"วางมือจากถุงเมล็ดกาแฟนั่นเสีย มิฉะนั้น อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน!"
เสียงตะโกนก้องของหัวหน้าทหารหลวงดังกังวานไปทั่วร้าน บรรยากาศภายในคาเฟ่ที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจากชุดเกราะหนักและไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมา รินยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือของเธอยังคงกำก้านดริปค้างไว้ ในขณะที่เซร่าขยับกายไปยืนบังหน้าเธอดุจกำแพงหิน ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น เธอเอื้อมมือไปแตะด้ามดาบไม้ที่รินเคยลงอาคมไว้ แต่มันก็แทบไม่อาจต้านทานอาวุธจริงของกองทัพหลวงได้
"ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับความรุนแรงนะคะ ท่านทหาร" รินเอ่ยขึ้น เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะพบเห็นได้บ่อยนัก "เมล็ดกาแฟเหล่านี้ไม่ได้เป็นสมบัติของอาณาจักร แต่มันคือหัวใจของผืนป่าที่มอบชีวิตให้แก่ผู้ที่ต้องการการเยียวยาเท่านั้น"
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อเรื่องเยียวยา! ราชาต้องการ 'น้ำอมฤต' ที่กลั่นออกมาจากเมล็ดกาแฟพวกนี้เพื่อยืดอายุขัยของท่าน" หัวหน้าทหารก้าวเข้ามาใกล้จนปลายรองเท้าบูทหนังเหยียบลงบนรอยแยกของไม้พื้นร้าน "ส่งมันมาเสียดีๆ หรือจะให้ข้าต้องเผาร้านโกโรโกโสนี่ให้วอดวายไปพร้อมกับเจ้า"
ดยุคอาเธอร์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่มุมร้านมาตลอด บัดนี้เขาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบนิ่งสนิทลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับฟังดูหนักแน่นราวกับเสียงระฆังเตือนภัย เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าชายฉกรรจ์คนไหนในห้องทำให้เหล่าทหารต้องชะงักไปชั่วครู่ แผลเป็นที่หางคิ้วของเขาดูเข้มขึ้นเมื่อเขาส่งสายตากดดัน
"ถ้าเจ้าคิดจะแตะต้องร้านนี้ เจ้าคงต้องข้ามศพของอดีตแม่ทัพคนนี้ไปก่อน" อาเธอร์พูดพลางถอดถุงมือหนังออกเผยให้เห็นรอยสักตราสัญลักษณ์ที่ถูกปิดบังไว้ "ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะดยุค แต่อยู่ในฐานะคนที่ได้รับความสงบใจจากร้านนี้... ซึ่งข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายมัน"
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ รินมองดูความพยายามของอาเธอร์แล้วรู้สึกบีบหัวใจ เธอไม่ได้ต้องการให้ใครต้องเจ็บตัวเพราะเธอ แต่ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังจะปะทะกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เสียงกริ่งประตูหน้าร้านกลับดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายแก่ในชุดคลุมสีเทาหม่นที่เดินเข้ามาโดยไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศกดดัน
"หยุดมือกันเถอะ... หากพวกท่านทำลายกาแฟหม้อนี้ไป ความพินาศจะไม่ได้มาเยือนแค่คาเฟ่แห่งนี้ แต่มันจะลามไปถึงราชวังของพวกท่านด้วย" ชายชรากล่าวพลางวางไม้เท้าลงบนพื้นไม้ เสียงนั้นกังวานแปลกประหลาด
รินมองไปที่ชายชราคนนั้น แล้วหัวใจของเธอก็หล่นวูบ เธอจำตราประทับบนคอเสื้อของเขาได้ มันไม่ใช่คนจากราชอาณาจักรที่เธอรู้จัก แต่มันคือตราประทับของ 'นักสะสมมิติ' ผู้ที่เคยพยายามขโมยสูตรเค้กของเธอไปเมื่อหลายปีก่อน ทหารหลวงหันไปมองชายชราด้วยความสับสน แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร ดยุคอาเธอร์กลับเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยไหม้ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนผนังร้าน—มันไม่ใช่ไฟปกติ แต่มันคือมิติที่กำลังฉีกขาด!
"ริน... หนีไป!" อาเธอร์ตะโกนพลางพุ่งตัวเข้าปกป้องริน ขณะที่ชายชราคนนั้นยิ้มที่มุมปากพร้อมกับหยิบขวดโหลแก้วที่บรรจุเมล็ดกาแฟสีทองออกมาจากความว่างเปล่า
ทันใดนั้น แสงสว่างวาบจากรอยแยกมิติก็กลืนกินคาเฟ่ทั้งหลังเข้าไปอย่างช้าๆ เสียงแก้วกาแฟแตกกระจายบนพื้นพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุม รินคว้ามือเซร่าไว้แน่น ทว่าในวินาทีที่แสงนั้นสว่างจนมองไม่เห็นสิ่งใด เธอกลับได้ยินเสียงกระซิบข้างหูที่เป็นเสียงของเธอเอง... เสียงของตัวเธอในอนาคตที่พูดว่า "กาแฟถ้วยสุดท้าย จะเป็นตัวตัดสินชะตาของโลกใบนี้"
ทิ้งท้ายด้วยความหวังที่ริบหรี่ว่าคุณจะยังคงร่วมเดินทางและลิ้มรสขนมหวานแห่งโชคชะตาไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกในตอนถัดไปนะคะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 23
เผชิญหน้ากับความจริง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!