เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 3

เปิดรายการด้วยสงคราม

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่คะคุณคีย์!” เสียงอุทานของรินรดาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดอย่างระอาของกวิน โปรดิวเซอร์หนุ่มตัวแสบที่เดินตามหลังผู้มาใหม่เข้ามาติดๆ ใบหน้าคมคายของเชฟหนุ่มเจ้าของมิชลินสตาร์ผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้มีความสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงอารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับพระเจ้าลำเอียงกวาดตามองสตูดิโอชั่วคราวอย่างประเมิน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างบางของรินรดาซึ่งยืนถือทัพพีตักแกงเขียวหวานค้างเติ่งอยู่ “ถ้าจำไม่ผิด นี่มันสตูดิโอเช่าของโปรดักชั่นผม และตราบใดที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา คุณก็เป็นแค่ ‘แขกรับเชิญ’ ที่กวินจ้างมา ไม่ใช่เจ้าของสถานที่ที่จะมาไล่ใคร” คีย์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยาะหยันเล็กน้อยที่เห็นท่าทางพองขนเป็นแมวขู่ของเธอ “แต่ฉันกำลังจะถ่ายรายการ! และโปรแกรมในตารางก็บอกชัดเจนว่าคุณต้องเข้าฉากช่วงบ่าย ไม่ใช่โผล่หัวมาทำลายสมาธิชาวบ้านกลางดึกแบบนี้!” รินรดาตวัดเสียงใส่ วางทัพพีลงกระทบขอบหม้อเสียงดังเคร้งเพื่อระบายอารมณ์ เธอกลอยตามองผู้ชายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง อีโก้สูงส่งของเขาเป็นสิ่งที่เธอนึกหมั่นไส้มาตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้ว ยิ่งต้องมาร่วมงานกันในโปรเจกต์ ‘เซฟโซนคนปากเสีย’ นี้ ยิ่งเหมือนเอาไฟกับน้ำมันมาสุมรวมกันชัดๆ “พอๆ ค่ะคุณริน คุณคีย์ เลิกเขม่นกันตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มนับห้าสี่สามสักทีเถอะค่ะ” กวินรีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างสองศัตรูคู่อาฆาต ใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนสนิทเธอบ่งบอกชัดเจนว่าเขานั่นแหละคือตัวการที่ลากคีย์มาที่นี่ “ที่ฉันเชิญคุณคีย์มาก่อนเวลา ก็เพื่อให้เขามาตรวจเช็ค ‘มาตรฐาน’ วัตถุดิบในครัวของเธอไงคะริน เผื่อว่าคุณรีวิวอาหารปากจัดอย่างเธอจะทำรสชาติพังจนร้านเขาเสียชื่อเสียง” “หึ รสชาติระดับฉันไม่เคยทำลายชื่อเสียงใคร มีแต่จะทำให้คนกินตา روشن สว่างจนต้องกราบขอสูตรต่างหากค่ะ” รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “เชิญตรวจตามสบายเลยค่ะท่านเชฟผู้ยิ่งใหญ่ อยากจะติอะไรก็เชิญ แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ ว่าถ้าคำติของคุณมันงี่เง่า ฉันจะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบใส่หน้ากล้องให้คุณอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแน่ๆ” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะเอาพริกขี้หนูสับละเอียดไปโปะหน้าผากเขาให้รู้แล้วรู้รอด ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดหน้าเคาน์เตอร์ครัวจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอความเย็นชาเฉพาะตัวทำให้บรรยากาศรอบตัวดูแคบลงไปถนัดตา “ปากเก่งจังนะคะ ระวังตัวจริงจะรสชาติแย่กว่าคำคุยก็แล้วกัน” คีย์กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบประสาท ทว่าสายตาที่มองต่ำลงมาที่ริมฝีปากอิ่มของเธอกลับมีความหมายบางอย่างที่ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว “ถอยไปเลยค่ะ! ยืนล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ!” รินรดารีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน จนเธอกลายเป็นฝ่ายที่ต้องกระถดถอยหนีเองด้วยความขัดเคือง “เอาล่ะค่ะทุกคน! เลิกสวีต... แฮ่ม! เลิกเคลียร์พื้นที่แล้วเตรียมตัวนะคะ!” เสียงตะโกนของตาก้องหน้ากองถ่ายดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด “ทีมงานพร้อมแล้ว ไฟพร้อม กล้องพร้อม... ห้า สี่ สาม สอง... แอ็กชันค่ะ!” สัญญาณไฟสีแดงบนกล้องตัวหลักสว่างวาบขึ้น บรรยากาศในสตูดิโอเปลี่ยนผ่านจากความชุลมุนเป็นความจริงจังในเสี้ยววินาที