ซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กในมือของชายปริศนาส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ยามเมื่อเจ้าตัวขยับปลายนิ้ว ความเงียบงันภายในห้องประชุมสำนักงานอัยการพิเศษระลอกนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนคำพูด หากแต่เกิดจากแรงกดดันมหาศาลที่ทับถมลงบนบ่าของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาหน้าถอดสีไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักฉายแววเฉียบคมและดุดันดั่งพญาเสือสาว ยามนี้กลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่พริมาหรี่ตาลงจ้องมองซองเอกสารชิ้นนั้นด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกเร้า
“มาทำอะไรที่นี่คะ... คุณกรณ์” รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด ทว่าปลายนิ้วเรียวที่กำแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความจริงตรงกันข้าม
ชายในสูทสีกรมท่าเข้มเหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษชัดเจน เขากวาดสายตามองอัยการสาวผู้เคร่งครัด ก่อนจะปรายตามองทนายสาวอิสระผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างพริมาด้วยความระแวงระวังปนดูแคลน
“ผมก็แค่นำ ‘หลักฐาน’ ที่สำนักงานอัยการชุดก่อนอาจจะ... มองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจ มาส่งมอบให้ผู้ดูแลสำนวนคนใหม่พิจารณาใหม่ก็เท่านั้นเองครับ ท่านอัยการรินรดา” กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘มองข้าม’ ชัดเจน พร้อมกับโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงกระดาษหนาหนักกระทบผิวไม้ดังทึบ แต่มันกลับก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟังราวกับเสียงระฆังเตือนภัย
พริมาไม่รอช้า เธอเอื้อมมือเรียวคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาทันทีโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของ เสียงกระดาษฉีกเบาๆ ดังขึ้นเมื่อเธอเปิดปากซองและดึงแผ่นกระดาษข้างในออกมา สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรและภาพถ่ายในนั้นอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรียวประมวลผลทุกรายละเอียดราวกับคอมพิวเตอร์
“นี่มัน...” พริมาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนสมเพช “บันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับ และภาพถ่ายกล้องวงจรปิดมุมอับที่มุมตึกด้านหลังในคืนเกิดเหตุ... แต่เดียวก่อนนะ ภาพพวกนี้มันถูกตัดต่อช่วงเวลาเหลื่อมกันไปสิบนาทีนี่นา!”
รินรดาขยับเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ ไหล่บางเฉียดชิดกับพริมา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของอัยการสาวลอยแตะจมูก ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ไม่มีใครมีอารมณ์มาหวั่นไหวกับเรื่องกลิ่นกาย รินรดาก้มลงมองเอกสารในมือพริมา แววตาที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึงทันที
“คุณกำลังเล่นตลกอะไรกันคะ คุณกรณ์ เอกสารชุดนี้ไม่มีอยู่ในสำนวนหลักตั้งแต่แรก และที่สำคัญ ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมนั้น... ถูกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยืนยันแล้วว่าเสียหายจากเพลิงไหม้! แล้วคุณเอาภาพพวกนี้มาจากไหน!” รินรดาหันไปคาดคั้น เสียงหวานทรงพลังตวาดกร้าวใส่หน้าแขกไม่速เชิญอย่างไม่เกรงกลัว
กรณ์หัวเราะในลำคอ สีหน้าไร้ความสะทกสะท้าน “เสียหายเหรอครับ... หรือว่า ‘จงใจทำให้เสียหาย’ เพื่อปกป้องใครบางคนในสำนักงานนี้กันแน่ ท่านอัยการรินรดา? ลองพลิดูแผ่นสุดท้ายสิครับ ทนายพริมา... คุณน่าจะฉลาดพอที่จะดูออกนะว่า ลายเซ็นอนุมัติคำสั่งไม่ฟ้องเมื่อสามปีก่อน เป็นลายมือของใคร”
พริมานิ่วหน้า เธอดึงแผ่นสุดท้ายขึ้นมาดู ดวงตาสีเข้มหรี่แคบลงเมื่อพบชื่อและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่เบื้องล่าง หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะปมปริศนาที่ซับซ้อนกว่าที่คิดกำลังถูกกระชากหน้ากากออกทีละน้อย ลายเซ็นนั้นเป็นของอดีอัยการอาวุโสผู้ล่วงลับ... ซึ่งก็คือบิดาบุญธรรมของรินรดานั่นเอง!
