"ถ้าคุณยังยัดเยียดน้ำขิงตุ๋นโสมป่านี้ให้อฉันอีกถ้วยเดียว... พรุ่งนี้ฉันจะหิ้วกระเป๋าพาเจ้าก้อนแป้งนี่หนีไปอยู่บ้านท่านแม่แล้วนะคะ!"
หลินอิงวางช้อนกระเบื้องลงกระทบถ้วยเสียงดังกร๊อง เกิดรอยร้าวเล็กๆ บนผิวเคลือบ สื่อถึงความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด ใบหน้างามที่ปกติมักจะเรียบเฉยและฉายแววเจ้าเล่ห์ยามคิดบัญชีกับพวกญาติจอมปลอม ตอนนี้กลับแดงก่ำด้วยความหงุดหงิดระคนเขินอาย ดวงตาคู่สวยตวัดมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ยืนทำหน้าซื่อตาใสอยู่ข้างเตียง
จางเหว่ยหาได้สะทกสะท้านไม่ นายทหารผู้เกรียงไกรแห่งกองพลที่เจ็ด ผู้ซึ่งเคยคุมกำลังพลนับหมื่นด้วยสายตาคมกริบเพียงคู่เดียว บัดนี้กลับกำลังถือผ้าขนหนูอุ่นผืนหนึ่งไว้ในมือด้วยท่าทางระมัดระวังราวกับมันคือแก้วเจียระไนเปราะบาง เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียงอย่างว่าง่าย มือหนาที่ผ่านการจับปืนและฝึกหนักจนหยาบกร้าน ค่อยๆ เอื้อมมาแตะข้อเท้าของภรรยาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้
"หมอหลี่บอกว่า ช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด ร่างกายของอิงอิงต้องได้รับการบำรุงอย่างเข้มข้น น้ำขิงตุ๋นโสมป่านี้ช่วยขับเลือดลมได้ดีเยี่ยม พี่สั่งให้คนไปเคี่ยวตั้งแต่มือขวายังไม่ทันแจ้งเลยนะคะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเจือความเอาอกเอาใจอย่างไม่ปิดบัง แถมยังกะพริบตาปริบๆ ส่งสายตาเว้าวอนที่หากลูกน้องในค่ายมาเห็นเข้าคงต้องขยี้ตาจนเลือดออกเป็นแน่
"นั่นมันโสมป่าอายุร้อยปีนะคะคุณพี่! ไม่ใช่หัวผักกาดขาวในแปลงหลังบ้าน! คุณเอามาตุ๋นให้ฉันกินทุกมื้อแบบนี้ ร่างกายฉันไม่ได้แข็งแรงขึ้นหรอกค่ะ แต่เลือดกำเดาจะพุ่งทะลักตายเสียก่อน!" หลินอิงถอนหายใจยาวเหยียด พลางเหลือบมองเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปลไม้ไผ่สานฝีมือสามี เด็กหญิงตัวน้อยจ้ำม่ำผิวขาวราวน้ำนม กำลังนอนอ้าปากน้อยๆ อย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าพ่อของนางกำลังทำตัวเป็น 'ยักษ์ใจดี' ที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลก
นับตั้งแต่เจ้าตัวเล็กดูโลกเมื่อสัปดาห์ก่อน จางเหว่ยก็กลายร่างจากสามีสายดุผู้เงียบขรึม กลายเป็น 'คุณพ่อมือใหม่ผู้ประคบประหงมจนเกินเหตุ' ชนิดที่ว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แม้แต่ลมหายใจของภรรยาเขายังคอยจับตาดูว่ามันเบาหรือหนักเกินไปหรือไม่ เสื้อผ้าทุกชิ้นของหลินอิงต้องผ่านการซักด้วยมือและตากแดดอุ่นๆ ที่เขาคอยเฝ้าดูตลอดทั้งวัน ยิ่งเรื่องอาหารการกินด้วยแล้ว เขาถึงกับไปรื้อตำราอาหารโบราณในมิติของนางมาศึกษาเพื่อเคี่ยวซุปบำรุงน้ำนมให้ภรรยาด้วยตัวเองทุกหยดหยอดยาวนานหลายชั่วโมง
"งั้น... มื้อเที่ยงนี้เปลี่ยนเป็นซุปไก่ดำตุ๋นเห็ดหอมมิติพิเศษดีไหมคะ? พี่เห็นในช่องฟรีซของคุณมีเห็ดหอมป่าชิ้นโตอยู่ พี่จะลงมือเข้าครัวเอง รับรองว่าไม่ร้อนแรงเท่าโสมป่าแน่นอน" จางเหว่ยเสนอทางเลือกด้วยแววตาคาดหวัง หางคิ้วเข้มลู่ลงเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู
หลินอิงมองสามีที่ยอมลดทอนศักดิ์ศรีนายทหารผู้ยิ่งใหญ่มาคอยพับผ้าอ้อมและเช็ดพื้นเรือนด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ นางเอื้อมมือไปหยิกแก้มสากระคายของสามีเบาๆ หมุนซ้ายหมุนขวาครั้งหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว
"พ่อคุณ... ทีเรื่องราชการหรือเรื่องจัดการพวกสะภายนอกบ้านล่ะทำเป็นเข้มงวด เด็ดขาด จนพวกมันไม่กล้าเงยหน้าสู้ พอมาเรื่องเมียกับลูกเข้าหน่อย ทำไมถึงกลายเป็นลูกหมาหูตกไปได้ล่ะคะ?"
