ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก•ตอนที่ 7

มื้อค่ำที่ไม่มีใครเต็มใจ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"คุณพูดว่าอะไรนะ?" เสียงของพริมาเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างสูงโปรดของอัยการสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง บนโต๊ะอาหารหรูหราสไตล์อิตาเลียนในร้านอาหารลับย่านทองหล่อ บรรยากาศรอบตัวควรจะโรแมนติกและผ่อนคลายสำหรับมื้อค่ำ แต่ทว่า... มันกลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของสงครามเย็นที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นมองตอบกลับมาด้วยแววตานิ่งสนิทที่ชวนให้อยากหาอะไรมาขว้างใส่สักที "หูทวนลมหรือไงคะ ทนายพริมา หรือว่าช่วงนี้คดีมันแน่นจนสมองประมวลผลไม่ทัน ฉันบอกว่า *'ต้นฉบับจริงๆ น่ะ อยู่ที่ฉัน'* ฟังชัดเจนดีไหมคะ หรือต้องให้แปลเป็นภาษากฎหมายให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น" "นี่คุณ!" พริมาแทบจะปราบมือลงบนโต๊ะอาหารจนแก้วไวน์สั่นสะเทือน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อกดดัน "คุณเล่นสกปรกอะไรรินรดา! ฉันอุตส่าห์ตามหาพยานปากเอกและรวบรวมหลักฐานแทบตาย แต่คุณกลับ..." "กลับฉวยโอกาสเอาตัดหน้าคุณไปเหรอคะ?" รินรดาต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ชวนโมโหสิ้นดี หญิงสาวหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ราวกับสถานการณ์เดือดดาลตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์ฉากหนึ่งเท่านั้น "ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครรอให้คุณเดินมาเก็บดอกไม้ริมทางหรอกนะคะ ทนายพริมา ใครเร็วกว่า คนนั้นก็ชนะ... และอีกอย่าง มื้อนี้ฉันเป็นคนนัด คุณควรจะรักษาภาพลักษณ์ทนายสาวมืออาชีพมากกว่ามานั่งแยกเขี้ยวใส่ฉันแบบนี้นะคะ" "ภาพลักษณ์บ้าบออะไรล่ะ!" พริมาสวนกลับทันควัน ความอดทนที่มีต่ออัยการสาวจอมยโสคนนี้ขาดผึ่งลงทันที "คุณเรียกฉันมาดินเนอร์บดบังหน้าฉาก แต่ลับหลังกลับขโมยหลักฐานชิ้นสำคัญไปซ่อนไว้เองเนี่ยนะ ประทานโทษเถอะค่ะคุณอัยการ... นี่เรียกว่าดินเนอร์กระชับมิตรหรือแผนการกักขังหน่วงเหนี่ยวหลักฐานทางคดีกันแน่!" ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อต่อมความโกรธของเธอได้ดีเสียยิ่งกว่าจำเลยในชั้นศาลเสียอีก รินรดาร้ายกาจ เย็นชา และชอบทำตัวเหนือกว่าอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่ริมฝีปากคู่นั้นขยับเถียงฉอดๆ แววตาของอีกฝ่ายกลับมีความดื้อรั้นที่ดึงดูดสายตาพริมาให้ละไปไหนไม่ได้เลยสักครั้ง รินรดาววางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในร้าน เธอมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยกำลังโดนผู้ใหญ่อบรม "เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักทีได้ไหมคะ" รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด แสร้งทำเป็นเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของเมืองกรุง "ที่ฉันเก็บต้นฉบับนั้นไว้ ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง... คุณคิดว่าคุณกำลังสู้กับใครอยู่คะ พริมา? คนพวกนั้นไม่ใช่แค่ขู่เล่นๆ ถ้าเอกสารชิ้นนั้นหลุดไปถึงมือฝั่งตรงข้ามก่อนที่คุณจะยื่นฟ้อง ชีวิตคุณคงไม่ได้มานั่งเถียงฉอดๆ อยู่ตรงนี้แน่" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นกะทันหันทำให้พริมาสะดุดกัก นัยน์ตาคมกริบของอัยการสาวที่มองกลับมาในจังหวะนั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น มันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความดุดันตามนิสัยซึนเดระของเจ้าตัว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อาหารอิตาเลียนรสเลิศบนจานตรงหน้ากลายเป็นสิ่งไร้ความหมายไปถนัดตา พริมาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและความอุ่นวาบที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างไม่ทันตั้งตัว "คุณ... เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" ทนายสาวหรี่ตามองพล- างเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจ รินรดาสำลักน้ำลายตัวเองทันที! ใบหน้าสวยเฉี่ยวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อนอาการเลิกลักระดับสิบ ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่พริมาแบบกลกลบเกลื่อนความเขิน "หลงตัวเองใหญ่แล้วค่ะ! ใครเขาเป็นห่วงคุณกัน ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกความงี่เง่าของคุณมาตายกลางทางจนคดีของฉันพลอยเสียหายไปด้วยต่างหากเล่า!" "ปากแข็งจริงนะคะอัยการริน..." พริมาหัวנסแผ่วเบาในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแปลกๆ เมื่อได้เห็นมุมหลุดๆ ของคนปากแข็ง "ถ้าไม่ได้เป็นห่วง แล้วทำไมต้องแย่งเอกสารไปเก็บไว้เองล่ะคะ ทำไมไม่เอามาแบ่งกันดูตั้งแต่แรก หืม?" "ก็เพราะคุณมันพวกบุ่มบ่าม ชอบลุยเดี่ยวไม่กลัวตายไงคะ!" รินรดาเผลอเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบหรี่เสียงลงเมื่อโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง "ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ป่านนี้คุณคงเอาตัวเองไปเอาหน้าแนบบาเร็ตต์ของพวกมันเรียบร้อยแล้ว... รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าตัวเองเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งน่ะ" จังหวะนั้นเอง ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างโต๊ะอาหารไม่ได้กว้างนัก ความเงียบงันกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่สパークเข้าหากันอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรินรดาลอยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นไวน์แดงรสละมุน พริมาค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อหากไม่มีเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า อัยการสาวสะดุ้งสุดตัว รีบดึงสติแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ สีหน้าของรินรดาที่เคยแดงก่ำจากความเขินอายก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในพริบตา ความเย็นชาและตึงเครียดกลับมาเกาะกุมรอบตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว พริมาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "มีอะไรคะ?" รินรดายังไม่ทันได้ตอบคำถาม ไฟในร้านอาหารหรูทั้งหลังก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน เสียงเพลงแจ๊สดับสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกโต๊ะอาหาร เสียงฮือฮาและเสียงตกใจของลูกค้าคนอื่นดังเซ็งแซ่ "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย..." พริมาพึมพำพร้อมกับเอื้อมมือควานหาตัวรินรดาในความมืด ทว่า ในวินาทีที่มือของเธอสัมผัสโดนแขนเสื้ออีกฝ่าย รินรดากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและสั่นเทาเล็กน้อย "เงียบ..." เสียงกระซิบของรินรดาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้ว... มีคนกำลังเข้ามา" *แอด...* เสียงเปิดประตูหลังร้านดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่เดินตรงดิ่งเข้ามาท่ามกลางความมืดมิดโดยไม่มีการจุดไฟฉายใดๆ ทั้งสิ้น! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งฟินของคู่เรานะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวสายลุยกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครอยากเปิดปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%