“ถ้าเจ้ายังดึงแป้งด้วยแรงเท่าเดิมแบบนั้น ต่อให้ข้ามีเวทมนตร์พฤกษาล้ำลึกแค่ไหน ขนมปังชิ้นนี้ก็ไม่มีวันฟูขึ้นมาได้หรอกนะคะ ริน”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยของเซร่าดังขึ้นในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยฝุ่นแป้ง เอลฟ์สาวในชุดพนักงานผ้ากันเปื้อนสีเอิร์ธโทนยืนกอดอก พิงหลังกับเคาน์เตอร์ไม้พลางจ้องมองรินที่กำลังนวดแป้งสาลีสีนวลตาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของหญิงสาวขณะที่เธอกดฝ่ามือลงบนเนื้อแป้งที่ได้จากธัญพืชป่าลึกลับซึ่งเซร่านำมาให้เมื่อวาน
รินหยุดมือลงเล็กน้อย เธอหอบหายใจเบาๆ ก่อนจะปาดเหงื่อข้างแก้มแล้วหันไปมองคู่คิด “แรงไม่ได้อยู่ที่มือหรอกค่ะเซร่า... แต่อยู่ที่ความเข้าใจต่างหาก แป้งชนิดนี้ต่างจากแป้งสาลีที่ฉันเคยใช้ในโลกเดิมมาก มันมีความยืดหยุ่นเหมือนกำลังพยายามสื่อสารกับฉันอยู่”
รินหยิบหยดน้ำค้างจากใบไม้ที่เซร่าเก็บมาผสมลงไปอีกเล็กน้อย ทันทีที่ของเหลวสัมผัสแป้ง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตกก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว กลิ่นนั้นไม่ได้หอมหวานบาดคอ แต่มันให้ความรู้สึกนิ่งสงบจนหัวใจที่เต้นรัวจากการทำงานเริ่มช้าลงและมั่นคงขึ้น
“นั่นคือ 'แป้งรากเถาจันทร์' ค่ะ” เซร่าก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาสีมรกตหรี่ลงเล็กน้อย “มันเติบโตในที่ที่มีแสงจันทร์ส่องถึงเท่านั้น คนที่พยายามจะอบขนมด้วยความโลภหรือความรีบร้อน... สุดท้ายขนมปังก็จะกลายเป็นก้อนหินแข็งๆ เหมือนที่เจ้าเคยเห็นในตลาดเมืองหลวงนั่นแหละค่ะ”
รินยิ้มบางๆ เธอไม่ตอบโต้ แต่เลือกที่จะค่อยๆ บรรจงนวดแป้งเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ราวกับกำลังขับกล่อมเด็กทารก ทุกการขยับนิ้วคือการถ่ายทอดความปรารถนาที่จะมอบความอบอุ่นให้แก่ผู้ที่ได้ลิ้มลอง กลิ่นกาแฟดริปจากเมล็ดคั่วอ่อนที่เธอดริปทิ้งไว้ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตัดกับกลิ่นแป้งป่าได้อย่างลงตัว
“ดยุคอาเธอร์จะมาที่นี่อีกไหมคะวันนี้?” รินถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแป้ง
เซร่าขยับตัวเล็กน้อย “ชายคนนั้น... ถ้าไม่ได้มาเพื่อหารือเรื่องการทหาร เขาก็คงมาเพื่อมองหาข้ออ้างในการจิบกาแฟที่นี่นั่นแหละค่ะ แต่ดูเหมือนวันนี้เขาจะมีเรื่องหนักใจกว่าปกติ กลิ่นอายของเขาไม่ได้มาพร้อมกับความต้องการอำนาจ แต่เป็นความเหนื่อยล้า... เหนื่อยล้าแบบคนที่แบกโลกไว้คนเดียว”
รินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนำแป้งที่นวดจนเนียนละเอียดไปพักไว้ในโถแก้ว เธอคลุมด้วยผ้าขาวสะอาดแล้ววางมันไว้ในมุมที่เงียบสงบที่สุดของห้องครัว “ถ้าอย่างนั้น ขนมปังสูตรนี้อาจจะเป็นคำตอบที่เขาต้องการก็ได้ค่ะ ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือความรู้สึกที่ได้กลับบ้าน”
ผ่านไปชั่วโมงเศษ กลิ่นหอมอบอวลจากเตาอบโบราณเริ่มรุกรานพื้นที่ร้าน มันเป็นกลิ่นที่อธิบายไม่ได้—มีความหอมหวานของธัญพืช มีกลิ่นไอของดินที่ชุ่มชื้น และมีความขมปลายลิ้นของกาแฟที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ เซร่าที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่นิ่งไป เธอหลับตาลงรับกลิ่นนั้นด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนจากความเคร่งขรึมเป็นความโหยหาบางอย่าง
