ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 9

พื้นที่ปลอดภัยในรถคันเล็ก

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
เสียงเบรกมือดึงกระชากจนล้อรถยนต์อีโคคาร์คันเล็กส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าเสียวไส้ กลิ่นไหม้จางๆ ของยางที่เสียดสีกับพื้นคอนกรีตลอยวนอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ พริมาหอบหายใจถี่กระชั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ที่เพิ่งผ่านพ้นมา ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ท้องถนนยามค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบ กลับมีเงาร่างของมอเตอร์ไซค์ปริศนาพุ่งหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว "ตั้งสติหน่อยคุณพริมา! จะนั่งอึ้งไปถึงไหน มองกระจกหลังโน่น!" เสียงหวานติดจะห้วนและร้อนรนของรินรดาเอุดขึ้นทำลายความเงียบ อัยการสาวคนเก่งขยับตัวแรงจนเข็มขัดนิรภัยรั้งร่างบางไว้แน่น มือเรียวบางสั่นระริกเล็กน้อยยามที่เอื้อมไปบิดกุญแจรถเพื่อดับเครื่องยนต์ แม้ปากจะต่อว่าแต่ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุและเย่อหยิ่งเสมอ กลับเต็มไปด้วยร่องรอยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLดนิ่งขรึม พริมาหันขวับกลับมามองคนข้างกายทันที ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธตามสัญชาตญาณของคนปากไวที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ถ้าฉันไม่หักพวงมาลัยหลบเมื่อกี้ ป่านนี้เราคงไปนอนคุยกับรากมะม่วงข้างทางไปแล้วนะคะท่านอัยการ! แทนที่จะมานั่งสั่ง ฉันว่าคุณควรกล่าวคำขอบคุณทนายความสาวคนนี้สักหน่อยดีไหมคะ" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในช่องท้อง รินรดาหันขวับมามองค้อนวงหน้าคมคายของทนายสาวทันที ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกยอกย้อนในยามวิกฤตแบบนี้ "ขอบคุณเหรอคะ? ขอบคุณที่คุณขับรถหวาดเสียวจนเกือบพาฉันไปตายหมู่มากกว่ามั้ง! ทนายพริมา! ใครใช้ให้คุณขับรถตัดหน้ามอเตอร์ไซค์พวกนั้นเล่า ถ้าคุณไม่ไปแส่หาเรื่องกับหลักฐานในสำนวนบ้านั่น ตั้งแต่แรก เราก็ไม่ต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้หรอก!" "อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?" พริมาเลิกคิ้วสูง หันร่างเข้าหาอัยการสาวเต็มตัวจนระยะห่างระหว่างเบาะคนขับและเบาะข้างคนขับแคบลงถนัดตา "ถ้าฉันไม่แส่ แล้วหลักฐานชิ้นสำคัญชิ้นนั้นจะอยู่ในมือเราเหรอคะคุณรินรดา? หรือคุณอยากจะนั่งรอให้คดีนี้ถูกปัดตกแล้วปล่อยให้คนผิดลอยนวลเหมือนคดีอื่นๆ ล่ะคะ ถึงตอนนั้นคุณคงนั่งจิบชาสวยๆ ในห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำอย่างไร้สำนึกสินะคะ!" "นี่คุณ!" รินรดาตบเบาะรถดังป้าบด้วยความโมโห ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธขึง ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้ายโสของทนายสาวเขม็ง "อย่ามาทำเป็นพูดดีนะ ทนายพริมา! คุณคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน ถึงกล้าเอาชีวิตตัวเองกับชีวิตฉันมาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้ฮะ!" บรรยากาศในรถคันเล็กเริ่มระอุขึ้นด้วยอุณหภูมิความเดือดดาลของคนทั้งคู่ ไดอะล็อกคมคายถูกสาดใส่กันราวกับไม่มีใครยอมใคร แม้ภายนอกจะดูเหมือนกำลังทะเลาะกันเอาเป็นเอาตาย แต่ลึกๆ แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าความเกรี้ยวกราดนั้นเป็นเพียงเกราะกำบังที่สร้างขึ้นเพื่อซ่อนเร้นความหวาดกลัว และความตื่นตระหนกที่ยังคงหลงเหลือจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ ทว่า... ในจังหวะที่พริมาอ้าปากจะสวนกลับด้วยประโยคแสบสันต์อีกชุด ฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาเหล็กของรถอีโคคาร์คันจิ๋วเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เม็ดฝนหนาทึบสาดซัดใส่กระจกหน้ารถจนวิสัยทัศน์มืดมัวลงในพริบตา อุณหภูมิภายในห้องโดยสารลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ความมืดมิดรอบด้านที่ถูกโอบล้อมด้วยสายฝนทำให้พื้นที่ในรถคันเล็กนี้กลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวกลางพายุ พรึ่บ! เสียงเครื่องยนต์ที่ดับสนิททำให้แอร์ในรถหยุดทำงานตามไปด้วย ความร้อนระอุจากการปะทะคารมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอับชื้นและความเย็นเยียบของสายฝน รินรดาตัวสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความเปียกชื้นจากละอองฝนที่สาดเข้ามาทางกระจกด้านข้างที่ปิดไม่สนิทเมื่อครู่ รวมถึงความเครียดสะสมที่โถมทับเข้ามาในคราวเดียว พริมาสังเกตเห็นอาการนั้น ความถือดีที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ทนายสาวถอนหายใจยาวเหยียด ยอมลดราวาศอกให้กับอัยการสาวจอมซึนเป็นครั้งแรก "หนาวเหรอคะ..." เสียงของพริแม่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความห่วงใยเจือจางที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ รินรดาเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบคำถาม ใบหน้างดงามเบือนหนีออกไปมองกระจกด้านข้างที่เต็มไปด้วยหยดน้ำฝนไหลวนเป็นทางยาว มือเรียวบางยกขึ้นกอดอกแน่นเพื่อพยายามกักเก็บความอบอุ่นให้กับร่างกายที่สั่นเทิ้ม ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำซัดส่ายอยู่ภายนอกเท่านั้นที่ยังคงคำรามก้อง พริมาขยับตัวเล็กน้อย ความที่ห้องโดยสารแคบและจำกัด ทำให้ไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดติดกัน ทนายสาวเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตผ้าสักหลาดเนื้อหนาที่พาดอยู่เบาะหลังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยังคงนั่งกอดอกนิ่ง "ใส่ซะนะคะ... เดี๋ยวจะไม่สบายไปเสียก่อน อัยการอย่างคุณป่วยตอนนี้ สำนวนคดีคงพังพินาศพอดี" คำพูดปากร้ายตามนิสัยถูกพ่นออกมากลบเกลื่อนความใส่ใจ พร้อมๆ กับที่เสื้อแจ็คเก็ตถูกคลุมลงบนลาดไหล่บอบบางของรินรดาอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของพริมาที่เผลอแตะโดนผิวเนื้อช่วงไหล่โดยไม่ตั้งใจ ทำให้รินรดาสสะดุ้งเฮือก หัวใจที่เต้นระส่ำอยู่แล้วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก อัยการสาวหันขวับกลับมามองคนข้างกาย ดวงตาคู่คมสบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันในพื้นที่จำกัด ทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคู่คมไหวระริกยามที่กวาดมองพวงแก้มเนียนและริมฝีปากที่ขยับพูดจาเผ็ดร้อนใส่เธอมาตลอดทาง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความมืดมิด "คุณ... ใกล้ไปแล้วนะพริมา..." รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบa น้ำเสียงที่เคยดุดันและทรงอำนาจเมื่อครู่กลับสั่นเครือและแห้งผากอย่างน่าประหลาด "ใกล้ตรงไหนคะ ก็รถมันคันแค่นี้..." พริมาตอบเสียงเบาไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมหลบ ความดื้อรั้นในแววตาของทนายสาวถูกแทนที่ด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของอัยการสาวกระตุกวูบ "หรือว่า... คุณกลัวคะ?" "ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณความถือดี พยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่กำลังกัดกินหัวใจ แต่ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้กลับทำให้คำพูดโกหkของเธอดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย พริมาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ปากแข็งจังนะคะท่านอัยการ... ไหน ลองพูดใหม่อีกทีซิคะ ว่าคุณไม่ได้หวั่นไหว..." รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ กลิ่นกายหอมสะอาดและไอร้อนจากร่างของทนายสาวแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก อัยการสาวหลุบตาลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจายั่วเย้าของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว และในวินาทีที่พริมากำลังจะเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ต่อเพื่อแกล้งคนปากแข็งให้สติหลุด... แกร๊ก! เสียงเปิดประตูรถฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในห้องโดยสารแคบๆ จนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาท่ามกลางสายฝน พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน "ริน! อยู่ในนี้หรือเปล่า... เฮ้ย! พวกคุณทำอะไรกันอยู่?!" พริมาและรินรดาหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนสาดส่อง... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีฟินๆ ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%