คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 2

กาแฟดริปถ้วยแรกของชายป่า

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าจะทำธุรกิจในป่าไร้ชื่อแห่งนี้ด้วยน้ำสีดำคล้ำเหมือนโคลนตมแบบนั้น ข้าแนะนำให้เจ้าเก็บร้านกลับไปตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าค่ะ” คมดาบที่พาดผ่านโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับรินแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ขยับนิ้วอย่างแผ่วเบาเพื่อหยิบกาน้ำคอหงส์ขึ้นมา จังหวะการรินน้ำร้อนลงบนผงกาแฟที่บดใหม่ๆ ยังคงสม่ำเสมอเป็นวงกลม ไม่มีอาการมือสั่นจากคำข่มขู่ของเอลฟ์สาวผมสีเงินยวงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว “น้ำสีดำคล้ำนี้... ไม่ใช่โคลนหรอกค่ะคุณลูกค้า แต่มันคือหยาดเหงื่อจากเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถัน” รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความมั่นใจ เธอขยับดริปเปอร์เซรามิกเบาๆ กลิ่นหอมฟุ้งของช็อกโกแลตเข้มตัดกับกลิ่นดอกไม้ป่าจางๆ เริ่มอบอวลไปทั่วคาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้ เซร่าหรี่ตาลง ใบหน้าที่สวยคมดุจรูปสลักของเผ่าเอลฟ์แสดงออกถึงความเคลือบแคลง เธอเป็นผู้พิทักษ์ป่าที่ปกป้องเขตแดนนี้มานานหลายทศวรรษ ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกล้ามาตั้งร้านขายเครื่องดื่มแปลกประหลาดที่นี่มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นที่กำลังลอยแตะจมูกเธออยู่ในขณะนี้... มันไม่ใช่กลิ่นที่เธอเคยรู้จักในป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แต่มันมีความอุ่นร้อน ความลึกซึ้ง และความขมปร่าที่ชวนให้รู้สึกโหยหาอย่างประหลาด “อย่ามาทำเป็นพูดจาหรูหราค่ะ” เซร่าลดดาบลง แต่ยังคงวางมือไว้บนด้ามจับ “ป่านี้ไม่ต้อนรับสิ่งเจือปน และถ้าสิ่งที่เจ้าเรียกว่ากาแฟนี้ ทำให้เกิดมลพิษในอากาศของที่นี่ ข้าจะเป็นคนแรกที่พังร้านนี้ทิ้งด้วยมือตัวเอง” รินไม่ตอบโต้ แต่เลื่อนถ้วยเซรามิกสีขาวนวลที่บรรจุน้ำสีน้ำตาลเข้มจัดวางลงบนเคาน์เตอร์ไม้ ขอบถ้วยมีไอระเหยลอยจางๆ เป็นริ้วสายที่ดูราวกับเริงระบำ “ลองดื่มดูก่อนไหมคะ? ถ้าหลังจากดื่มแล้วคุณยังรู้สึกว่ามันคือมลพิษ... ดิฉันจะรื้อร้านนี้ด้วยมือตัวเองเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เซร่ามองถ้วยกาแฟนั้นด้วยสายตาชิงชัง เธอหยิบถ้วยขึ้นมาอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมของมันพุ่งเข้ากระทบจมูกอย่างจัง กลิ่นคั่วอ่อนๆ แทรกด้วยรสสัมผัสของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ป่าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือกลิ่นที่เธอใช้เวลาทั้งชีวิตในป่านี้ถวิลหาแต่ไม่เคยได้รับสัมผัสผ่านการแปรรูปที่ล้ำลึกเช่นนี้มาก่อน เธอจรดริมฝีปากบางลงกับขอบถ้วย ลิ้มรสชาติที่ไหลผ่านลิ้นไปอย่างช้าๆ ความขมนำมาก่อน... ตามด้วยความเปรี้ยวจางๆ ที่สดชื่นดุจหยาดน้ำค้างยามเช้า และทิ้งท้ายด้วยความหวานหอมที่ติดอยู่ตรงโคนลิ้น รสสัมผัสนี้ไม่ได้รุกราน แต่กลับโอบกอดความเหนื่อยล้าจากการลาดตระเวนป่ามาตลอดหลายปีให้มลายหายไปราวกับเวทมนตร์ มือที่กุมดาบของเซร่าค่อยๆ คลายออกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีมรกตที่เคยแข็งกร้าวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่จนบรรยากาศในร้านตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ ในกาน้ำที่คอยเตือนถึงความมีชีวิตของคาเฟ่แห่งนี้ “นี่มัน... อะไรกัน” เซร่าพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาสั่นเครือเล็กน้อย “ทำไมความขมนี้ถึงทำให้ใจของข้าที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง... สงบลงได้ขนาดนี้?” รินยิ้มบางๆ เธอหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดเคาน์เตอร์อย่างใจเย็น “กาแฟไม่ได้มีไว้แค่เพื่อให้ตื่นค่ะ แต่มันมีไว้เพื่อหยุดเวลา ให้เราได้กลับมาสำรวจความรู้สึกของตัวเองที่หลงลืมไปในความวุ่นวายของหน้าที่... การเป็นผู้พิทักษ์คงเหนื่อยมากสินะคะ” คำพูดนั้นจี้จุดลึกๆ ในใจของเอลฟ์สาว เซร่าวางถ้วยลงอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับเกรงว่าหากวางแรงกว่านี้ รสชาตินี้จะหายไปตลอดกาล เธอเงยหน้ามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของศัตรู แต่เป็นสายตาของคนที่เพิ่งพบกับสถานที่พักพิงทางจิตวิญญาณแห่งแรกในรอบหลายร้อยปี “ข้าต้องการอีกถ้วย” เซร่าเอ่ยขึ้นทันที “ได้แน่นอนค่ะ แต่เกรงว่าร้านเราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคุณบ้าง” รินเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกาย “กาแฟถ้วยนี้ต้องอาศัยเมล็ดจากหุบเขาที่เข้าถึงยาก... ถ้าคุณยอมเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ให้ดิฉัน ดิฉันรับรองว่าจะมีเค้กสตอเบอร์รี่สดใหม่จากป่าให้ทานคู่กับกาแฟทุกวันเลยนะคะ” เซร่านิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองป่าหนาทึบเบื้องหลังที่เธอดูแลมาทั้งชีวิต ก่อนจะหันกลับมามองรินที่ยืนรอคำตอบอย่างใจเย็น “ข้อเสนอของเจ้า... มันน่าสนใจเกินกว่าที่เอลฟ์อย่างข้าจะปฏิเสธได้ลงค่ะ” ทว่า ในวินาทีที่เซร่ากำลังจะพยักหน้าตอบรับ ความเงียบงันของผืนป่าก็ถูกฉีกกระชากออกด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายตัวที่กำลังควบเข้ามาใกล้หน้าคาเฟ่ กลิ่นอายของเหล็กกล้าและจิตสังหารของนักรบที่คุ้นเคยทำเอาเซร่าชะงัก เธอหันขวับไปมองประตูไม้ที่ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดเกราะแม่ทัพที่เต็มไปด้วยรอยบากบิ่นก้าวเข้ามา พร้อมกับแววตาที่จ้องเขม็งมาที่รินด้วยความไม่เป็นมิตร “ข้าได้ข่าวว่ามีร้านอาหารประหลาดมาตั้งอยู่กลางจุดยุทธศาสตร์สำคัญของชายป่า... และเจ้าเอลฟ์นี่ก็มาอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ?” ดวงตาสีเทาเข้มของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนกวาดมองไปรอบร้าน ก่อนจะหยุดลงที่ถ้วยกาแฟในมือของเซร่า “ท่านแม่ทัพอาเธอร์...” เซร่าครางชื่อนั้นออกมาด้วยความตระหนก “ข้าไม่ได้...” “ไม่ต้องอธิบาย” อาเธอร์ยกมือห้ามพลางเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ กลิ่นอายกดดันที่เขานำติดตัวมาทำให้รินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศ แต่เธอก็ยังคงยืนยิ้มรับด้วยความสงบ ดั่งน้ำนิ่งที่พร้อมจะปะทะกับพายุ “ข้ามาเพื่อเตือนเรื่องความมั่นคงของเขตแดน... แต่ถ้ากลิ่นของเหลวในถ้วยนั่นมันทำให้เอลฟ์พิทักษ์ป่าที่เข้มงวดที่สุดต้องเสียอาการได้ขนาดนี้ ข้าก็อยากจะรู้นักว่า... มันมีรสชาติของความตายหรือรสชาติของการทรยศกันแน่” รินหยิบถ้วยเปล่าขึ้นมาอีกใบ วางลงตรงหน้าชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตชายป่า “ถ้าอยากรู้รสชาติที่แท้จริง เชิญดื่มกาแฟถ้วยแรกของชายป่าแห่งนี้ดูสักนิดไหมคะท่านแม่ทัพ?” ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ อาเธอร์ยื่นมือที่หยาบกร้านจากการจับดาบมาจับที่หูถ้วยกาแฟนั้น... และในขณะที่นิ้วของเขาแตะกับเซรามิกอุ่นๆ เสียงกระซิบที่ดูเหมือนจะเป็นคำเตือนลึกลับก็ดังก้องขึ้นมาจากในป่าลึกที่ไม่มีใครคาดคิด "อย่าดื่มมัน... เพราะเมื่อเจ้าได้ลิ้มรสมันแล้ว เจ้าจะไม่มีวันเดินออกไปจากร้านนี้ได้อีกตลอดกาล" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมายังโลกแห่งกลิ่นหอมนี้กับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%