"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของสมองคุณแน่ค่ะ ท่านอัยการ"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของพริมาไม่ได้ทำให้คนที่ยืนอยู่หลังเงมืดสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มก้าวออกมาจากมุมอับของโกดังร้างอย่างไม่รีเวลาร้อน ปืนพกกระบอกเล็กในมือถูกลดระดับลงอย่างไม่ยี่ห้อ แต่สิ่งที่ทำให้ทนายสาวต้องเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ คือแฟลชไดสีดำสนิทในมืออีกข้างของอีกฝ่าย—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนเกมคดีนี้ไปตลอดกาล และมันควรจะอยู่ในมือของเธอตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน... แม้ว่าสภาพตัวเองจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือแบบนี้เนี่ยนะ, คุณทนาย"
รินรดาปรายตามองสภาพกระเซอะกระเซิงของพริมาที่เพิ่งรอดพ้นจากการถูกลอบทำร้ายมาหมาดๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยขาดที่หัวไหล่ เลือดซิบๆ ไหลเปื้อนผิวเนียน แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของอัยการสาวไม่ได้ฉายแววสมเพชเลยสักนิด มันมีความวาวโรจน์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเย็นชาและคำพูดเชือดเฉือน
"ถ้าฉันเป็นลูกไก่ คุณก็คงเป็นยัยแม่ไก่ใจร้ายที่ชอบยืนมองชาวบ้านเขาตกที่นั่งลำบากสินะคะ!" พริมาสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละความอวดดี แม้ขาจะแทบยืนไม่ไหวเพราะพิษบาดแผล "เอาแฟลชไดรฟ์มานี่! นั่นมันหลักฐานของฝั่งฉัน!"
"หลักฐาน? ของคุณตรงไหน?" รินรดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างท้าทาย เธอจงใจยกแฟลชไดรฟ์ขึ้นสูงระดับสายตา หมุนมันเล่นในปลายนิ้วอย่างเยือกเย็น "ในสำนวนคดีนี้ระบุไว้ชัดเจนว่าวัตถุพยานชิ้นนี้ต้องส่งมอบให้พนักงานอัยการตรวจสอบ ไม่ใช่ให้ทนายหัวรั้นอย่างคุณวิ่งราวเอาไปดะดะดะ... โอ๊ย!"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบ พริมาก็ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเผลอพุ่งตัวเข้าชาร์จด้วยสัญชาตญาณนักสู้ ทว่าด้วยบาดแผลที่ข้อเท้าทำให้เธอเสียหลักเซถลำเข้าหาร่างสูงอย่างจัง จนรินรดาต้องรีบคว้าเอวบางเอาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้มฟาดพื้นด้วยกันทั้งคู่
กลิ่นน้ำหอมแพงๆ ปนกลิ่นสนิมเหล็กและควันปืนจางๆ ลอยเข้าปะทะนางนาทีนั้น ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่กว้าง รินรดาชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อใบหน้าของพริมาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด1ริมฝีปากของกันและกัน ดวงตากลมโตที่ดื้อรั้นมาตลอดตอนนี้กำลังสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ไหววูบไปชั่วขณะอย่างปิดไม่มิด
"ปล่อยเลยนะคะ... ใครอนุญาตให้กอด" พริมาพึมพำเสียงเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่มือเล็กก็ยังแอบฉวยโอกาสเอื้อมไปคว้าแฟลชไดรฟ์จากมือของอัยการสาว
"มือไวสมเป็นทนายจริงๆ นะคะ" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รวบข้อมือของพริมาไว้แน่นด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายโดยไม่ยอมปล่อยให้เป้าหมายหลุดลอยไปได้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวก้มลงกระซิบชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ "ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที สมองคุณคงกระจายติดผนังไปแล้ว... ยังมีหน้ามาทำตัวอวดเก่งอยู่อีกล่ะ"
