ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 13

เกมจ้องตาในศาล

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* เบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถใต้ดิน บรรยากาศอึมครึมชื้นแฉะกลิ่นยางมะตอยผสมกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทเล็งตรงมายังหน้าผากของพริมาอย่างไร้ความปรานี ทว่าในวินาทีเป็นตายนั้น ไม่มีเสียงกรีดร้องจากทนายสาวสายลุย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความเย้ยหยันและดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าจนมุมที่พร้อมจะขย้ำคอผู้ล่ากลับ "ช้าไปสามวินาทีค่ะ มือปืนรับจ้างสมัยนี้นี่คุณภาพตกต่ำลงทุกทีสินะคะ" พริมาไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง แต่เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับบังร่างของรินรดา อัยการสาวที่ยืนช็อกอยู่ด้านหลังไวเสียยิ่งกว่าความคิด มือเรียวคว้าจับข้อมือของมือปinเงาคนนั้นแล้วบิดสวนองศาอย่างรุนแรงท่ามกลางความตกตะลึง ปัง! กระสุนนัดแรกพุ่งเจาะพื้นคอนกรีตเฉียดปลายรองเท้าส้นสูงไปเพียงมิลลิเมตรเดียว "พริมา!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ หัวใจของอัยการสาวกระตกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เพราะกลัวความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เพราะความเป็นห่วงผู้หญิงปากเก่งที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะท่านอัยการ! หยิบแฟ้มเอกสารในกระเป๋าฉันแล้ววิ่งไปที่รถสิคะ!" พริมาตะโกนสวนกลับเสียงดังลั่นพร้อมกับออกแรงเหวี่ยงศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมือปืนจนมันเซถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจของทนายสาวหอบสะท้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตายังคงดุดันและเฉียบคมไม่เปลี่ยน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความลังเลหายวับไปกับตา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็คว้าแฟ้มคดีลับจากกระเป๋าของพริมาตามสั่ง ทว่าแทนที่จะวิ่งหนีไปตามที่อีกฝ่ายบอก อัยการสาวกลับพุ่งตัวคว้าท่อนเหล็กยาวที่วางอยู่ข้างเสาปูนแล้วฟาดเข้าที่แผ่นหลังของมือปืนคนนั้นเต็มแรง! *ผลั้วะ!* เสียงเหล็กกระทบกล้ามเนื้อหนักหน่วงจนมือปืนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น พริมาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอตามด้วยการเตะเสยคางซ้ำจนร่างนั้นหมดสติคาที่ ลานจอดรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหญิงสาวทั้งสองคน "ใครสั่งแกมา!" พริมาใช้ปลายรองเท้าเขี่ยร่างที่หมดสติไปแล้วด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองคนข้าง ๆ ที่ยืนถือท่อนเหล็กเนื้อตัวสั่นเทา "บอกแล้วให้วิ่ง ทำไมไม่ฟังคะ?" "ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะคะ ยัยทนายบ้า!" รินรดาแหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความไม่สบอารมณ์ทั้งที่แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธปนความซึ้งใจ "ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบคดีนี้ ห๊ะ!" "เป็นห่วงฉันเหรอคะเนี่ย?" พริมายื่นหน้าเข้าไปใกล้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก แม้สถานการณ์รอบตัวจะอันตรายแค่ไหน เธอก็ยังไม่วายหยอกเย้าคนที่กำลังทำหน้าซึนเดระใส่ "ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา แต่เมื่อกี้ฟาดเหล็กซะเต็มแรงเลยนะคะท่านอัยการ ขาโหดประจำศาลตัวจริงเสียงจริงสินะคะเนี่ย" "พูดมากน่า!" รินรดาเบือนหน้าหนี ซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เก็บแรงไว้ไปเถียงกับจำเลยในศาลพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะคุณพริมา คดีพลิกแน่ถ้าหลักฐานในแฟ้มนี้ใช้มัดตัวพวกมันไม่ได้" แสงไฟนีออนกะพริบวูบวาบสาดส่องลงมายังร่างของทั้งคู่ เงาทอด ยาวทับซ้อนกันบนพื้นคอนกรีต เคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่ระหว่างความตึงเครียดของคดีฆาตกรรมและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานนับเดือนทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ รุ่งอรุณแห่งวันพิจารณาคดีมาถึงเร็วเสียยิ่งกว่าใจนึก ห้องพิจารณาคดีหมายเลข 4 แน่นขนัดไปด้วยผู้คนและสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ไร้ทางออก บรรยากาศในห้องเย็นเยียบและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ฝั่งจำเลยคือผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งและมั่นใจเต็มร้อยว่าตนเองจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายอีกครั้ง ท่านผู้พิพากษาเคาะค้อนไม้เสียงดังสนั่น "เปิดการพิจารณาคดี..." พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีดำสนิทขับเน้นให้เธอดูสง่างามและน่าเกรงขาม ดวงตากวาดมองไปยังคู่กรณีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ในขณะที่รินรดาในฐานะอัยการโจทก์นั่งอยู่เคียงข้าง ส่งสายตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนให้เตรียมพร้อม "ท่านผู้พิพากษาที่เคารพค่ะ" พริมาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้อง "ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝั่งจำเลยพยายามบิดเบือนความจริง ทำลายหลักฐาน และพยายามปิดปากพยานทุกรูปแบบ เพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดบนมือของพวกเขา... แต่น่าเสียดายค่ะที่ความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะซื้อได้ด้วยเงิน" เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี ทนายฝ่ายจำเลยผุดลุกขึ้นประท้วงทันที "คัดค้านครับท่าน ทนายโจทก์กล่าวหาลอยๆ ไม่มีหลักฐานพาดพิง!" "ฉันยังพูดไม่จบค่ะคุณทนาย กรุณานั่งฟังแล้วหุบปากรอฟังให้ดีนะคะ" พริมาสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้ผู้พิพากษาอนุญาต รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนใบหน้าสวยคม มือเรียวหยิบแฟ้มเอกสารแผ่นสุดท้ายขึ้นมา ชูให้ทุกคนในห้องได้เห็นอย่างชัดเจน "หลักฐานชิ้นนี้คือบันทึกการโอนเงินจากบัญชีลับของบริษัทจำเลย โอนตรงไปยังบัญชีของมือปืนที่พยายามจะเก็บพวกเราเมื่อคืนนี้ค่ะ!" ห้องพิจารณาคดีเงียบกริบลงในทันที ทนายฝ่ายจำเลยหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่ก หันไปมองลูกความของตนเองด้วยความตื่นตระหนก ฝั่งผู้ทรงอิทธิพลที่เคยนั่งยิ้มระรื่นเริ่มกัดกริมฝีปากแน่น มือที่วางบนโต๊ะสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อจนมุมด้วยหลักฐานชิ้นเอกที่ไม่มีทางดิ้นหลุด รินรดาเหลือบมองพริมาด้วยความทึ่ง แววตาของอัยการสาวฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ผู้หญิงคนนี้มักจะมีไพ่ตายซ่อนอยู่เสมอ และเธอก็เล่นเกมนี้ได้อย่างงดงามและเร้าใจที่สุด "และถ้ายังไม่ชัดเจนพอ..." พริมาย่างสามขุมเข้าไปใกล้แท่นพยาน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "เรายังมีพยานปากสำคัญอีกหนึ่งปากที่เพิ่งฟื้นจากอาการโคม่า และพร้อมจะมาเล่าทุกอย่างให้ศาลได้ฟัง..." ทันใดนั้น ประตูห้องพิจารณาคดีก็เปิดออกผาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามา ทว่าไม่ใช่พยานที่ทุกคนคาดคิด แต่เป็นร่างสูงของบุคคลในเงามืดคนเดิมที่ยกยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว พร้อมกับเอกสารลับสุดยอดในมือที่ถูกชูขึ้นสูง... เอกสารที่เปิดเผยความลับดำมืดที่สุดในครอบครัวของรินรดาเอง! รินรดานิ่งงั้น ตัวชาดิ่งลงเหว ดวงตาทอประกายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อกระดานหมากรุกทั้งหมดพลิกคว่ำในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมลุ้นระทึกมาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%