รินรดาปรับสีหน้าจากยัยตัวแสบปากจัดให้กลายเป็นพิธีกรสาวสายรีวิวสุดแซ่บได้อย่างรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เลนส์กล้องด้วยจริตจะก้านที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี “สวัสดีค่ะคุณผู้ชมทุกท่าน! กลับมาพบกับรายการ ‘เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย’ รายการที่จะพาคุณไปชิมอาหารรสเลิศพร้อมกับฟังคำวิจารณ์เผ็ดร้อนที่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง! และวันนี้เราอยู่กันที่สตูดิโอพิเศษ พร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษสุด... ที่บอกเลยว่าหน้าตาหล่อเหลาระดับมิชลินสตาร์ แต่เสียอย่างเดียว... ปากจัดระดับอเวจีค่ะ!” เสียงหัวเราะคิกคักของทีมงานเบื้องหลังดังลอดออกมาเบาๆ ขณะที่กล้องแพนไปจับภาพใบหน้าของคีย์ที่กำลังกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น เขารับไมโครโฟนไร้สายมาจากกวินอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าใกล้ไมค์ด้วยท่าทางนิ่งขรึมแต่น่ามอง “สวัสดีครับ... และที่พิธีกรพูดเมื่อกี้ หมายถึงตัวเธอเองสินะครับที่ปากจัดจนน่าเอาพริกป่นอุดปาก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสวนกลับออกอากาศสดๆ โดยไม่มีการเตี๊ยวล่วงหน้า ทำเอารินรดาสำลักน้ำลายตัวเองแทบพุ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้ากลับมาจิกกัดสู้ทันที สมองของเธอประมวลผลด้วยความเร็วแสงเพื่อหาประโยคเด็ดมาฟาดฟัน “อุ๊ย! ท่านเชฟคะ รายการเราเป็นรายการรีวิวอาหารค่ะ ไม่ใช่รายการเปิดศึกตบตีกลางอากาศ แต่ถ้าคุณอยากจะลองชิมฝีปากฉันให้รู้กันไปข้าง ฉันก็ยินดีจัดให้เสิร์ฟร้อนๆ บนจานทองคำเลยนะคะ!” รินรดาเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มพริบพราว ไดอะล็อกสดๆ ที่เชือดเฉือนกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครเริ่มสร้างเคมีประหลาดบางอย่างที่ทรงพลัง ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังสตรีมมิ่งสดออกไป ในห้องควบคุม กวินโปรดิวเซอร์หนุ่มถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะตบเข่าฉาดด้วยความถูกใจ เมื่อกราฟยอดผู้ชมพุ่งทะยานจากหลักร้อยสู่หลักแสนภายในเวลาไม่ถึงสามนาที คอมเมนต์ในไลฟ์สดไหลทะลักจนอ่านแทบไม่ทัน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเคมีพระ-นางคู่กัดคู่นี้มันแซ่บพริกสิบเม็ดและชวนจิกหมอนยิ่งกว่าละครหลังข่าว! แต่ในขณะที่สงครามน้ำลายกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดและสร้างกระแสไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล รินรดากลับไม่รู้ตัวเลยว่า... ประโยคท้าทายครั้งต่อไปที่เธอกำลังจะพ่นออกไป จะกลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่ดึงเธอให้ตกหลุมพรางความคลั่งรักของเชฟหนุ่มปากร้ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น “ถ้ามั่นใจว่าอาหารของฉันมันแย่ นักรีวิวปากกล้าอย่างฉันท้าให้คุณชิมเดี๋ยวนี้เลยค่ะเชฟคีย์... ถ้ามันอร่อยจนคุณต้องยอมสยบ คุณต้องกราบขอโทษฉันกลางรายการ!” รินรดาประกาศกร้าวพร้อมกับยื่นจานแกงเขียวหวานรสจัดจ้านเข้าประชิดหน้าเขา คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มมองจานอาหารสลับกับใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นด้วยความถือดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเชฟหนุ่ม ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว “ถ้ามันอร่อย... ผมไม่ได้แค่กราบขอโทษหรอกครับ...” คีย์กระซิบด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ตั้งใจให้ไมโครโฟนดูดเสียงไว้พอดีเป๊ะ “แต่ผมจะจูบคุณกลางรายการ ให้สมกับความปากดีของคุณเลยดีไหมล่ะครับคนสวย” สิ้นเสียงกระซิบนั้น รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาที่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางของเธอเพื่อล็อกให้อยู่กับที่! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%