จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 10

แผนแยกบ้านฉบับสายเปย์

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"จะเอาเท่าไหร่ว่ามา! แต่อย่าคิดมาขู่ครอบครัวเราด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก!" กระดาษเช็คเงินสดปึกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังปัง! แรงกระแทกนั้นทำให้ถ้วยชาเซรามิกสีหม่นสั่นสะเทือนจนน้ำชาสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีซีด หลินอิงหรี่ตามองปึกธนบัตรและเช็คเงินสดที่กองอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวไม่ได้แตะต้องเงินเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย เธอกลับค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามรูบขอบถ้วยชาช้าๆ อย่างใจเย็น สวนทางกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องรับแขกของบ้านใหญ่ตระกูลจางที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่สามีและเหล่าบรรดาญาติผู้พี่ที่มารุมล้อม "คุณแม่คะ..." หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องชะงัก "เงินห้าพันหยวนกับบ้านหลังเก่าทรุดโทรมท้ายหมู่บ้านนี่ คิดว่าซื้อความสงบสุขของฉันกับพี่เหวี่ยงได้จริงๆ หรือคะ? หรือท่านกลัวว่าความลับเรื่องที่พวกท่านแอบขายโควตาปุ๋ยหลวงเมื่อปีกลายจะหลุดรอดออกไปถึงหูหน่วยงานตรวจสอบกันแน่" ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่สามีเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความเดดดาล นางตบโต๊ะฉาดใหญ่จนร่างสั่นเทา "นังสะภาร, ปากดีนักนะ! แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อรองกับบ้านใหญ่! แค่ไสหัวออกไปจากตระกูลจางแล้วอย่ากลับมาเหยียบคันนาที่นี่อีก แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ!" "ใจเย็นๆ ก่อนสครับ... เอ๊ย ใจเย็นๆ ก่อนสิคะคุณแม่" หลินอิงหัวเราะในลำคอเบาๆ การได้เห็นคนโลภต้องดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวช่างเป็นมหรสพที่น่าสนุกเสียจริง หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเสื้อผ้าฝ้ายตัดเย็บอย่างประณีตขับให้รูปร่างเพรียวระหงดูโดดเด่นตัดกับความซอมซ่อของบ้านเรือนไม้เก่าๆ "แต่ไหนๆ จะแยกบ้านกันทั้งที ฉันไม่ได้อยากได้เศษเงินทานทานของพวกท่านหรอกนะคะ..." เธอยื่นมือไปหยิบกระดาษสัญญาแบ่งแยกครอบครัวที่ร่างเตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าเอกสารหนังสีน้ำตาล วางแผ่หลาลงตรงหน้าแม่สามีด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ "นี่คือสัญญาแบ่งทรัพย์สินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และ..." หลินอิงหยิบสมุดบัญชีเงินฝากที่มีตัวเลขเงินสดในมือเธอเองโชว์หลาให้เห็นยอดเงินหลักหมื่นที่ได้จากการทำธุรกิจลับในตลาดมืดเมื่อคืนนี้ "ฉันยินดีจ่ายเงินสดเพิ่มอีกสองหมื่นหยวน เพื่อแลกกับการตัดขาดจากตระกูลจางอย่างเด็ดขาด เป็นอิสระจากภาระหนี้สินบ้าบอที่พวกท่านสร้างขึ้น และที่สำคัญที่สุด... ฉันขอสิทธิ์ขาดในการครอบครองที่ดินแปลงริมธารน้ำท้ายหมู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันที ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เงินสองหมื่นหยวนในยุคสมัยนี้ มากพอจะซื้อบ้านอิฐหลังใหญ่ในเมืองได้สบายๆ และนังสะใภ้บ้านนอกคนนี้กลับใช้มันซื้อ "ความเป็นไท" จากครอบครัวสามีอย่างไม่เสียดายเลยสักนิด! จางเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมานาน ก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนญาติผู้พี่ถอยร่นไปคนละก้าว มือหนาวางลงบนไหล่บางของหลินอิงอย่างมั่นคง แววตาคมกริบมองกวาดไปรอบห้องด้วยความเย็นชา "ภรรยาผมพูดคำไหนคือคำนั้นครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต "ถ้าตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะให้ทนายความมาจัดการเรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้น แต่ถ้ายังตอดเล็กตอดน้อยไม่เลิก..." จางเหว่ยปรายตาไปยังเอกลับบัญชีลับบนโต๊ะ "ผมเกรงว่าหน่วยสืบราชการลับของค่ายอาจจะแวะมาเยี่ยมเยียนบ้านใหญ่เร็วกว่าที่คิด" แม่สามีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด นางรู้ดีว่าบุตรชายคนรองคนนี้พูดจริงทำจริง และอำนาจในมือของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่คนตระกูลจางจะต่อกรได้ นางจำต้องพยักหน้ารับอย่างจำนนด้วยความคับแค้นใจ ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินอิงและจางเหว่ยก็เดินออกมาจากบ้านใหญ่พร้อมกับกระดาษสัญญาที่มีลายมือชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาทาบทับสองร่างที่ก้าวเดินเคียงคู่กัน อิสรภาพที่หอมหวานอยู่แค่เอื้อมแล้ว "ภรรยาผมใจกล้าไม่เบานี่ครับ ควักเงินก้อนโตซื้ออิสรภาพแบบไม่เสียดายเลยสักนิด" จางเหว่ยเอ่ยแซิวยิ้มๆ เมื่อเดินพ้นเขตบ้านใหญ่มาไกลพอสมควรแล้ว สายตาที่เขามองภรรยาเต็มไปด้วยความรักใคร่ระคนชื่นชม "ถ้าไม่จ่ายด้วยเงินก้อนใหญ่ แล้วพวกปลิงพวกนั้นจะยอมปล่อยเราไปง่ายๆ หรือคะพี่เหว่ย?" หลินอิงยิ้มหวาน หันไปหยิกเอวสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ว่าแต่... วันนี้เราย้ายไปอยู่บ้านริมธารกันจริงๆ แล้วนะคะ อาหารมื้อแรกในบ้านของเรา ฉันเตรียมเมนูเด็ดไว้รอแล้วล่ะค่ะ" พูดจบ กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนสูตรลับก็ลอยโชยมาตามสายลมที่พัดผ่านมาจากทิศทางของบ้านริมธาร ทั้งที่พวกเขายังเดินไปไม่ถึงตัวบ้านด้วยซ้ำ! จางเหว่ยสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ กำลังจะเอ่ยปากถามว่ากลิ่นหอมนี้มาจากไหน ทันใดนั้นเอง... ฝีเท้าของม้าศึกและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน "ผู้กองจางครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" นายทหารลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นกระหืดกระหอบเข้ามาหาด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากภรรยาแล้วก้าวไปบังร่างเธอกำบังไว้โดยสัญชาตญาณ "มีเรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้นที่ค่าย?" นายทหารหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "ทางค่ายทหารส่งโทรเลขด่วนที่สุดแจ้งว่า... มีสายลับฝ่ายตรงข้ามแฝงตัวเข้ามาในตลาดมืด และเป้าหมายที่พวกมันกำลังตามล่าตัวอยู่... คือผู้หญิงที่เพิ่งขายสินค้าล็อตใหญ่คนนั้นครับ!" หลินอิงที่ยืนอยู่ด้านหลังชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เมื่อตระหนักได้ว่า... สินค้าล็อตใหญ่ที่เพิ่งขายหมดเกลี้ยงในตลาดมืดเมื่อคืนนี้ มีเพียงสินค้าจาก "ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ" ของเธอคนเดียวเท่านั้น! (ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงค่ะ - ครัวคุณยาย)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%