คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 1

ประตูบานใหม่กับกลิ่นหอมของเนยสด

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าจะพังขนาดนี้ ก็ช่วยพังให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่าไหม?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเหนื่อยหน่ายไม่ได้มาจากคน แต่มาจาก 'ป้ายไม้เก่า' ที่ร่วงลงมากระแทกพื้นฝุ่นหนาเตอะ จนฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ รินไอค่อกแค่กพลางโบกมือไล่ฝุ่นที่ตลบอบอวล เธอไม่ได้หลุดเข้ามาในโลกแฟนตาซีด้วยเสียงเพลงอันไพเราะหรือเทพธิดาที่มาจุติ แต่เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารที่ครั้งหนึ่งน่าจะเป็นโรงนาไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่ชายป่าไร้ชื่อแห่งนี้ หญิงสาวขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวเล็กน้อย มือเรียวบางที่มีรอยแผลเป็นจางๆ จากการถูกเตาอบลวกคราวนั้นค่อยๆ แกะห่อผ้ามัดกลดออกจากหลัง ภายในไม่ได้มีอาวุธวิเศษหรือม้วนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือเครื่องบดกาแฟมือหมุนตัวเก่ง และถุงแป้งอัลมอนด์ที่เธอหอบหิ้วมาด้วยในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ความทรงจำจะดับวูบไป กลิ่นอับชื้นของไม้ผุผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลอยู่รอบตัว แต่รินกลับไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง เธอก้าวผ่านซากเศษไม้ไปยังมุมหนึ่งของห้องที่มีแสงอาทิตย์รำไรส่องลอดรอยรั่วของหลังคาลงมาเป็นลำ สัมผัสถึงไออุ่นที่หยั่งรากลึกในจิตวิญญาณ "อืม... ถ้าจัดการผนังด้านซ้าย เปลี่ยนหน้าต่างเป็นบานกระจกใส แล้วขัดคานไม้พวกนี้ใหม่ ก็น่าจะพอใช้เป็นเคาน์เตอร์กาแฟได้" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอฟังดูมั่นคงกว่าที่คิดไว้มาก มือของรินลูบไปตามเนื้อไม้ที่สากระคาย ผิวสัมผัสของมันเล่าเรื่องราวความโดดเดี่ยวของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม มันไม่ได้ต้องการคนมาพิชิต แต่มันต้องการคนมา 'เยียวยา' ขณะที่เธอกำลังหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเตรียมจะเช็ดคราบฝุ่นบนเคาน์เตอร์ตัวเก่า กลิ่นหอมประหลาดก็โชยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นกาแฟ ไม่ใช่กลิ่นเนยสดที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือกลิ่นของ 'ความเงียบสงัดที่กำลังแตกสลาย' ฟึ่บ! เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากพุ่มไม้ด้านนอก รินชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงเล็กน้อย พลางคว้าเอาตะกร้อตีไข่ที่ติดตัวมาด้วยขึ้นมาถือไว้โดยสัญชาตญาณ แม้มันจะเป็นเพียงอุปกรณ์ทำขนม แต่ในมือของเธอมันกลับดูมั่นคงราวกับกริชเล่มงาม "ออกมาเถอะค่ะ" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ที่นี่ไม่มีอาวุธร้ายแรงหรอก มีแต่แป้งเค้กกับเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ได้คั่วเท่านั้นเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เงาร่างเพรียวบางหนึ่งจะก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ร่างนั้นสูงโปร่ง ใบหน้าเรียวแหลมและหูที่เรียวยาวจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ดวงตาสีมรกตคู่คมกริบจ้องมองรินราวกับจะวัดใจ สิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่โจรป่า แต่เป็นเอลฟ์ผู้พิทักษ์ที่ท่าทางดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย "เจ้าเป็นใคร? มนุษย์ที่หลงทางหรือผู้บุกรุกที่ไร้สติ?" เสียงของอีกฝ่ายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก รินไม่ตอบโต้ด้วยการข่มขู่ เธอเพียงแต่ขยับยิ้มบางๆ แล้วหยิบเนยสดก้อนเล็กออกมาจากย่าม