน่นตลอดทางเดินลัดเลาะผ่านสวนหลังบ้านและพุ่มไม้ทึบ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งรีดเรไร แต่หัวใจของทั้งสองกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของก้าวแรกในการทำธุรกิจนอกกฎหมาย ทว่าเต็มไปด้วยผลกำไรมหาศาล
เมื่อมาถึงตรอกแคบหลังโรงเตี๊ยมร้าง ซึ่งเป็นจุดนัดพบค้าขายสินค้าเถื่อนของคนกลุ่มน้อยและพ่อค้าเร่ หลินอิงกวาดสายตาคมปลาบสำรวจรอบกายทันที นางพบว่ามีสายตาหลายคู่มองตรงมาที่ตะกร้าในมือพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความโลภปะปนกัน
จางเหว่ยขยับตัวบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากุมด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ที่เอวอย่างระแวดระวัง แต่หลินอิงกลับตบแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนคลาย นางก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มการค้าอันทรงเสน่ห์ถูกจุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมเอמהทักทายเสียงใสแต่กังวานไปทั่วตรอกมืด
"ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน... ค่ำคืนนี้ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คงกำลังมองหาอะไรที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้าและกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าอยู่ใช่ไหมคะ?"
คำพูดเปิดฉากที่ทรงพลังทำให้กลุ่มพ่อค้าในเงากลุ่มหนึ่งชะงัก ชายร่างใหญ่ไว้หนวดเคราครึ้มเดินก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาหรี่มองนางด้วยความประเมิน "เจ้าหนูน้อย... เจ้าขายอะไร ถึงได้กล้ามาเสนอขายกลางตลาดมืดแห่งนี้?"
หลินอิงไม่สะทกสะท้าน นางเปิดฝาโหลแก้วแยมผลไม้ และแกะห่อใบตองเนื้อเค็มออกช้าๆ กลิ่นหอมหวานของผลไม้และกลิ่นเครื่องเทศเผ็ดร้อนพวยพุ่งทะลักออกมารบกวนโสตประสาทของทุกคนในรัศมีสิบเมตรทันที พ่อค้าหนวดเคราสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่
ทว่า ในวินาทีที่การเจรจาธุรกิจกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมแสงคบเพลิงสว่างวาบก็พุ่งตรงเข้ามาจากปากตรอก เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นทะลุความมืดเข้ามา
"จับตัวพวกมันไว้! พวกมันแอบลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายในเขตควบคุม!"
หลินอิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ดวงตาสะท้อนประกายความดุร้ายราวดั่งพญาเสือเตรียมตะครุบเหยื่อ ทว่าก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว ชายหนุ่มร่างสูงผู้สวมชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังกลุ่มทหารลาดตระเวน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้หลินอิงต้องชะงักค้างไปทั้งร่าง
"ไม่ต้องตื่นตูมไป... ข้าแค่อยมาซื้อ 'ของอร่อย' ฝีมือภรรยาเจ้า ท่านนายทหารจาง... หรือว่าข้ามาช้าเกินไปจนของหมดเสียแล้ว?"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงค่ะ - ครัวคุณยาย
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 12
เริ่มธุรกิจแปรรูปอาหาร
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!