ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 14

รอยร้าวในสำนวนคดี

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“คุณกำลังจะบอกฉันว่า... สำนวนคดีที่กองอยู่ตรงหน้าฉันตลอดสามเดือนนี้ มันคือเศษกระดาษชำระที่เขียนขึ้นมาเพื่อจัดฉากงั้นเหรอคะ อัยการรินรดา!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นห้องทำงานส่วนตัวของอัยการสาว ทนายสาวพริมายืนค้ำโต๊ะทำงาน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นใจในตัวเองมาตลอด บัดนี้แดงก่ำด้วยความช็อกระคนคับแค้นใจ กระดานหมากรุกทั้งหมดที่เธอคิดว่าเธอเป็นคนเดินเกม กำลังพลิกคว่ำลงตรงหน้าอย่างไร้ความปรานี และคนที่กุมหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้ไว้ ก็คือผู้หญิงคนที่ยืนกอดอกนิ่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สันจاوโด่งรั้นเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและดุจัดเหมือนแมวป่าในยามปกติ ยามนี้กลับไหววับด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวคำคาดคั้นของพริมา แต่เธอกลัว... กลัวว่าความจริงที่กำลังจะเปิดเผย จะลากผู้หญิงตรงหน้าดิ่งลงไปในหลุมพรางที่อันตรายเกินกว่าจะถอนตัว “ตั้งสติก่อนค่ะคุณพริมา!” รินรดากระแทกเสียงกลับด้วยโทนที่ดังกว่าเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเครือในเนื้อเสียง เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าจนระยะห่างระหว่างเขaทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว “ถ้าคุณยังสติแตกแล้วโวยวายเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจแบบนี้ หลักฐานทั้งหมดที่เราอุตส่าห์เสี่ยงตายหามา มันจะพังทลายลงในพริบตา!” “แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ!” พริมาพุ่งเข้าไปประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังสะดุดขอบโต๊ะทำงาน แว่นตากรอบบางเกือบหลุดร่วง ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวของพริมากลับคว้าข้อมือของอัยการสาวไว้แน่น แรงบีบสะท้อนความเจ็บปวดและเคียดแค้น “ในเมื่อบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจท้องที่ ที่คุณส่งให้ฉันเมื่อคืน มันถูกฉีกหน้าสำคัญหายไปสามหน้า! หน้าที่บันทึกชื่อของ ‘ใครบางคน’ ที่สั่งปิดคดีนี้ตั้งแต่สัปดาห์แรก!” ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด เคมีคุกรุ่นระหว่างทนายสาวสายลุยกับอัยการสาวปากแข็งพุ่งทะยานจนแทบจะเผาไหม้อากาศในห้อง รินรดาก้มมองมือนุ่มที่กำข้อมือเธอแน่น ปลายเล็บที่จิกเข้ามาเบาๆ นั้นไม่ได้ทำให้เจ็บกายเท่ากับเจ็บใจที่เธอไม่สามารถอธิบายความจริงทั้งหมดให้ฟังได้ทันที “ปล่อยค่ะ...” รินรดาเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ดวงตาสั่นระริกช้อนขึ้นสบตากับคนตรงข้าม ความซึนเดระที่เคยพ่นวาจาร้ายกาจใส่กันมาตลอดหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ผู้หญิงปากแข็งคนนี้แบกรับไว้คนเดียว “ที่ฉันทำ... ที่ฉันยอมส่งบันทึกฉบับนั้นให้คุณ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมีความเสี่ยง ก็เพราะฉันไม่อยากให้คุณต้องเอาชีวิตเข้าไปแลกกับขั้วอำนาจมืดพวกนั้นต่างหากเล่า!” พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมฉายแววเย้ยหยันทั้งๆ ที่หัวใจกำลังบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ “ความหวังดีของคุณมันน่าประทับใจมากนะคะ อัยการรินรดา แต่ขอโทษเถอะค่ะ... คนอย่างพริมาไม่เคยชอบให้ใครมาปกป้องแบบลับหลัง โดยเฉพาะการถูกหลอกให้เดินเข้ากองไฟทั้งเป็นแบบนี้!” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะบีบคั้น รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดและอารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับเดือนตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่กับผู้หญิงปากเก่งคนนี้... เธอมักจะพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นและแววตาที่เว้าวอนหาความจริงเสมอ “ถ้าคุณคิดว่าฉันตั้งใจหลอกคุณ... ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ ทำไมไม่เดินออกไปจากห้องนี้ แล้วฉีกตั๋วทนายทิ้งซะตั้งแต่ตอนนี้เลย!” รินรดาโพล่งออกมาด้วยความโมโหปนน้อยใจ เสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยอย่างปิดไม่มิด พริมานิ่งง้ำไปเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของอัยการสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาเมื่อครู่มอดดับลงในพริบตา เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้าสู่กลางใจ ปลายนิ้วที่เคยบีบข้อมือแน่นค่อยๆ คลายออกอย่างแผ่วเบา ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “เพราะฉัน... ไปไหนไม่รอดแล้วต่างหากล่ะคะ” พริมาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบa ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะปฏิเสธ “ไม่ว่าจะพยายามวิ่งหนีคุณ หรือวิ่งหนีความจริงแค่ไหน... สุดท้ายฉันก็วนกลับมาตายรังที่ผู้หญิงปากร้ายอย่างคุณทุกที” รินรดาเบิกตากว้างขึ้น หัวใจกระตุกวูบ ไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มขาวเนียน เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัยเดิม ทว่าก่อนที่คำพูดประชดประชันจะทันได้หลุดออกจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “ท่านอัยการครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่นิติกรหนุ่มหน้าห้องดังทะลุบานประตูไม้เข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “หลักฐานชิ้นเอกในตู้เซฟชั้นใต้ดิน... ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดแล้วครับ!” รินรดากับพริมาสะดุ้งสุดตัว ผนังความไว้วางใจที่เพิ่งก่อขึ้นมาระหว่างกันพังทลายลงอีกครั้งในเสี้ยววินาที รินรดาหันขวับไปมองประตูสลับกับใบหน้าซีดเผือดของพริมา ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูไม่ได้แค่จับตาดูพวกเธออยู่ห่างๆ แต่มันกำลังเดินเข้าประชิดตัวพวกเธอแล้ว! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางสืบหาความจริงไปกับ "โรสแมรี่พิษ" นะคะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%