“ถ้าจะหั่นเห็ดนั่นให้แหลกคามีดขนาดนั้น พรุ่งนี้เช้าเราคงได้กินซุปเห็ดป่นแทนที่จะเป็นเห็ดผัดสมุนไพรนะคะ เซร่า”
ฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางวางกาน้ำทองแดงลงบนตะแกรงเหนือเปลวไฟสีส้มสลัวที่กำลังเต้นระบำอยู่ในเตาแคมป์ปิ้งขนาดพกพา กลิ่นควันไม้จางๆ ผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกในป่าลึกแห่งนี้ช่างแปลกประหลาด แต่มันกลับทำให้ประสาทสัมผัสของฉันตื่นตัวมากกว่าปกติ
เซร่าชะงักมือที่กำลังกดปลายมีดลงบนเขียงไม้ ใบหน้าเรียบเฉยที่มักจะดูเหมือนรูปสลักน้ำแข็งของเอลฟ์พิทักษ์ป่าสั่นไหวน้อยๆ เธอถอนหายใจยาวก่อนจะวางมีดลง แล้วหันมามองฉันด้วยแววตาที่ซ่อนความอ่อนล้าเอาไว้ไม่มิด “ขอโทษทีค่ะริน ฉันแค่... คิดเรื่องที่พวกเราเพิ่งเผชิญมาเมื่อวานไม่ตก”
ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้ วางมือลงบนไหล่ที่เกร็งแน่นของเธอเบาๆ ก่อนจะหยิบเอาเมล็ดกาแฟคั่วบดละเอียดออกมาจากถุงเก็บอุณหภูมิ “เรื่องบางเรื่อง ถ้ามันหนักเกินกว่าจะแบกไว้คนเดียว การแบ่งมันออกมาบ้างในระหว่างรอให้น้ำเดือดก็ไม่เลวเลยนะคะ”
เซร่ามองเมล็ดกาแฟสีน้ำตาลเข้มที่ร่วงหล่นลงในกรวยดริปช้าๆ เสียงน้ำร้อนที่กระทบผงกาแฟดัง ‘ซ่า’ เบาๆ กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าแท้จากโลกที่จากมาลอยฟุ้งกระจาย กลบกลิ่นอับชื้นของป่าชื้นไปจนหมดสิ้น มันเป็นกลิ่นที่เยียวยาทุกบาดแผล แม้แต่กับเอลฟ์ที่อยู่มานานนับร้อยปีอย่างเธอก็ตาม
“ริน... คุณไม่เคยถามเลยว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในคาเฟ่ที่ไม่มีใครรู้จักแห่งนี้” เซร่าพูดพลางจ้องมองควันจางๆ ที่ลอยขึ้นจากถ้วยกาแฟ “คุณคิดว่าเอลฟ์อย่างฉันแค่หลงรักเค้กสตอเบอร์รี่จริงๆ หรือคะ?”
ฉันยกกาแฟดริปส่งให้เธอ แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ บนขอนไม้ที่ปูด้วยผ้าขนสัตว์ “คนเรามักจะมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่หลังความชอบเสมอค่ะ และสำหรับฉัน... ความชอบมักจะเป็นประตูบานแรกที่นำพาไปสู่ความลับที่ลึกซึ้งกว่านั้นเสมอ คุณอยากเล่าไหมคะ?”
เซร่าหลับตาลง สูดกลิ่นกาแฟลึกๆ ความเคร่งขรึมบนใบหน้าดูจะจางลงเหลือเพียงหญิงสาวที่ต้องการที่พักพิง “ในฐานะพิทักษ์ป่า ฉันเห็นการเกิดและการดับของต้นไม้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันไม่เคยเห็น ‘การมีชีวิตอยู่’ ที่แท้จริงจนกระทั่งได้เห็นคุณบรรจงตีวิปครีม หรือพิถีพิถันกับการดริปกาแฟทุกแก้ว... มันเหมือนกับการร่ายเวทมนตร์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นการทำลาย แต่เป็นการโอบกอดค่ะ”
เธอลืมตาขึ้น ดวงตาสีมรกตวาววับในแสงไฟ “โลกภายนอกมีแต่การแย่งชิง ดยุคอาเธอร์ก็พยายามดึงคุณเข้าสู่เกมการเมือง แต่คุณกลับปฏิเสธด้วยการเสิร์ฟเค้กชิ้นเดียว... คุณไม่กลัวเลยหรือคะว่า สักวันหนึ่งความสงบสุขที่คุณสร้างขึ้นจะถูกเปลวไฟจากอำนาจเหล่านั้นเผาทำลาย?”
ฉันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะคีบเห็ดที่หั่นเสร็จแล้วลงกระทะ เสียงน้ำมันร้อนๆ ทำปฏิกิริยากับเห็ดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง “ความกลัวมันมีอยู่เสมอค่ะเซร่า แต่ถ้าเราเอาแต่กลัวจนไม่ได้ลงมือทำสิ่งที่เรารัก กาแฟแก้วนี้ก็คงจืดชืด และเค้กชิ้นนั้นก็คงขาดความหวาน... ชีวิตก็เหมือนเบเกอรี่นะคะ เราควบคุมอุณหภูมิของเตาอบไม่ได้ทั้งหมด แต่เราเลือกวัตถุดิบและใส่หัวใจลงไปในขั้นตอนการผสมได้”
เซร่าเงียบไปนาน ก่อนจะหยิบชิ้นขนมปังปิ้งขึ้นมาเคี้ยวช้าๆ “คุณมักจะพูดให้ทุกอย่างดูง่ายเสมอ... แต่ถ้าวันหนึ่ง คนที่คาเฟ่ไม่ได้มีแค่ลูกค้าที่หิวโหย แต่เป็นศัตรูที่ต้องการหัวของคุณล่ะคะ?”
ฉันชะงักมือที่ถือตะหลิว ใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงสายตาของอาเธอร์ในวันก่อน แต่ฉันก็ยังคงรอยยิ้มไว้ “ถ้าถึงวันนั้น ฉันก็จะอบขนมให้พวกเขาค่ะ จนกว่ากลิ่นเนยจะละลายหัวใจที่แข็งกระด้างของพวกเขาออก... เพราะไม่มีใครหรอกค่ะที่จะโกรธแค้นได้ลงคอในขณะที่กำลังลิ้มรสขนมที่ทำด้วยความจริงใจ”
“คุณนี่มัน... เพ้อฝันกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะ” เซร่าส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มบางๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการกินเค้ก แต่มันมาจากความรู้สึกสบายใจจริงๆ
เรานั่งคุยกันต่อท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนและเสียงไฟที่ปะทุเป็นระยะ เรื่องราวชีวิตของฉันในโลกเก่าที่เงียบเหงา ถูกแลกเปลี่ยนกับตำนานป่าที่โดดเดี่ยวของเธอ ความมืดมิดรอบตัวดูจะเล็กลงเมื่อมีกลิ่นหอมของอาหารและเรื่องราวของกันและกันเป็นเกราะป้องกัน
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดัง ‘เปรี๊ยะ’ มาจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังเรา ทั้งฉันและเซร่าชะงักกึกทันที เซร่าลุกขึ้นยืนในชั่วพริบตา มือของเธอเอื้อมไปจับที่ซองธนูข้างกายโดยสัญชาตญาณ แววตาของเธอกลับมาคมกริบและดุดันดุจนักล่า
“ใคร!” เซร่าตะโกนก้อง เสียงของเธอแฝงไปด้วยพลังเวทมนตร์แห่งพฤกษา
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณแทนที่เสียงแมลง แต่แล้วจากเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนก็ก้าวออกมา เขาดูทุลักทุเลและหอบหายใจถี่ ราวกับเพิ่งหนีตายจากที่ไหนสักแห่งมา
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคยดี... มันคือดยุคอาเธอร์ที่ดูอ่อนแรงผิดกับมาดแม่ทัพผู้เกรียงไกร เขาทรุดลงกับพื้นทันทีที่เห็นหน้าเรา พร้อมกับหยิบม้วนกระดาษที่มีคราบเลือดติดอยู่ส่งมาให้ฉันมือสั่นเทา
“ริน... อย่าเพิ่งถามอะไรทั้งนั้น... ขนมหวานของคุณ... ช่วยทำอะไรที่มันหยุดเลือดนี้ได้ไหม... หรือว่า...” เขาเว้นจังหวะก่อนจะกระอักเลือดออกมา “...ความลับที่ผมถืออยู่ มันกำลังจะฆ่าผมแล้ว”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนที่แสนกดดันในป่าลึกกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 11
คืนวันท่ามกลางป่าลึก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!