กลิ่นเนยคุณภาพดีที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตัดกับกลิ่นเหม็นอับของป่า ทำให้เอลฟ์สาวตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตคู่นั้นกวาดมองเนยสดในมือเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ดิฉันชื่อรินค่ะ และกำลังจะเปิดคาเฟ่ที่นี่" เธอเอ่ยพลางเดินไปที่เตาไฟเก่าที่ดูจะยังพอใช้งานได้ "คุณคงหิวใช่ไหมคะ? การพิทักษ์ป่าคงทำให้คุณเหนื่อยน่าดู... รับขนมปังเนยสดอุ่นๆ สักชิ้นก่อนจะตัดสินดิฉันไหมคะ?" เอลฟ์สาวขมวดคิ้วแน่น มือข้างที่วางอยู่บนด้ามธนูสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังต่อสู้กับความต้องการภายในใจอย่างรุนแรง เธอไม่ได้ต้องการอาหาร แต่กลิ่นหอมของเนยสดนั้นมันกำลังกระตุ้นประสาทสัมผัสที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ให้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทาน "ข้าไม่กินของของมนุษย์" เอลฟ์สาวเค้นเสียงตอบ แต่สายตากลับไม่ยอมละไปจากก้อนเนยในมือรินเลยแม้แต่น้อย "งั้นเหรอคะ?" รินวางเนยลงบนแผ่นเหล็กที่เธอพยายามทำความสะอาดอย่างประณีต ความร้อนที่เริ่มแผ่ซ่านทำให้กลิ่นหอมของเนยละลายออกมาเป็นสาย รินหยิบแป้งที่ติดตัวมาเล็กน้อยคลึงเป็นแผ่นอย่างรวดเร็วและชำนาญ มือของเธอขยับพริ้วไหวราวกับกำลังร่ายรำ "งั้นถือว่าเป็นการต้อนรับเพื่อนบ้านคนแรกของร้านก็แล้วกันค่ะ" รินวางชิ้นขนมปังที่ปิ้งจนกรอบนอกนุ่มในลงบนใบไม้แห้งสะอาด แล้วเลื่อนมันไปไว้บนโต๊ะไม้ที่เช็ดสะอาดแล้ว ก่อนจะถอยออกมาสองก้าวเพื่อแสดงความจริงใจ เอลฟ์สาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะด้วยความระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสำรวจกับดัก กลิ่นหอมละมุนของขนมปังเนยสดอบอวลอยู่รอบๆ ตัวนาง กลิ่นนี้มันไม่ใช่แค่ความหอม แต่มันคือความอบอุ่นที่นางไม่ได้สัมผัสมานานนับร้อยปี นับตั้งแต่ป่าแห่งนี้กลายเป็นเขตหวงห้าม นางหยิบขนมปังขึ้นมา กัดเพียงคำเล็กๆ เท่านั้น แต่ทว่าดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นทันที ความเย็นชาที่เคยฉาบไว้บนใบหน้ากลับค่อยๆ ละลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนล้าที่ปิดไม่มิด ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายตัวก็ดังก้องมาจากเส้นทางหลักของชายป่าที่ควรจะเป็นพื้นที่ปิดตาย รินและเอลฟ์สาวหันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ฝุ่นตลบที่เกิดจากขบวนม้าศึกกลุ่มหนึ่งกำลังควบตรงมาทางบ้านร้างหลังนี้ แสงอาทิตย์สะท้อนกับเกราะเหล็กวับวับของเหล่าอัศวินที่ดูเหมือนจะเป็นหน่วยรบระดับสูง และผู้นำขบวนคือบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ดูคุ้นตาแม้จะสวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้าครึ่งซีก "นั่นไง! บ้านร้างในคำทำนายของนักพยากรณ์!" อัศวินคนหนึ่งตะโกนก้อง ชายในชุดเกราะที่ดูสง่างามที่สุดลงจากหลังม้า เขาชักดาบออกมา ชี้มาที่รินด้วยสายตาที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าเอลฟ์สาวที่ยืนอยู่ข้างๆ "ข้าคืออาเธอร์ แห่งอาณาจักรตะวันตก พื้นที่ตรงนี้ถูกประกาศเป็นเขตยุทธศาสตร์ทางทหารนับแต่นี้ไป... จงเก็บข้าวของของเจ้าออกไปภายในหนึ่งนาที หรือไม่ก็ตายอยู่ที่นี่ในฐานะเชลยศึก!" รินมองหน้าอาเธอร์ สลับกับเอลฟ์สาวที่เริ่มชักธนูขึ้นมาหมายจะเตรียมสู้ตาย เธอยังไม่ได้เริ่มดริปกาแฟแม้แต่หยดเดียว แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมไปเสียแล้ว หัวใจของรินเต้นระรัวในอก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคาเฟ่ธรรมดา แต่มันคือการตัดสินใจว่าเธอจะปล่อยให้ที่นี่กลายเป็นสนามรบ หรือจะเปลี่ยนกองทัพให้กลายเป็นลูกค้าคนแรกของร้าน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมายังโลกแห่งกลิ่นหอมนี้กับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%