เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 1

ปากพาจน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“บอกว่าพามากินโอมากาเสะเปิดตัวเชฟมิชลินหน้าใหม่ แล้วนี่มันอะไรคะคุณกวิน? วิญญาณปลาทูทอดกระเทียมในตลาดสดหรือไงที่ลอยเตะจมูกฉันอยู่เนี่ย!” รินรดากระแทកส้นรองเท้าส้นสูงปรี๊ดลงกับพื้นกระเบื้องยางของสตูดิโอทำอาหารขนาดยักษ์ กลิ่นน้ำมันเก่าและซีอิ๊วขาวที่ลอยอบอวลไม่ได้ทำให้เธออยากเจริญอาหารเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันปลุกสัญชาตญาณความอยากหาเรื่องของนักรีวิวอาหารฝีปากกล้าพ่วงตำแหน่งคอลัมนิสต์ปากจัดประจำเว็บชื่อดังให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้น ดวงตากลมโตที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมตวัดมองเพื่อนสนิทตัวแสบที่ยืนยันยิ้มแฉ่งอยู่ข้างกองลังลังกระดาษ “โธ่ รินคนสวย ใจเย็นก่อนสครับคุณ” กวินยกมือขึ้นยอมจำนนเป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนหน้ากลับบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด “นี่มันโปรเจกต์ใหญ่ ‘เชฟซ่อนคม’ รายการใหม่ป้ายแดงของช่องเรานะเว้ย ฉันอุตส่าห์ล็อกคิวเธอมาเป็นคอมเมนเตเตอร์รับเชิญกิตติมศักดิ์เชียวนะ คิดดูสิ ฝีปากระดับเธอ มาผสมโรงกับเชฟผู้เข้าแข่งขัน รับรองว่าเรตติ้งพุ่งกระฉูดจนเซิร์ฟเวอร์สถานีล่มแน่ๆ” “ไม่ต้องเอาคำว่าเรตติ้งมาอ้างเลยนะ!” รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวโปรดิวเซอร์หนุ่ม นิ้วเรียวยาวชี้หน้าคาดโทษ “นายหลอกฉัน! นายบอกว่าวันนี้จะพามาลูบปากกับอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม แต่สภาพฉันตอนนี้เหมือนโดนหลอกมาออกรายการใช้แรงงานทาสชัดๆ ดูชุดฉันสิ! เดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตสั่งตัดพิเศษราคาเหยียบหมื่น แต่ต้องมาดมกลิ่นควันทอดปลาเนี่ยนะ!” “ก็ชุดเธอมันสีเขียวมรกตเข้ากับคอนเซปต์ ‘ความสดใหม่’ พอดีไง...” “กวิน!” “โอเคๆ ยอมรับก็ได้วะ ว่าฉันไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด” กวินยกมือยอมแพ้รอบที่สองเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาว “คือ... ทางผู้จัดรายการเขาอยากได้รีวิวเวอร์ปากแจ๋วแบบเธอไปช่วยคอมเมนต์เมนูของ ‘เชฟคีย์’ เชฟหนุ่มสุดฮอตที่เพิ่งบินตรงกลับมาจากปารีสเว้ย แกก็รู้ว่าหมอนั่นอีโก้สูงค้ำฟ้า ปากหมาเป็นเลิศ แถมไม่เคยแคร์สื่อหน้าไหนทั้งนั้น ทางโปรดิวเซอร์ใหญ่เลยอยากให้เธอไปดับซ่าเขาหน่อย” รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ‘เชฟคีย์’ หรือ คิรากร เชฟหนุ่มอัจฉริยะวัยสามสิบปี ผู้ครอบครองดาวมิชลินสองดวงติดต่อกันสามปีซ้อนจากฝรั่งเศส ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ความโหดในห้องครัว และวาจาร้ายกาจที่เคยสับเละบล็อกเกอร์อาหารชื่อดังจนต้องปิดไอหนีมาแล้ว “เชฟคีย์?” รินรดาทวนชื่อนั้น เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “ไอ้เชฟหน้าหล่อแต่ปากหมาที่ชอบทำตัวเป็นเทวดาตกสวรรค์นั่นน่ะเหรอ? หมอนั่นเพิ่งกลับมาเมืองไทยไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมาโผล่ในรายการบ้านี่ได้” “ก็เพราะหมอนั่นเพิ่งรับปากจะมาออกรายการเปิดตัวในฐานะ ‘เชฟปริศนา’ ไงล่ะ!” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากความมืดหลังม่านกำมะหยี่สีดำสนิท น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย จนรินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามสันหลัง ทั้งรินรดาและกวินหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นจากเงาสลัว แสงไฟสปอตไลท์ดวงเดี่ยวที่สาดส่องลงมาทำให้เห็นโครงหน้าคมคายราวกับงานประติมากรรมของเทพบุตรกรีก เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างไม่เป็นระเบียบนัก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ใบหน้าหล่อเหลาดุจภาพวาดนั้น... แต่เป็นดวงตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เย็นชา และประกายระยิบระยับบางอย่างที่กำลังมองตรงมาที่เธอ ราวกับเสือดาวกำลังจ้องมองเหยื่อตัวน้อยที่เดินเข้ามาในอาณาเขต รินรดาชะงักไปชั่ววินาที... ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลาจนแทบลืมหายใจของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะ ‘กลิ่นอาย’ อันคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นยำ *ไอ้ผู้ชายปากเสียที่เคยปะทะคารมกันในคอมเมนต์อินสตาแกรมเมื่อสามวันก่อน!