"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ ท่านอัยการจังหวัด... หรือจะบอกว่านั่นคือรสนิยมใหม่ ชอบยืนตากฝนดูคนตาย?"
พริมาเค้นเสียงถาม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มของเธอขยับไปบังรินรดาไว้กึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณสัตว์ป่าของทนายสาวบอกให้รู้ว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ คนนี้คือพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดพาความฉิบหายมาให้
รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางสายฝน เบื้องหลังเขาคือรถยุโรปคันหรูที่จอดแช่อยู่บนถนนลูกรังเปลี่ยวร้าง
"พริมา ถอยไป" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามือเรียวบางที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นระริก "คนอย่าง 'คุณหญิงนภา' ไม่ได้มาที่นี่เพื่อชมทิวทัศน์หรอกนะ"
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่ใครอื่น เธอคือเจ้าแม่แห่งตระกูลวรโชติเมธี ตระกูลมหาเศรษฐีที่กุมบังเหียนเศรษฐกิจและอิทธิพลมืดครึ่งค่อนประเทศ ชุดผ้าไหมราคาแพงที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อไม่ได้ทำให้ความสง่างามของเธอลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ รินรดา" คุณหญิงนภาแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่ง "ฉันก็แค่มาดูว่า 'หนอน' ที่หลุดออกจากรูน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง ถึงได้กล้าทำลายของเล่นชิ้นโปรดของตระกูลฉันนัก"
"ของเล่น?" พริมาเลิกคิ้ว แค่นหัวเราะในลำคอ "ผู้ตายเป็นมนุษย์นะคะ ไม่ใช่อะไหล่รถยนต์ที่จะเอามาพูดว่าของเล่นได้ ถ้าคุณหญิงจะมาเพื่อเยาะเย้ยเหยื่อที่ตายไปแล้ว เชิญกลับไปนั่งจิบไวน์ในคฤหาสน์เถอะค่ะ กลิ่นคาวเลือดที่นี่มันไม่ถูกจริตคนชั้นสูงหรอก"
"พริมา!" รินรดากระซิบเตือนพลางดึงแขนพริมาให้ขยับถอยหลัง "อย่าหาเรื่องใส่ตัว"
"ฉันไม่ได้หาเรื่องค่ะ ริน แค่พูดความจริงที่คนตรงหน้าไม่เคยได้รับฟัง" พริมาสะบัดแขนออก ก่อนจะก้าวเข้าไปหาคุณหญิงนภาด้วยสายตาที่ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย "ศพที่เพิ่งถูกฝังนี่... มีความสัมพันธ์กับลูกชายคนเล็กของคุณหญิงสินะคะ? รอยสักนกฟีนิกซ์ที่ต้นคอผู้ตาย กับตราประจำตระกูลที่สลักไว้บนแหวนวงนั้น... มันชัดเจนเกินกว่าจะเรียกว่า 'คนนอก' ได้"
บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งลงทันตาเห็น รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาถ่วงที่หน้าอก ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยเริ่มกลายเป็นกับระเบิดที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าทุกเมื่อ
คุณหญิงนภาหุบยิ้ม ดวงตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง "เธอรู้มากเกินไปแล้วนะ พริมา... ทนายความที่ไม่มีใครหนุนหลังอย่างเธอ รู้ไหมว่าทางเดินที่เธอกำลังก้าวอยู่น่ะ มันไม่ได้จบลงที่ศาล แต่มันจบที่ก้นแม่น้ำ"
"งั้นเราก็คงไปเจอกันที่นั่นนะคะ เพราะฉันไม่คิดจะหยุดขุดคุ้ยจนกว่าความยุติธรรมจะปรากฏ" พริมาโต้กลับทันควันโดยไม่ยอมลดละสายตา
