“เงียบซะ...”
เสียงกระซิบที่แนบชิดติดใบหูนั้นไม่ได้มาพร้อมกับความโรแมนติก แต่มันคือคำสั่งเด็ดขาดที่ทรงพลังพอจะทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก รินรดาขยับตัวเข้ามาแนบชิดแผ่นหลังของฉันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ฝ่ามือเรียวเย็นเฉียบเอื้อมมาปิดปากฉันไว้แน่น ขณะที่อีกข้างดึงฉันให้ทรุดตัวลงต่ำหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์สแตนเลสที่เย็นเยียบในมุมมืดของคลับร้าง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเยแควร์จางๆ จากตัวเธอ ลอยวนอยู่ปลายจมูก ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ฝีเท้านั้นหยุดลงตรงหน้าทางเข้าโซนวีไอพีพอดี เงาสะท้อนจากแสงไฟนีออนด้านนอกทาบทับลงบนผนังกระจกฝ้า รินรดากลั้นหายใจ ฉันสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังอุ่นๆ ที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัส แต่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันนี้ สมองของฉันกลับไม่ได้คิดเรื่องกลัวเลยสักนิด... มันดันไปโฟกัสอยู่ที่ว่า ทำไมอัยการสาวผู้รักความถูกต้องอย่างเธอ ถึงรู้มุมอับของคลับนี้ดีกว่าแผนผังที่ฉันถืออยู่ในมือเสียอีก!
กระทั่งเสียงฝีเท้าคู่นั้นเดินห่างออกไปจนลับหาย รินรดาถึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด เธอยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากปากฉันทันที แต่กลับใช้จังหวะที่ตัวเราแนบชิดกัน กระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
“เธอคิดบ้าอะไรอยู่พริมา? ถึงลากฉันเข้ามาในรังเสือตัวนี้คนเดียวโดยไม่บอกใคร แถมยังเดินสุ่มสี่สุ่มห้าจนเกือบจะเดินไปให้พวกมันเอาปืนกรอกปากตายคาทีเนี่ยนะ!”
ฉันใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างเธอเพื่อส่งสัญญาณให้ถอยออกไป รินรดาจิ๊ปากอย่างขัดใจ ยอมลดมือลงแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหวานเฉี่ยวภายใต้ความมืดสลัวฉายแววโกรธขึง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองฉันเขม็งอย่างคาดโทษ ปากเรียวเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สมกับฉายา ‘อัยการตัวแม่สายซึน’ ที่ใครๆ ต่างพากันเกรงกลัว
“แล้วคุณล่ะอัยการรินรดา...” ฉันลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกางเกงยีนส์เบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเธอด้วยแววตานิ่งสนิท รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด “รู้ทางหนีทีไล่ในคลับนี้ดีเป็นบ้าเลยนะคะ... ทั้งๆ ที่เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกแท้ๆ หรือว่า... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณมาเหยียบที่นี่กันแน่?”
รินรดาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่สวยไหววับอย่างพิรุธก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยชาชาตามสไตล์คนฟอร์มจัด
“เหลวไหล! ฉันจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไง ในฐานะอัยการ ฉันก็แค่ศึกษาแผนผังคดีมาอย่างดีก่อนลงพื้นที่ต่างหากเล่า ยัยทนายสมองนิ่ม!” เธอเถียงกลับเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ คนที่พาตัวเองเข้ามาเสี่ยงตายแบบนี้มันเธอต่างหาก!”
“ฉันไม่ได้เปลี่ยนเรื่องค่ะท่านอัยการ...” ฉันก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว บีบให้ร่างระหงต้องถอยหลังไปจนติดขอบเคาน์เตอร์บาร์ ดวงตาของเราประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่ากลิ่นลมหายใจอุ่นๆ รดรินกันและกัน “แต่ฉันกำลังสงสัยว่า... เอกสารลับสำนวนคดีฆาตกรรมของลูกความฉัน ทำไมมันถึงไปโผล่อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณได้ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งยื่นเรื่องไปเมื่อวานนี้เอง”
รินรดาเม้มปากแน่น สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตา ประกายความดื้อรั้นในแววตานั้นฉายชัดว่าเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ อยู่
“ฉันมีหน้าที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของสำนวน มันแปลกตรงไหนล่ะ” เธอยังคงดึงดันเถียงคอเป็นเอ็น
“แต่มันแปลกตรงที่... ลายเซ็นอนุมัติในใบบันทึกจับกุมนั่น ไม่ใช่ลายมือของคุณค่ะรินรดา” ฉันกดเสียงต่ำลง เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะเฉียดแก้บเนียนของอีกฝ่าย “มันเป็นลายเซ็นของ ‘ผู้ทรงอิทธิพล’ คนที่เรากำลังตามสืบอยู่ต่างหากล่ะ... พริมา!”
