แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสในห้องพิจารณาคดีส่วน
เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้ฝุ่นละอองในอากาศราวกับหยุดนิ่ง พริมาเหลือบสายตาขึ้นมองวัตถุตรงหน้า
ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับเจ้าของมือเรียวที่เพิ่งวางมันลง
อัยการสาวรินรดากำลังยืนกอดอกด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความถือดี
ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้หน้ากากอันแสนสุขุมเยือกเย็น
“อย่าถามว่าฉันทำไปทำไม... เพราะฉันเองก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน”
ประโยคปริศนาจากสำนวนคดีเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหัวของพริมา
ทนายสาวร่างบางยักไหล่ช้าๆ ส่งยิ้มยั่วเย้าที่มุมปากแบบฉบับทนายหน้าเงินผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
เธอดึงแฟ้มคดีฆาตกรรมสุดอื้อฉาวที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องเข้ามาใกล้ตัว
ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนสันปกอย่างใจเย็น
“หาคำตอบไม่ได้ หรือว่ากลัวคำตอบที่จะได้กันแนคะ ท่านอัยการรินรดา”
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมเอ่ยขึ้น
พริมาจงใจลากเสียงยาวตรงท้ายประโยคเพื่อกวนประสาทคนตรงหน้าโดยเฉพาะ
เธอนั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์
ราวกับว่าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่เป็นเพียงแค่เรื่องสนุกยามบ่าย
รินรดาแค่น “หึ” ออกมาจากลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ
อัยการสาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายมากขึ้น
ระยะห่างระหว่างพวกเธอสั้นลงจนพริมาได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบจางๆ
มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ, คุณพริมา” รินรดาโน้มตัวลงเล็กน้อย
ใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะไว้เพื่อกดดัน
“คดีนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาหาแสงเพื่อเรียกเรตติ้งให้สำนักงานทนายความกระจอกๆ ของคุณ
หลักฐานในแฟ้มนี้มันฟ้องอยู่โต้งๆ ว่าลูกความของคุณคือฆาตกรตัวจริง”
“โอ๊ะ! แรงจังเลยนะคะ” พริมาไม่สะทกสะท้าน
เธอยังคงรักษารอยยิ้มเย้ายวนบนใบหน้า
แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงขึ้นอย่างแปลกประหลาดเมื่อใบหน้าที่โกรธขยับเข้ามาใกล้ในระยะประชิด
“ท่านอัยการคะ... ตัดสินคนจากหน้าปกอีกแล้วนะคะ
ถ้าหลักฐานมันแน่นหนาขนาดนั้นจริง ทำไมท่านถึงยังต้องมานั่งเครียดขมวดคิ้วจนหน้าแก่ก่อนวัยอยู่ในห้องนี้กับฉันล่ะคะ?”
คำว่า ‘หน้าแก่ก่อนวัย’ ทำเอารินรดากรามกระตุก
อัยการสาวกัดฟันกรอด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความโกรธจัด
ผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นทนายที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิตการทำงานสิบปี!
ปากเก่ง หน้าด้าน และไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ความยุติธรรมในรูปแบบที่เธอเชื่อมั่นเลยสักนิด
“ฉันไม่ได้เครียดเรื่องคดี... แต่ฉันกำลังเวทนาทนายความที่กำลังจะพาตัวเองดิ่งลงเหวต่างหาก!”
รินรดาโต้กลับเสียงลอดไรฟัน
ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของพริมา
พยายามค้นหาความหวาดกลัวหรือความลังเลใจภายใต้แววตานั้น
แต่เธอกลับพบเพียงประกายความท้าทายที่ร้อนแรงจนแทบแผดเผา
พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่มันช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของอัยการสาว
ทนายสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้ส่วนสูงของพวกเธอแทบจะไม่แตกต่างกันนัก
พริมาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับรินรดา
ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ความเงียบโรยตัวปกคลุมรอบบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันเบาๆ ในระยะกระชั้นชิด
“เป็นห่วงฉันเหรอคะ?” พริมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน
แววตาซุกซนพราวระยับด้วยความสนุกสนาน
“แหม... ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนਾ แต่พอเห็นฉันตกเป็นเป้าหมาย ถึงกับต้องตามมาเตือนถึงในห้องส่วนตัวเลยรึไงคะเนี่ย แบบนี้เขาเรียกว่าคลั่งรักหรือเปล่าคะ ท่านอัยการ?”
รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
ใบหน้าที่เคยเรียบตึงบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูอย่างรวดเร็ว
อัยการสาวผละถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
พยายามตั้งสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม
แต่หัวใจกลับเต้นรัวระสำจนแทบหลุดออกมานอกอก
“หลงตัวเอง!” รินรดาตวาดแว้ด เสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
“ฉันแค่ไม่อยากให้กระบวนการยุติธรรมต้องแปดเปื้อนเพราะทนายหน้าเงินอย่างคุณต่างหาก!
จำไว้... ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ คุณจะไม่ได้เจอแค่คดีอาญาธรรมดาแน่!”
“ว้าว... ขู่เก่งจังเลยนะคะเนี่ย” พริมาเอียงคอเล็กน้อย
รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงกวนประสาทไม่เปลี่ยน
แต่แววตาที่มองอัยการสาวกลับมีความลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่
“แต่เสียใจด้วยนะคะคนสวย... ฉันเป็นพวกยิ่งห้ามก็ยิ่งยุซะด้วยสิ”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ
เธอจ้องหน้าพริมาด้วยสายตาดุดันที่พยายามส่งความอาฆาตมาดร้ายไปให้เต็มที่
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาของอัยการสาวกลับไหววูบลงอย่างน่าประหลาด
ความหวาดกลัวบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ลึกที่สุดกำลังสะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้น
พริมาสังเกตเห็นมัน ทนายสาวหุบยิ้มลงช้าๆ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหยอกล้อกลายเป็นความตึงเครียดที่บีบคั้นหัวใจ
มือเรียวของรินรดายกขึ้นชี้หน้าทนายสาวราวกับจะคาดโทษ
ก่อนที่เธอจะหันหลังเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องพิจารณาคดีแห่งนี้ให้พ้นๆ
แต่ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้ผลักบานประตูไม้บานใหญ่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งพริมาและรินรดาชะงักก้าว
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก
ร่างสูงโปรดของชายในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดเอาไว้ชัดเจน
“ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ... ท่านอัยการ และคุณทนาย”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“แต่ดูเหมือนว่า ‘หลักฐานชิ้นสุดท้าย’ ที่พวกคุณกำลังตามหา... เพิ่งจะถูกส่งมาถึงมือผมสดๆ ร้อนๆ เลยล่ะครับ”
รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่
ส่วนพริมาหรี่ตาลงจ้องมองซองเอกสารในมือของชายปริศนาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา เมื่อพวกเธอตระหนักได้ว่า... เกมกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปพร้อมกับโรสแมรี่นะคะ!
ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 2
ทนายหน้าเงินกับอัยการหน้าตาย
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!