“เลิกทำหน้าเหมือนคนกินยาดำแล้วช่วยหุบปากสักนาทีได้ไหมรินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัวส่วนตัวที่ปิดตายหลังร้าน เสียงฝีเท้าของเขาสมทบด้วยความหงุดหงิดขณะที่เจ้าตัวกระแทกมีดเชฟลงบนเขียงไม้เสียงดัง ‘ปึก’ ผมสีเข้มที่เคยจัดทรงเป๊ะยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการขยี้ด้วยความเครียดตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา
รินรดากอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตหรี่มองคนตรงหน้าที่เอาแต่โวยวายใส่เธอ ทั้งที่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนลากเธอเข้ามาในนี้เพื่อ ‘เคลียร์ปัญหา’ ของรายการอาหารที่กำลังจะพังไม่เป็นท่า
“อ้าว ก็คุณเริ่มก่อนไหมล่ะ เชฟคีย์” เธอสวนกลับทันควัน ไม่มีการยอมคน “ที่บอกว่าคอนเซปต์ฉันมันห่วยแตกจนหมาไม่แดกน่ะ ช่วยกรุณาถอนคำพูดด้วยนะคะ ถ้าไม่อยากให้ฉันรีวิวร้านคุณให้ยับเป็นศพ”
“ก็มันห่วยจริงๆ!” คีย์หมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบของเขาวาวโรจน์เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม “คุณน่ะมันชอบทำตัวเป็นเซฟโซนให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองน่ะเปราะบางกว่าใคร ถ้าผมไม่ด่า คุณจะเลิกเพ้อเจ้อแล้วมองเห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าไหมว่าใครที่คอยเก็บกวาดความซวยที่คุณก่อไว้ทุกรอบ!”
“ใครใช้ให้คุณมาเก็บกวาดล่ะคะ?” รินรดาก้าวเข้าไปหาอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและโคโลญจน์ราคาแพงบนตัวเขาทำให้ลมหายใจเธอสะดุด “อยากทำตัวเป็นฮีโร่ก็ไปหาที่อื่น นี่มันชีวิตฉัน งานของฉัน เกี่ยวอะไรกับคุณนักหนา!”
คีย์นิ่งไป จังหวะการหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเชิดขึ้นท้าทายด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความสับสน... และบางอย่างที่รุนแรงกว่านั้น
“ถามว่าเกี่ยวอะไร?” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูทรมานมากกว่าขบขัน “เออ เกี่ยวสิ เกี่ยวจนผมแทบบ้าตายทุกครั้งที่เห็นคุณเอาตัวเองไปเสี่ยงกับพวกสื่อสารเลวๆ พวกนั้น คุณคิดว่าผมด่าคุณเพราะผมเกลียดคุณงั้นเหรอ? หูตึงหรือไงรินรดา ผมด่าเพราะผมโมโห... โมโหที่ผมไม่สามารถกักขังคุณไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ได้!”
รินรดาชะงักไป คำพูดของเขาไม่ได้นุ่มนวล แต่ทุกคำที่พ่นออกมาพร้อมกับแรงอารมณ์กลับกรีดลึกลงไปในใจเธอ
“คุณมันก็แค่คนปากเสีย...” เธอพึมพำ แต่เสียงเริ่มสั่น
“ใช่ ผมปากเสีย ผมมันอีโก้สูง ผมมันเผด็จการ!” คีย์ก้าวประชิดตัวจนรินรดาไม่มีทางถอย มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แต่แน่นหนาด้วยแรงอารมณ์ “แต่ทั้งหมดที่ผมพ่นออกมาน่ะ... คุณลองเอาไปถอดรหัสดูบ้างไหมว่ามันมีความหมายว่ายังไง ผมไม่ได้อยากด่าให้คุณเจ็บ แต่อยากด่าให้คุณรู้ตัวสักทีว่าที่ผมนั่งมองคุณผ่านหน้าจอทุกวันน่ะ... ไม่ใช่เพราะอยากทำคอนเทนต์ร่วมกับคุณหรอกนะ!”
บรรยากาศในห้องครัวเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว รินรดาเงยหน้าสบตากับคนปากร้ายที่ตอนนี้ดวงตาฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง
“ปากจัดอย่างคุณเนี่ยนะ...” รินรดาพยายามเค้นเสียงออกมา “จะสารภาพรักยังต้องทำเป็นด่ากันเลยเหรอ?”
“ใครบอกว่าผมสารภาพรัก?” คีย์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าเธอ “ผมแค่บอกว่าทนเห็นคุณทำตัวเป็นเหยื่อให้คนอื่นรุมทึ้งไม่ไหว... ถ้าคุณยังโง่ไม่เข้าใจว่าทำไม ผมคงต้องใช้วิธีที่มันรุนแรงกว่าการด่า... อย่างเช่นการทำอะไรที่ทำให้คุณเลิกปากเก่งไปสักพัก”
“คุณจะทำอะไร...”
“ก็นี่ไง”
คีย์กดริมฝีปากลงมาปิดปากที่กำลังจะเอ่ยคำท้าทายของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รสสัมผัสของเขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนในนิยายที่เธอเคยอ่าน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความโกรธขึง และความรักที่อัดอั้นมานานแสนนาน
รินรดาทั้งตกใจและสมองว่างเปล่า เธอพยายามจะผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้กลับแน่นหนาและอบอุ่นจนเธอทำได้เพียงเผลอจิกมือลงบนเสื้อเชฟของเขา
ทว่า... ในวินาทีที่ความรู้สึกกำลังจะเตลิดไปไกล เสียง ‘ปัง!’ จากประตูห้องครัวที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมเสียงแหบพร่าของกวินก็ทำลายทุกอย่างลง
“ริน! ตกลงว่าเซตไฟตรง— เฮ้ย! นี่พวกคุณทำอะไรกัน!”
คีย์ผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยเย็นชาเหมือนหน้ากากที่สวมไว้เป็นประจำทันที เขาหันไปมองกวินด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าแกง ส่วนรินรดาได้แต่ยืนหอบหายใจ มือยังคงสั่นระริก
“ไม่มีอะไร” คีย์เอ่ยเสียงเรียบพลางจัดปกเสื้อ “แค่กำลังสอนวิธีทำอาหารแบบ ‘ถึงพริกถึงขิง’ ให้ยัยตัวดีนี่อยู่... ออกไปซะ ก่อนที่ผมจะไล่คุณออกจากร้าน”
กวินอ้าปากค้าง มองสลับระหว่างเชฟหนุ่มที่ยืนปั้นปึ่งกับเพื่อนสนิทที่ใบหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู รินรดาเบือนหน้าหนี ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใครในห้องนี้
คีย์หันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาคว้ามือเธอแน่น
“ส่วนคุณ...” เขาหันมาพูดเสียงต่ำ “เรื่องของเรายังไม่จบ เตรียมตัวรับมือคำด่าชุดใหญ่ที่ผมยังพูดไม่จบได้เลย... เพราะหลังจากนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปปากเก่งกับใครที่ไหนอีก”
เขากระชากมือเธอให้เดินตามออกไป ทิ้งให้กวินยืนงงงวยอยู่กลางครัว ท่ามกลางความเงียบที่กดดันมากกว่าเดิม
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 20 นะคะ เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะตอนหน้าความหวานจะเริ่มกลบคำด่าจนคุณต้องหมอนขาดแน่นอนค่ะ!
เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 20
คำสารภาพที่พ่นออกมาพร้อมคำด่า
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!