“เจ้าทำได้แล้วนะคะริน...”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งยาวนานกว่าปกติ ฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินดังขึ้นใกล้เข้ามา ดยุคอาเธอร์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าซูบตอบกว่าครั้งก่อน แววตาคมกริบของเขามีร่องรอยของการไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายคืน เขายังไม่ทันจะเอ่ยปากสั่งกาแฟ กลิ่นจากเตาอบก็หยุดฝีเท้าของเขาไว้
“นี่มัน... กลิ่นอะไรกัน?” ดยุคพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเผด็จการกลับสั่นเครืออย่างประหลาด
รินเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ครัว พร้อมกับถาดไม้ที่มีขนมปังโฮมเมดก้อนกลมสีทองอร่ามวางอยู่ กลิ่นของมันทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง เธอวางมันลงตรงหน้าชายผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังหมดสิ้นหนทาง
“ทานร้อนๆ นะคะท่านดยุค... หวังว่ามันจะช่วยให้ท่านตัดสินใจเรื่องที่หนักใจได้ง่ายขึ้น”
อาเธอร์มองขนมปังนั้นด้วยแววตาที่สับสน เขาเอื้อมมือไปเด็ดชิ้นขนมปังออกมา เนื้อสัมผัสของมันนุ่มหยุ่นราวกับปุยเมฆ ทันทีที่เขาลิ้มรส คำพูดที่เตรียมมาจะเจรจาเรื่องอาณาเขตในป่าไร้ชื่อก็หายไปจากความทรงจำจนหมดสิ้น ความโกรธแค้น ความกังวล และความโดดเดี่ยวที่เขาสั่งสมมานานนับปี ดูเหมือนจะถูกชะล้างออกไปด้วยรสชาติของธรรมชาติที่เรียบง่าย
“ข้า... ข้าไม่เคยได้รับรู้รสชาติที่แท้จริงแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ” อาเธอร์หลับตาลง หยดน้ำใสๆ ไหลรินอาบแก้มชายชาติทหาร
แต่ในขณะที่รินกำลังจะยิ้มตอบด้วยความโล่งใจนั้นเอง บรรยากาศภายในร้านก็พลันเปลี่ยนไปจากอุ่นสบายกลายเป็นความหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ ประตูร้านที่ปิดสนิทเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกฮู้ดลึกจนเห็นเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
เขาวางจดหมายที่มีตราประทับสีแดงฉานลงบนโต๊ะข้างๆ จานขนมปังของดยุค พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน “ดยุค... ท่านคิดจริงๆ หรือว่าการหนีมาซ่อนตัวในป่าเถื่อนแห่งนี้ จะช่วยให้ท่านรอดพ้นจากบัญชีที่ต้องชำระในพระราชวังได้?”
ดยุคลืมตาโพลง มือที่ถือขนมปังค้างอยู่กลางอากาศ ขณะที่เซร่าชักดาบพฤกษาออกมาขวางหน้าทันที แต่ผู้มาเยือนกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้มาที่ริน “และแม่สาวทำขนมคนนี้... หวังว่าเจ้าคงไม่ได้ผสม 'สิ่งนั้น' ลงไปในแป้งด้วยความตั้งใจหรอกนะ เพราะถ้าคนในวังรู้ว่าเจ้าครอบครองสูตรลับที่สาบสูญไปแล้ว... คาเฟ่แห่งนี้จะไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน”
รินชะงัก ร่างกายของเธอเย็นเฉียบเมื่อมองเห็นว่าบนจานของดยุค ขนมปังที่เธอเพิ่งอบเสร็จเริ่มเปลี่ยนสีจากสีทองอร่ามกลายเป็นสีดำมืดราวกับถ่านหินทันทีที่ชายชุดดำปรากฏตัว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลิ่นอายความลึกลับไปกับเบเกอรี่ในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 6
สูตรลับขนมปังโฮมเมด
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!