“เซร่าคะ ถ้าคุณยังจ้องมันด้วยสายตาแบบนั้นอยู่ล่ะก็ ผักกาดขาวพวกนี้อาจจะเหี่ยวเฉาเพราะความกดดันแทนที่จะโตนะคะ”
รินวางกาน้ำดริปทองแดงลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นโต๊ะดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันของสวนหลังร้าน เอลฟ์สาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยวงชะงักมือที่กำลังถือช้อนเงินคันเล็ก เธอไม่ได้ใช้ช้อนนั้นตักขนมหวาน แต่กลับใช้มันเขี่ยดินรอบโคนต้นกล้าผักด้วยท่าทางเหมือนกำลังตรวจสอบหลักฐานในคดีฆาตกรรม
“มันผิดปกติ ริน” เซร่าเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสีมรกตหรี่ลงเล็กน้อย “เมื่อคืนข้าจำได้แม่นว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้เพิ่งจะเริ่มแทงยอดอ่อน แต่นี่ผ่านไปไม่ถึงสิบชั่วโมง... ใบของมันกว้างและเขียวจัดจนเกือบจะเรืองแสง นี่ไม่ใช่การเติบโตตามธรรมชาติของพืชพรรณในแถบชายป่าไร้ชื่อ”
รินเดินเข้าไปใกล้พลางย่อตัวลงข้างๆ กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟที่เธอยังติดตัวมา ปะทะเข้ากับกลิ่นดินชื้นและไอเวทมนตร์แปลกประหลาดที่ลอยอวลอยู่เหนือแปลงผัก เธอใช้นิ้วชี้แตะที่หน้าดินเบาๆ ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ มันไม่ใช่ความร้อน แต่มันคือความ "อิ่มเอม" ที่ดินผืนนี้กำลังเปล่งประกายออกมา
“มันอาจจะชอบบรรยากาศของคาเฟ่เราก็ได้นะคะ” รินยิ้มบางๆ พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดเกินเหตุของเอลฟ์สาว “คุณเองก็เห็นไม่ใช่เหรอคะว่าลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ต่างก็ดูเหมือนลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น บางทีผักพวกนี้อาจจะได้รับอิทธิพลจากความสุขที่เราอบขนมกันก็ได้”
เซร่าขมวดคิ้ว มือเรียวบางเอื้อมไปแตะใบผักกาดขาวที่เติบโตผิดปกติอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วของเอลฟ์สัมผัสกับใบพืช แสงสีทองจางๆ ก็วาบขึ้นมาใต้ชั้นดิน ราวกับว่าพื้นดินกำลังสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
“เจ้ากำลังพูดถึง ‘พลังแห่งการเยียวยา’ ที่อยู่ในขนมของเจ้า” เซร่าหันมามองรินด้วยแววตาที่ซับซ้อน “แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสุข ริน... ดินที่นี่กำลัง ‘กิน’ เวทมนตร์ของใครบางคน หรือบางที... อาจจะเป็นของเจ้าเองที่รั่วไหลออกมาตอนที่เจ้ากำลังทำกาแฟดริปตอนเช้า”
รินนิ่งอึ้ง เธอจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอตั้งใจดริปกาแฟให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ จิตใจของเธอจะจดจ่ออยู่กับความรู้สึกถวิลหาความอบอุ่น และความปรารถนาที่จะให้ผู้ที่ดื่มมันมีความสุข พลังนั้นมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันซึมลึกผ่านหยดกาแฟ ผ่านกลิ่นหอม และดูเหมือนว่า... มันจะถูกระบายลงสู่ผืนดินผ่านท่อน้ำทิ้งในครัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ถ้างั้น เราก็กำลังสร้างป่าที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์แห่งความอิ่มเอมงั้นสินะคะ?” รินหัวเราะเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในใจ
“มันไม่ได้น่าขำนะริน” เซร่าลุกขึ้นยืนพลางกวาดสายตาไปรอบๆ สวน “พืชที่โตด้วยเวทมนตร์บริสุทธิ์แบบนี้ เป็นที่ปรารถนาของนักเวทย์สายมืดและพวกสัตว์อสูรที่หิวโหยพลัง หากข่าวนี้แพร่ออกไป คาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้จะกลายเป็นเป้าหมายของคนที่ไม่หวังดีได้ทุกเมื่อ”
ยังไม่ทันที่รินจะได้เอ่ยคำค้าน ประตูไม้หลังร้านก็ถูกผลักออกอย่างแรง กลิ่นเหล็กเย็นเฉียบและกลิ่นอายของสนามรบที่อบอวลอยู่บนเครื่องแบบของชายวัยกลางคนคนหนึ่งทำให้บรรยากาศในสวนเปลี่ยนไปทันที ดยุคอาเธอร์ก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ดูรีบร้อนกว่าทุกวันที่เคยเป็น
“ริน! ข้าต้องการกาแฟที่เข้มที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ เดี๋ยวนี้!” เขาไม่ได้ทักทายด้วยมารยาทผู้ดีอย่างที่เคยทำ สายตาของเขาไม่ได้จ้องมาที่ริน แต่กลับจ้องเขม็งไปที่ผักกาดขาวในแปลงที่กำลังส่องแสงเรืองรองอย่างไม่วางตา “และนั่น... เจ้าไปเอา ‘พืชแห่งจิตวิญญาณ’ มาจากไหน?”
