เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 2

เชฟสายดาร์ก

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงหัวเราะในลำคอของกวินที่ดังลอดออกมาจากปลายสายเมื่อห้านาที ก่อนยังคงหลอนประสาทรินรดาอยู่ไม่หาย *“งั้นเรามาพิสูจน์กัน... ว่าปากกับฝีมือ อย่างไหนมันจะแซ่บกว่ากันแน่”* ประโยคท้าทายหน้าตายของเพื่อนสนิทตัวแสบพ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการอาหารชื่อดังยังดังก้องในโสตประสาท ทว่าในวินาทีนี้ รินรดากลับกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่งของร้าน ‘The Alchemist’ ร้านอาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่งที่จองคิวข้ามปีจนแทบจะต้องกราบอัญเชิญถึงจะได้โต๊ะ แต่เธอไม่ได้มาในฐานะลูกค้าวีไอพีที่ถือบัตรเครดิตสีดำสนิท เธอยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะ ‘ตัวปัญหา’ ที่ผู้จัดการร้านเพิ่งเชิญเข้ามาหลังครัวตามคำสั่งเด็ดขาดของเชฟใหญ่ ผู้ชายคนที่เเพิ่งเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์อันโด่งดังให้เธอวิจารณ์เสียจนยับเยินบนโลกออนไลน์เมื่อสัปดาห์ก่อน กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดอากาศได้ บรรดาเชฟฝึกหัดและผู้ช่วยในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาผู้หญิงปากกล้าที่กล้าวิจารณ์อาหารของ ‘เชฟคีย์’ ว่ามีดีแค่หน้าตาแต่ไร้จิตวิญญาณ “เชิญครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะเย็นชาจนติดลบดังขึ้นจากมุมมืดของเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ร่างสูงโปรดิวเซอร์ในชุดเชฟสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว ผ้ากันเปื้อนสีดำรัดรูปขับเน้นไหล่กว้างและสัดส่วนสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ใส่ใจสุขภาพ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดาไม่ใช่ความหล่อเหลาบาดใจ หากแต่เป็นแววตาคู่คมกริบที่มองตรงมาที่เธอราวกับกำลังมองแมวตัวน้อยที่เดินเข้ากรงเสือ คีย์ปรายตามองเธอนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลานั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน สมกับฉายา ‘เชฟสายดาร์ก’ ที่คนในวงการอาหารต่างพากันขนานนามให้ลับหลัง เขาไม่ใช่แค่เก่งกาจจนกวาดดาวมิชลินมาครองได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่เขาขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าชนิดที่ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำด้วย “คิดยังไงถึงกล้าวิจารณ์เมนู ‘Seared Scallop with Caviar’ ของผมว่าเหมือนก้อนยางรถยนต์ชุบน้ำปลาฮะ คุณรินรดา?” คีย์เปิดฉากทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านจนคนฟังต้องสูดลมหายใจเข้าลึก รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีวันยอมแพ้ ต่อให้ผู้ชายตรงหน้าจะหล่อเหลาจนใจสั่นแค่ไหน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารแล้ว ศักดิ์ศรีของนักรีวิวปากจัดอย่างเธอก็ไม่เคยเป็นรองใครในปฐพีเหมือนกัน “ก็พูดตามความจริงค่ะเชฟ” รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้มีดสเต็กในมือเขา “หอยเชลล์ราคาแพงระยับแต่คุณกลับย่างจนแห้งสนิท ไร้ความชุ่มฉ่ำ แถมซอสคาเวียร์นั่นก็รสชาติโดดเดี่ยวไม่เข้ากันเลยสักนิด ถ้าไม่อ่านเมนู ฉันคงนึกว่ากำลังเคี้ยวเศษยางมะตอยราดน้ำปลาหวานเสียอีก ในฐานะเชฟระดับมิชลิน ฉันคิดว่าคุณน่าจะทำได้ดีกว่าการเอาวัตถุดิบแพงๆ มายำรวมกันมั่วๆ นะคะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก บรรดาผู้ช่วยเชฟถึงกับหยุดมือ หันมามองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง นี่คือผู้หญิงคนแรกในรอบหลายปีที่กล้าต่อปากต่อคำกับเชฟคีย์ถึงในอาณาจักรของเขาเอง ไม่มีใครกล้าหาญ—หรือบ้าบิ่น—ขนาดนี้มาก่อน คีย์ไม่ได้โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างที่หลายคนคาดคิด ตรงกันข้าม... ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มกลับพราวระยับขึ้นชั่วขณะ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่คนตัวเล็กกว่าต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอน้ำร้อนและเครื่องเทศจางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด “ปากเก่งสมกับที่กวินโม้ให้ฟังจริงๆ” คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียนจนรินรดาต้องแอบกลั้นหายใจ “ในเมื่อคุณวิจารณ์เก่งขนาดนี้ งั้นก็แสดงให้ผมเห็นหน่อยสิครับว่า ‘ของจริง’ ที่คุณพูดถึงน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง” เชฟหนุ่มผายมือไปยังเขียงไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้า บนนั้นมีวัตถุดิบสดใหม่วางเรียงรายอยู่ ทั้งกุ้งแม่น้ำตัวโต เนื้อวากายะลายหินอ่อน และชุดสมุนไพรไทยพื้นบ้าน พร้อมกับมีดทำครัวคมกริบเล่มหนึ่งที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ สมองที่เคยแล่นฉิวเริ่มประมวลผลความซวยที่กำลังมาเยือน นี่มันแผนการของไอ้กวินชัดๆ! ไอ้เพื่อนทรยศส่งเธอมาให้เสือขย้ำชัดๆ! “มองทำไมล่ะครับ หรือว่าฝีปากมันมีไว้แค่จิกกัดชาวบ้านไปวันๆ แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำได้แค่นยืนอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองขาดน้ำ?” คีย์ยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกปนโมโห ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นส่ำของเธอเหลือเกิน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอจะมาเสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด! มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าด้ามมีดบนเขียงอย่างมั่นใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม “งั้นก็รอดูฝีมือของคนปากเสียคนนี้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ เชฟคีย์... ระวังจะติดใจจนต้องขอเติมข้าวสองจานล่ะ” “หึ มั่นหน้าดีนี่” คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ แต่แววตากลับลعประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด เขายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ รอคอยการแสดงของแมวพยศตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน รินรดาตวัดมีดลงบนเขียงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของเครื่องเทศเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว สงครามย่อยๆ ระหว่างเชฟมิชลินมือฉมังกับนักรีวิวปากจัดเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายตาของลูกมือทั้งร้าน โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า กลิ่นอายของความเกลียดชังและคำท้าทายเหล่านี้ กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความหลงใหลที่ร้อนแรงเสียจนไม่มีใครดับมันลงได้ ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังงงงันกับการซอยตะไคร้ให้ละเอียดที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ประตูด้านหลังห้องครัว ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่เอמהชื่อขึ้นมาอย่างสนิทสนม “อ้าว เชฟคีย์... ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ แล้วนี่พาใครมาทำอะไรในครัวส่วนตัวเนี่ย?” รินรดาชะงักกึก มีดในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดเจน ใบหน้าหวานหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าแขกยามวิกาลคนนั้นคือ... คนที่เธอไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในสามโลก --------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมวงเถียงกับความปากร้ายแต่คลั่งรักของเชฟคีย์ไปด้วยกันนะคะ! รักทุกคนค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%