จางเหว่ยไม่โต้แย้ง เขากลับฉวยโอกาสนั้นกุมมือเรียวของภรรยาขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างรักใคร่ ดวงตาคมเข้มทอประกายลุ่มลึกและมั่นคง "กับคนอื่น... พี่ใช้คมดาบและความเด็ดขาดได้ค่ะ แต่อิงอิงกับลูก... คือชีวิตทั้งชีวิตของพี่ ถ้าพี่ไม่ดูแลให้ดีที่สุด พี่จะเอาหน้าไปมองใครได้อีก"
บรรยากาศในห้องนอนอบอวลไปด้วยไออุ่นจากเตาผิงและกลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็ก ความหวานชื่นนี้ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความโกลาหลที่กำลังก่อตัวขึ้นนอกรั้วบ้านสวน
ปึง! ปึง! ปึง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงแหลมสูงโวยวายของป้าสะใภ้ใหญ่หลี่ที่คุ้นเคยดี ดังทะลุเข้ามาถึงห้องนอน "หลินอิง! นังตัวดี! แกหลบหัวอยู่แต่ในบ้านเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าผัวแกเป็นทหารแล้วจะทำตัวกร่างรังแกญาติพี่น้องได้นะ!"
รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของจางเหว่ยเลือนหายไปในพริบตา แววตาดุร้ายดั่งพญาอินทรีย์หิวกระหายปรากฏขึ้นแทนที่ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบ เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าเครื่องแบบให้เข้าที่ด้วยท่าทางเยือกเย็น
"ให้พี่จัดการเองค่ะ..." จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ แต่หลินอิงกลับส่ายหัวช้าๆ นางเลิกผ้าห่มลง ก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จิตวิญญาณนักสู้และแม่ค้ามือฉมังผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกลับลุกโชนขึ้นมาในอก
"ไม่ต้องค่ะคุณพี่..." หลินอิงเอื้อมมือไปคว้ามีดอีโต้เล่มคมกริบที่นางมักจะวางไว้ใต้หมอนเสมอขึ้นมาลูบคมมีดเล่นเบาๆ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก "เพิ่งคลอดลูกได้เจ็ดวัน ยัยพวกปลิงดูดเลือดนี่คงคิดว่าฉันหมดฤทธิ์แล้วสินะคะ... ปล่อยให้ฉันลุกไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วย 'เมนูพิเศษ' สักจานเถอะค่ะ รับรองว่าเผ็ดร้อนสะใจยิ่งกว่าน้ำขิงตุ๋นโสมป่าของคุณพี่ร้อยเท่าแน่นอน!"
นางเดินผ่านหน้าสามีไปช้าๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นของสตรีเพิ่งคลอดผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ทำให้จางเหว่ยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ แม้เขาจะห่วงภรรยาแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเขาก็รู้ดีว่า... ใครก็ตามที่กล้ามาขัดขวางความสุขในบ้านสวนของภรรยาในเวลานี้ จุดจบของพวกมันย่อมไม่สวยงามอย่างแน่นอน
หลินอิงเดินตรงไปที่ประตูบ้าน มือเรียวกระชากกลอนประตูเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ใหญ่ที่เงื้อมือเตรียมจะทุบซ้ำ พร้อมด้วยเหล่าญาติมิตรจอมจุ้นที่พากันมามุงดูความวุ่นวายเต็มลานบ้าน
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าอย่างเหยียดหยาม ก่อนที่มุมปากอิ่มจะคลี่ยิ้มหวานหยดเยิ้มจนน่ากลัว เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือก
"อุ๊ย! ลมอะไรหอบพวกท่านมากันแต่เช้าคะเนี่ย? หรือว่ากลิ่น 'แกงเผ็ดเนื้อสุนัข' ที่ฉันตั้งใจจะทำให้พวกท่านกินเป็นมื้อสุดท้าย... มันลอยไปเตะจมูกเข้าพอดีล่ะคะ?"
สิ้นเสียงหวานหยาดเยิ้มนั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับหน้าซีดเผือด ขาอ้วนสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อสบเข้ากับประกายตาดุจคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น...
**ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ**
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 28
สามีคนเห่อลูก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!