รินลุกขึ้นยืน มือยังคงถือช้อนตวงผงกาแฟค้างไว้ เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ดยุคอาเธอร์ไม่ได้มาเพื่อดื่มกาแฟแก้กระหายเหมือนทุกครั้ง แต่ในมือของเขามีม้วนกระดาษหนังเก่าแก่ที่ถูกเปิดออกทิ้งไว้ราวกับกำลังเทียบเคียงอะไรบางอย่าง
“ท่านดยุคคะ สวนหลังร้านของเรามีกฎว่าห้ามคนนอกเข้า...” รินเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่ดวงตากลับจับจ้องไปที่ดาบเล่มใหญ่ข้างเอวของเขาที่ดูจะสั่นไหวเบาๆ ราวกับตอบสนองต่อบางอย่างในดิน
ดยุคอาเธอร์เดินเข้ามาใกล้แปลงผักมากขึ้น มือหยาบกร้านเอื้อมไปเด็ดใบพืชสีเขียวจัดนั้นขึ้นมา ขยี้มันเบาๆ จนกลิ่นหอมหวนแปลกประหลาดฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ ก่อนที่เขาจะหันมามองรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เจ้าไม่รู้ตัวสินะว่าเจ้ากำลังปลูกอะไรอยู่... สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผัก แต่มันคือ ‘ตัวเร่ง’ ของศิลาจันทราที่หายสาบสูญไปนานนับศตวรรษ” ดยุคอาเธอร์ลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “และไอ้กลิ่นหอมนี่... มันกำลังเรียก ‘บางอย่าง’ ให้มุ่งหน้ามาที่คาเฟ่ของเจ้าในอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้”
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดังมาจากป่าชายแดนก็ดังขึ้น ท้องฟ้าเหนือคาเฟ่ที่เคยแจ่มใสกลับเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นอย่างรวดเร็ว ดินในแปลงผักเริ่มสั่นสะเทือน รอยแตกแยกเล็กๆ บนพื้นดินเริ่มเรืองแสงสีม่วงเข้มออกมา ราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างใต้ผืนดินกำลังพยายามจะคลานขึ้นมาสู่โลกภายนอก
รินมองไปที่เซร่าที่ชักดาบสั้นออกมาเตรียมพร้อม และมองไปยังดยุคอาเธอร์ที่เริ่มตั้งท่าป้องกันหน้าคาเฟ่ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เหตุการณ์บังเอิญ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่คาเฟ่ของเธอจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักพิงของผู้คนอีกต่อไป แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ใครบางคนกำลังจะก้าวเข้ามาเพื่อชิงสิ่งที่เธอสร้างด้วยความรักไป
เสียงพังทลายของรั้วไม้หน้าร้านดังสนั่นขึ้น ตามด้วยเงาขนาดมหึมาที่ทาบทับลงมาบนหน้าต่างคาเฟ่...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามกลิ่นหอมและเรื่องราวในมิตินี้ไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 3
สวนผักหลังร้านที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!