คำพูดของฉันทำให้รินรดาถึงกับผงะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ป้อมปราการความเย็นชาและท่าทีซึนเด레ที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเรา ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ยังคงทำงานอยู่บนเพดาน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นเสยผมยาวสลวยที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะหันกลับมาสบตาฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของการอวดดีหรือปากแข็งอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความรู้สึกผิด และ... ความหวาดกลัวบางอย่างที่เธอแบกรับไว้คนเดียว
“เธอไม่เข้าใจหริอพริมา...” น้ำเสียงของเธออ่อนลง ปลายเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน “ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น... ถ้าฉันไม่ยอมเซ็นชื่อลงไปในเอกสารบ้าๆ นั่น... เธอจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้เพื่อยืนเถียงฉันอยู่แบบนี้หรอกนะ”
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความสับสนและคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอก แปลว่าที่ผ่านมา... เธอไม่ได้เล่นนอกเกมเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เธอทำเพื่อปกป้องฉันงั้นเหรอ?
“คุณหมายความว่ายังไง...” ฉันเอ่ยถามเสียงเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงหายไปจนหมดสิ้น มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อศอกเธอเพื่อขอคำอธิบายให้ชัดเจน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเรากำลังจะสัมผัสกันนั้นเอง
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่โซนทางเข้าด้านหน้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องกราดเข้ามาในความมืดตรงดิ่งมายังทิศทางที่เรายืนอยู่!
“ใครวะ! ใครมันกล้าบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของนายใหญ่!”
เสียงตะคอกก้าวร้าวของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วคลับร้าง พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนพกที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่สัญชาตญาณจะสั่งให้เธอคว้าแขนฉันไว้แน่น
“ซวยแล้ว...” รินรดากระซิบเสียงสั่น แววตาฉายชัดถึงความตื่นตระหนก “พวกมันมาเร็วกว่ากำหนด... ทางหนีตรงประตูหลังถูกล็อกไว้แล้ว!”
ฉันกัดฟันกรอด กวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอด แต่ทว่าแสงไฟฉายดวงนั้นก็เคลื่อนเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างแค่ไม่ถึงสิบก้าวแล้ว และในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง รินรดาไม่ได้รอให้ฉันคิดหาทางออก เธอกลับตัดสินใจทำเรื่องที่บ้าบิ่นที่สุด—
อัยการสาวผู้รักศักดิ์ศรีและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครคนนั้น กระชากแขนฉันอย่างแรงจนเซถลาเข้าไปหลบหลังเสาปูนต้นใหญ่ ก่อนที่เธอจะใช้สองมือรั้งต้นคอฉันลงมา ดึงริมฝีปากของเราให้แนบชิดติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
สัมผัสนุ่มหยุ่นที่แนบลงมาอย่างไร้การตั้งตัวทำให้สมองของฉันขาวโพลน กลิ่นหอมหวานของกุหลาบป่าผสมความตื่นกลัวตีรวนอยู่ในความรู้สึก รินรดาจูบฉัน... ท่ามกลางกระบอกปืนของศัตรูที่อยู่ห่างไปไม่กี่เมตร เพื่ออำพรางตัวตนของเราไม่ให้ถูกพบเจอในมุมมืดนี้!
หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวตาย หรือเป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนที่สั่นเทาเล็กน้อยจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอัยการตัวแม่สายซึนคนนี้กันแน่...
และก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งสติหรือผลักเธอออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของศัตรูก็หยุดลงตรงหน้าเสาปูนต้นที่เรายืนอยู่พอดี พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ของรินรดาที่เป่ารดอยู่ข้างริมฝีปากฉันอย่างแนบชิด ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันด้วยแววตาที่สั่นไหวและท้าทายในคราวเดียวกัน—
*“อย่าส่งเสียง... ไม่งั้นเราตายคู่แน่”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้เสมอนะคะ
ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 5
อย่าให้ฉันต้องสั่งจำคุกคุณ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!