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็งในตู้แช่เนื้อ รินรดานิ่งงัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เม็ดเหงื่อผุดซึมตามขมับของอัยการสาวผู้พยายามรักษาความยุติธรรมมาตลอดชีวิต ความจริงอันโหดร้ายที่เธอพยายามหนีมาตลอดกำลังพุ่งเข้าชนประสานงาอย่างจัง
“โกหก...” รินรดากระซิบเสียงสั่น เธอยื่นมือสั่นเทาหมายจะคว้าเอกสารแผ่นนั้นมาดูให้เต็มตา แต่พริมากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องไม่ให้หลักฐานเสียหาย และนั่นทำให้ร่างของทั้งคู่เบียดชิดกันยิ่งขึ้นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายสาวที่แนบชิด
“ตั้งสติหน่อยค่ะ ท่านอัยการ” พริมาหันมาเอ็ดเสียงกระซิบข้างใบหูของคนข้างกาย น้ำเสียงแม้จะดุดันแต่แฝงความห่วงใยเจือจางที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ “อย่าเพิ่งเสียทรงให้เกมตื้นๆ ของพวกมันสิคะ”
รินรดาหันขวับมามองหน้าทนายสาว ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ทว่าเธอกลับเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่ยอมให้ความอ่อนแอพรั่งพรูออกมาต่อหน้าศัตรู
“หึ ดูท่าทางพวกคุณจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้วสินะครับ” กรณ์ยิ้มเยาะ ยืดตัวเต็มความสูง “ถ้าไม่อยากให้เรื่องอื้อฉาวนี้หลุดไปถึงมือสื่อมวลชนพรุ่งนี้เช้า... ทางที่ดี ท่านอัยการควรจะถอนตัวจากการทำคดีนี้ซะ และปล่อยให้ทุกอย่างจบลงตามที่ควรจะเป็น”
“ถ้าฉันไม่ถอนตัวล่ะคะ?” พริมาสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนเรียวปากสวย เธอเผชิญหน้ากับกรณ์อย่างไม่เกรงกลัว ร่างโปร่งก้าวเข้าไปบังรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง “คุณคิดว่าขู่พวกเราด้วยเศษกระดาษปลอมๆ แค่นี้ แล้วเราจะถอยเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะคุณกรณ์!”
“ปากเก่งเสียจริงนะ ทนายพริมา ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ... บางทีศพรายต่อไป อาจจะไม่ใช่เหยื่อในสำนวนคดีนี้ แต่อาจจะเป็นคนใกล้ตัวพวกคุณนี่แหละ” กรณ์ทิ้งคำขู่สุดท้ายไว้ด้วยสายตาน่าขนลุก ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งให้ความเงียบงันและกลิ่นอายความตายอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ
ประตูกระจกปิดสนิทลงแล้ว ทว่าความกดดันไม่ได้จางหายไปไหน รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง มือเรียวสั่นเทายกขึ้นปิดใบซีดเผือดของตนเอง
พริมามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความดื้อรั้นและปากจัดของอัยการสาวมักทำให้เธออยากเอาชนะเสมอ แต่พอเห็นอีกฝ่ายแตกสลายอยู่ตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมกลับบีบรัดอย่างเจ็บปวด ทนายสาวก้าวเข้าไปใกล้คุกเข่าลงข้างเก้าอี้ เอื้อมมือไปกุมมือเย็นเฉียบของอีกฝ่ายไว้แน่น
“ริน...” พริมาเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายห้วนๆ เป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เงยหน้าขึ้นมาค่ะ ฉันอยู่ตรงนี้... เราจะสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดด้วยกัน ไม่ต้องกลัว”
รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับทนายสาวแสนอวดดี ทว่าแววตาคู่นั้นในยามนี้กลับอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด หัวใจที่กำลังเคว้งคว้างของอัยการสาวเหมือนมีที่ยึดเหนี่ยวขึ้นมาทันทีริมฝีปากอิ่มอ้าออกเตรียมจะเอ่ยคำขอบคุณ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต ร่างของสารวัตรหนุ่มผู้รับผิดชอบคดีพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก หอบหายใจโยนวิทยุสื่อสารลงบนโต๊ะ
“คุณพริมา! ท่านอัยการ! แย่แล้วครับ... เมื่อกี้เพิ่งได้รับแจ้งจากกองพิสูจน์หลักฐาน... ‘หลักฐานชิ้นสำคัญ’ ที่เราเพิ่งค้นพบในที่เกิดเหตุเมื่อวาน ถูกขโมยออกจากห้องนิรภัยไปแล้วครับ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 3
หลักฐานชิ้นแรกที่หายไป
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!