เสียงหัวเราะในลำคอของกวินที่ดังลอดออกมาจากปลายสายเมื่อห้านาที
ก่อนยังคงหลอนประสาทรินรดาอยู่ไม่หาย
*“งั้นเรามาพิสูจน์กัน... ว่าปากกับฝีมือ อย่างไหนมันจะแซ่บกว่ากันแน่”*
ประโยคท้าทายหน้าตายของเพื่อนสนิทตัวแสบพ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการอาหารชื่อดังยังดังก้องในโสตประสาท
ทว่าในวินาทีนี้ รินรดากลับกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่งของร้าน ‘The Alchemist’
ร้านอาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่งที่จองคิวข้ามปีจนแทบจะต้องกราบอัญเชิญถึงจะได้โต๊ะ
แต่เธอไม่ได้มาในฐานะลูกค้าวีไอพีที่ถือบัตรเครดิตสีดำสนิท
เธอยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะ ‘ตัวปัญหา’ ที่ผู้จัดการร้านเพิ่งเชิญเข้ามาหลังครัวตามคำสั่งเด็ดขาดของเชฟใหญ่
ผู้ชายคนที่เเพิ่งเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์อันโด่งดังให้เธอวิจารณ์เสียจนยับเยินบนโลกออนไลน์เมื่อสัปดาห์ก่อน
กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ
ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดอากาศได้
บรรดาเชฟฝึกหัดและผู้ช่วยในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบกริบ
ไม่มีใครกล้าสบตาผู้หญิงปากกล้าที่กล้าวิจารณ์อาหารของ ‘เชฟคีย์’ ว่ามีดีแค่หน้าตาแต่ไร้จิตวิญญาณ
“เชิญครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะเย็นชาจนติดลบดังขึ้นจากมุมมืดของเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร
ร่างสูงโปรดิวเซอร์ในชุดเชฟสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว
ผ้ากันเปื้อนสีดำรัดรูปขับเน้นไหล่กว้างและสัดส่วนสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ใส่ใจสุขภาพ
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดาไม่ใช่ความหล่อเหลาบาดใจ
หากแต่เป็นแววตาคู่คมกริบที่มองตรงมาที่เธอราวกับกำลังมองแมวตัวน้อยที่เดินเข้ากรงเสือ
คีย์ปรายตามองเธอนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลานั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม
มีเพียงมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน
สมกับฉายา ‘เชฟสายดาร์ก’ ที่คนในวงการอาหารต่างพากันขนานนามให้ลับหลัง
เขาไม่ใช่แค่เก่งกาจจนกวาดดาวมิชลินมาครองได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม
แต่เขาขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าชนิดที่ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำด้วย
“คิดยังไงถึงกล้าวิจารณ์เมนู ‘Seared Scallop with Caviar’ ของผมว่าเหมือนก้อนยางรถยนต์ชุบน้ำปลาฮะ คุณรินรดา?”
คีย์เปิดฉากทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านจนคนฟังต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีวันยอมแพ้
ต่อให้ผู้ชายตรงหน้าจะหล่อเหลาจนใจสั่นแค่ไหน
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารแล้ว ศักดิ์ศรีของนักรีวิวปากจัดอย่างเธอก็ไม่เคยเป็นรองใครในปฐพีเหมือนกัน
“ก็พูดตามความจริงค่ะเชฟ” รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้มีดสเต็กในมือเขา
“หอยเชลล์ราคาแพงระยับแต่คุณกลับย่างจนแห้งสนิท ไร้ความชุ่มฉ่ำ แถมซอสคาเวียร์นั่นก็รสชาติโดดเดี่ยวไม่เข้ากันเลยสักนิด
ถ้าไม่อ่านเมนู ฉันคงนึกว่ากำลังเคี้ยวเศษยางมะตอยราดน้ำปลาหวานเสียอีก
ในฐานะเชฟระดับมิชลิน ฉันคิดว่าคุณน่าจะทำได้ดีกว่าการเอาวัตถุดิบแพงๆ มายำรวมกันมั่วๆ นะคะ”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก
บรรดาผู้ช่วยเชฟถึงกับหยุดมือ หันมามองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง
นี่คือผู้หญิงคนแรกในรอบหลายปีที่กล้าต่อปากต่อคำกับเชฟคีย์ถึงในอาณาจักรของเขาเอง
ไม่มีใครกล้าหาญ—หรือบ้าบิ่น—ขนาดนี้มาก่อน
คีย์ไม่ได้โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างที่หลายคนคาดคิด
ตรงกันข้าม... ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มกลับพราวระยับขึ้นชั่วขณะ
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่คนตัวเล็กกว่าต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
กลิ่นหอมสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอน้ำร้อนและเครื่องเทศจางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก
ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด
“ปากเก่งสมกับที่กวินโม้ให้ฟังจริงๆ” คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียนจนรินรดาต้องแอบกลั้นหายใจ
“ในเมื่อคุณวิจารณ์เก่งขนาดนี้ งั้นก็แสดงให้ผมเห็นหน่อยสิครับว่า ‘ของจริง’ ที่คุณพูดถึงน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง”
เชฟหนุ่มผายมือไปยังเขียงไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้า
บนนั้นมีวัตถุดิบสดใหม่วางเรียงรายอยู่ ทั้งกุ้งแม่น้ำตัวโต เนื้อวากายะลายหินอ่อน และชุดสมุนไพรไทยพื้นบ้าน
พร้อมกับมีดทำครัวคมกริบเล่มหนึ่งที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ สมองที่เคยแล่นฉิวเริ่มประมวลผลความซวยที่กำลังมาเยือน
นี่มันแผนการของไอ้กวินชัดๆ! ไอ้เพื่อนทรยศส่งเธอมาให้เสือขย้ำชัดๆ!
“มองทำไมล่ะครับ หรือว่าฝีปากมันมีไว้แค่จิกกัดชาวบ้านไปวันๆ แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำได้แค่นยืนอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองขาดน้ำ?”
คีย์ยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกปนโมโห
ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นส่ำของเธอเหลือเกิน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
เธอจะมาเสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าด้ามมีดบนเขียงอย่างมั่นใจ
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม
“งั้นก็รอดูฝีมือของคนปากเสียคนนี้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ เชฟคีย์... ระวังจะติดใจจนต้องขอเติมข้าวสองจานล่ะ”
“หึ มั่นหน้าดีนี่” คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ แต่แววตากลับลعประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด
เขายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ รอคอยการแสดงของแมวพยศตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน
รินรดาตวัดมีดลงบนเขียงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของเครื่องเทศเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว
สงครามย่อยๆ ระหว่างเชฟมิชลินมือฉมังกับนักรีวิวปากจัดเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายตาของลูกมือทั้งร้าน
โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า กลิ่นอายของความเกลียดชังและคำท้าทายเหล่านี้
กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความหลงใหลที่ร้อนแรงเสียจนไม่มีใครดับมันลงได้
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังงงงันกับการซอยตะไคร้ให้ละเอียดที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ประตูด้านหลังห้องครัว
ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่เอמהชื่อขึ้นมาอย่างสนิทสนม
“อ้าว เชฟคีย์... ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ แล้วนี่พาใครมาทำอะไรในครัวส่วนตัวเนี่ย?”
รินรดาชะงักกึก มีดในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดเจน
ใบหน้าหวานหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม
ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
เมื่อพบว่าแขกยามวิกาลคนนั้นคือ... คนที่เธอไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในสามโลก
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมวงเถียงกับความปากร้ายแต่คลั่งรักของเชฟคีย์ไปด้วยกันนะคะ! รักทุกคนค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 2
เชฟสายดาร์ก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!