"ก็ใครใช้ให้คุณแอบตามมาเล่าล่ะคะ! ฉันจัดการเองได้น่า" พริมาเถียงคอเป็นเอ็น ถึงปากจะบอกว่าไหว แต่ในใจลึกๆ กลับยอมรับว่าสัมผัสอุ่นๆ จากอุ้งมือของอัยการสาวที่กุมข้อมือเธอไว้มันช่วยดึงสติเธอออกจากความกลัวเมื่อครู่ได้ดีชะมัด
"จัดการเอง? ดูสภาพตัวเองตอนนี้สิคะ คุณทนาย" รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอา ปนความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยน้ำเสียงประชดประชันตามนิสัย "เดินยังจะเซ ลมพัดมาก็ปลิวแล้ว ยังจะทำเป็นเก่งขับรถไล่ล่าพวกมือปืนมาถึงที่นี่คนเดียว บ้าดีเดือดสิ้นดี"
"ปากจัดจริงนะ... ห่วงก็บอกเถอะค่ะ ไม่เห็นต้องด่ากันยาวขนาดนั้นเลย" พริมาแกล้งแซวสวนกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกอีกฝ่ายประชิดตัวใกล้ชิดเกินความจำเป็น
รินรดาชะงักไปนิด ดวงตาสวยคมหลุบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดของคนตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากที่เผลอหลุดออกมา
"ใครห่วงคุณ... อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาโกดังนี้ สำนวนคดีที่ฉันอุตส่าห์ตระเตรียมมาจะพังไม่เป็นท่าต่างหาก" อัยการสาวเชิดหน้าขึ้นทำเป็นทองไม่รู้ร้อน พร้อมกับปล่อยมือจากข้อมือเล็กอย่างไม่ไยดีนัก แม้ว่าความจริงในใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุอกตั้งแต่เห็นพริมาโดนจ่อปืนเมื่อครู่แล้วก็ตาม
"ปากแข็งใจอ่อนตลอดนะคะ ท่านอัยการคนสวย..." พริมาพึมพำล้อเลียนเบาๆ ขณะพยุงตัวยืนขึ้นโดยมีรินรดาแอบยื่นมือมาประคองข้อศอกไว้หลวมๆ แบบเนียนๆ โดยไม่ยอมพูดอะไร
แต่บรรยากาศชวนใจเต้นรัวระหว่างทั้งคู่ก็ต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาทางประตูโกดังด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองสาวหายวับไปในพริบตา
"อยู่นั่น! ล้อมเอาไว้ อย่าให้ใครหนีไปได้!"
รินรดาหันขวับไปมองหน้าพริมาทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังในโหมดนักกฎหมายผู้ไม่เกรงกลัวใครอีกครั้ง "พวกมันมาเพิ่ม... แผนเดิมคือคุณต้องออกไปทางประตูหนีไฟ เดี๋ยวฉันยิงคุ้มกันให้"
"ไม่เอาค่ะ! เราต้องออกไปด้วยกัน" พริมาดึงแขนเสื้อสูทของอัยการสาวไว้แน่น สีหน้าเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่ๆ"
รินรดามองมือเรียวที่กำเสื้อเธอแน่น หัวใจที่ด้านชามานานกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะดึงมืออีกข้างขึ้นปลดเซฟปืนพกในมือด้วยท่าทีคล่องแคล่ว แล้วหันมาสบตาคนที่ดื้อรั้นที่สุดในสามโลกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"งั้นก็... วิ่งตามฉันมาให้ทันก็แล้วกันค่ะ คุณทนายตัวแสบ"
ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้ก้าวเท้าวิ่ง เสียงฝีเท้าของคนที่อยู่ด้านหลังประตูหนีไฟกลับหยุดชะงักลง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งจากความมืดมิดเบื้องหน้า
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ ท่านอัยการคนเก่งกับคุณทนายสาวผู้กล้าหาญ..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของบุคคลที่สามดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายในเงาสมาร์ทสูทก้าวออกมาจากความมืด และในมือของเขากำลังเล็งปลายกระบอกปืนเก็บเสียงตรงมาที่พวกเธอทั้งคู่แบบไม่ให้ตั้งตัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยจิกหมอนไปพร้อมกันนะคะ!
ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 12
ความซึนของท่านอัยการ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!