* “คุณ...” รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ “คุณคือ... เชฟคีย์ บ้าจริง! นี่คุณเป็นคนวางแผนกับไอ้กวินใช่ไหมเนี่ย!” คิรากรเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและเย่อหยิ่งในทุกย่างก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดเชฟกดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลงจนรินรดาต้องเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอนลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ “ผมจะเสียเวลามาวางแผนกับโปรดิวเซอร์สมองนิ่มนี่ทำไม” คิรากรปรายตามองกวินแวบหนึ่ง ทำเอาเพื่อนสนิทของเธอถึงกับห่อไหล่ด้วยความเกรงกลัวอำนาจมืด “แต่ถ้าผมรู้ว่าแขกรับเชิญปากแจ๋วที่เขาพูดถึง... จะเป็นคุณหญิงรินรดา นักรีวิวอาหารผู้ดีแต่ปากพล่อยคนนี้ล่ะก็... ผมคงปฏิเสธรายการนี้ไปตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ” คำว่า ‘ปากพล่อย’ กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาราวกับหมัดฮุกหนักๆ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทำลายความประหลาดใจเมื่อครู่จนราบคาบ รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงพิษสงถูกจุดขึ้นที่มุมปาก “อุ๊ย ตายจริง! คำก็ปากพล่อย สองคำก็ปากแจ๋ว นี่คุณใช้สมองส่วนไหนคิดคะเนี่ยถึงได้กล้ามาวิจารณ์คนอื่น ทั้งที่ตัวเองใส่เสื้อเชฟสีขาวสะอาดแต่ข้างในเน่าหนอนยิ่งกว่าเศษอาหารในถังขยะสดซะอีก” รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงรื่นหูแต่วาจาคมกริบไม่แพ้กัน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มโดยไม่ยอมถอยให้อีกต่อไป แม้ส่วนสูงของเธอจะยืนระดับอกของเขาพอดี แต่แววตาที่จ้องมองกลับไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด “ฉันจะบอกอะไรให้นะคะเชฟคีย์ อาหารฝีมือคุณจะเลิศหรูมาจากดาวดวงไหนก็ตามทีเถอะ แต่ถ้าทัศนคติห่วยแตก อีโก้สูงจนทะลุเพดานแบบนี้ ต่อให้คุณเอาทองคำเปลวมาแปะหน้าจาน ฉันก็กล้าพูดตรงนี้เลยว่า... มันก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะเปียกดีๆ นี่เองค่ะ!” ความเงียบกริบเข้าปกคลุมสตูดิโอชั่วขณะ กวินที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่คิดว่าเพื่อนรักของตนจะกล้าเปิดศึกใส่เชฟมิชลินมือหนึ่งกลางกองถ่ายแบบไม่ไว้หน้า คิรากรนิ่งค้างไปเช่นกัน ดวงตาสคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่มุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ร่างสูงก้มตัวลงมาประชิดใบหน้าของหญิงสาวจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียน กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ ใกล้... ใกล้เสียจนเธอมองเห็นเงาของตัวเองในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ใกล้จนรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย “ปากเก่งเสียจริงนะแม่คุณ...” คิรากรกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่น่าฟังนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย “ปากดีแบบนี้... หวังว่าตอนที่กินอาหารฝีมือผมเข้าไป แล้วต้องคุกเข่าขอร้องให้ผมทำให้อีกจาน คุณจะยังรักษาความอวดดีนี้ไว้ได้ตลอดรอดฝั่งก็นะครับ” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่มีมันค้ำคอจนเธอต้องเชิดหน้าสวนกลับไปทันที “ฝันไปเถอะค่ะ! ต่อให้คุณเอาอาหารรสชาติห่วยแตกที่สุดในโลกมาเสิร์ฟ คนอย่างรินรดาไม่มีทาง...” *พรึบ!* คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ คิรากรก็เอื้อมมือมาคว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยความรวดเร็ว ร่างสลักเสลาถูกดึงเข้าหาตัวเขาอย่างไร้การตั้งตัว ระยะห่างระหว่างกันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนิ้วแข็งแรงของเชฟหนุ่มกดกระชับที่สะโพกคอดกิ่วเพื่อทรงตัวไม่ให้เธอเซถลา ขณะที่ดึงใบหน้าคมคายเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิบอิ่มที่กำลังอ้าค้างด้วยความตกใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันแนบแน่น ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะหลุดออกมานอกอก คิรากรก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู... “งั้นเรามาพิสูจน์กัน... ว่าปากกับฝีมือ อย่างไหนมันจะแซ่บกว่ากันแน่” (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในตอนแรกนะคะ รักที่สุดค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%