รินรดาที่ยืนเงียบมาตลอดตัดสินใจแทรกตัวเข้ามา "ท่านคะ... ในฐานะพนักงานอัยการ ฉันเตือนด้วยความหวังดี อย่าให้ฉันต้องเปิดแฟ้มคดีนี้อย่างเป็นทางการ เพราะถ้าหลักฐานชิ้นนั้นอยู่ในมือฉัน เมื่อไหร่... ต่อให้เป็นตระกูลวรโชติเมธี ก็ไม่มีวันรอด"
คุณหญิงนภาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "อัยการรินรดา เธอคิดว่าใครส่งเธอมาประจำที่จังหวัดนี้? คิดว่าเรื่องบังเอิญเหรอ? ความยุติธรรมที่เธอเชื่อมั่นน่ะ มันก็แค่เศษกระดาษที่คนอย่างฉันสั่งแก้เมื่อไหร่ก็ได้"
หญิงสูงศักดิ์หันหลังกลับช้าๆ ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงแล้วพูดทิ้งท้าย "ถ้าอยากเล่นเกมนี้ต่อ ก็เตรียมตัวรับมือกับหายนะให้ดี แต่อย่าร้องขอความปรานีล่ะ เพราะฉันไม่มีให้"
รถคันหรูเคลื่อนตัวจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดาทรุดลงนั่งบนขอบก้อนหินข้างทางอย่างหมดแรง พริมาเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคอง มือหนาของทนายสาวสัมผัสเข้ากับไหล่ที่สั่นเทาของอัยการสาว
"ริน... เธอโอเคไหม?"
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวนั้นบัดนี้กลับมีความหวั่นไหวซ่อนอยู่ "พริมา... ฉันไม่น่าดึงเธอเข้ามาเกี่ยวด้วยเลย เรากำลังสู้กับปีศาจ"
"ปีศาจเหรอ?" พริมาโน้มตัวลงไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าอีกฝ่าย "งั้นเราก็ต้องเป็นนักล่าปีศาจไงคะ จำได้ไหม... ก่อนหน้านี้ใครบอกว่าอัยการอย่างเธอจะทำลายล้างความชั่วร้ายให้สิ้นซาก อย่ามาถอดใจตอนนี้สิคะ คุณอัยการปากจัด"
รินรดาจ้องมองดวงตาคู่สวยของพริมาที่แฝงความมุ่งมั่นเอาไว้ ความเหนื่อยล้าค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่พุ่งพล่านในใจ "เธอมันบ้า... บ้าพอๆ กับปากของเธอนั่นแหละ"
"ขอบคุณที่ชมค่ะ" พริมายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อ "แต่ถ้าจะให้บ้ากว่านี้... คืนนี้กลับไปที่คอนโดเราไหมคะ? มีอะไรหลายอย่างที่ฉันอยากจะ 'กระซิบ' บอกคุณเกี่ยวกับรอยสักนั่น"
รินรดาหน้าแดงก่ำ เธอผลักไหล่พริมาออกเบาๆ ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก "นี่ไม่ใช่เวลามาอ่อยนะยัยทนายประสาท!"
"ก็ไม่ได้อ่อยค่ะ แค่ชวนมาวางแผน... หรือว่าคุณคิดไปไกลกว่านั้น?" พริมาหัวเราะร่า ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนพื้นดินใกล้ๆ ที่รถของคุณหญิงนภาเพิ่งขับผ่านไป
"เดี๋ยว... ริน ดูนั่น"
พริมาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากดิน มันคือ 'สร้อยคอทองคำฝังพลอย' ที่มีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ และที่สำคัญ... บนจี้สร้อยนั้นมีการสลักอักษรย่อที่ทำให้พริมาและรินรดาต้องหน้าถอดสีพร้อมกัน
ตัวอักษร R.L. ... ซึ่งเป็นชื่อย่อของ 'รินรดา' ที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาจากเงามืดหลังพุ่มไม้ใหญ่ พร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ โรสแมรี่พิษจะพาคุณไปสัมผัสความจริงที่ซ่อนอยู่ในตอนถัดไปค่ะ
ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 10
เป้าหมายคือตระกูลดัง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!