หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบนับตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) และคอมเมนต์นับพันในเพจรีวิวอาหารของรินรดาพุ่งทะยานราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนโหมกระหน่ำ หัวข้อข่าวซุบซิบในเว็บกอสซิปชื่อดังขึ้นพาดหัวตัวแดงแจ๋ด้วยภาพถ่ายปาปารัสซี่ที่แอบถ่ายเธอกับเชฟหนุ่มปากร้ายแห่งร้านมิชลินสตาร์ขณะยืนเถียงกันหน้าร้านเมื่อสองคืนก่อน
*“เชฟหนุ่มไฮโซซุกเด็กปั้น? ขุดคุ้ยความสัมพันธ์ลับหลังครัวระหว่างเชฟมือทองกับบล็อกเกอร์สาวฝีปากกล้า”*
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเลื่อนอ่านคอมเมนต์พวกนั้นด้วยสายตาเรียוניบเฉย บางคนบอกว่าเธอเกาะกระแส บางคนขุดคุ้ยประวัติเก่าๆ ขึ้นมาประจาน และหนักข้อเข้าก็เริ่มลามปามไปถึงเรื่องส่วนตัว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบไม่ใช่คำด่าทอจากชาวเน็ตไร้ตัวตน หากเป็นความเงียบอย่างไร้การเคลื่อนไหวจากฝั่งของคนที่เป็นข่าวด้วยต่างหาก
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ กวินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือในมือของเขาฉายแสงวาบเพราะสายเรียกเข้าจากสำนักข่าวที่ไม่ยอมหยุดหย่อน
"เห็นหรือยังริน? ยอดแชร์ตอนนี้ทะลุห้านิ้วมือไปไกลแล้วว่ะ ชาวเน็ตขุดเก่งยิ่งกว่ากรมศิลป์ แถมยังมีพวกเพจอาหารออกมาตั้งโพลทายว่าเราสองคนคบกันจริงหรือแค่คอนเทนต์เรียกเรตติ้ง" กวินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม พลางถอนหายใจยาวเหยียด "แล้วดูท่าทีฝั่งนายคีย์สิ... เงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า ทางร้านติดต่อมาบอกว่าตอนนี้ลูกค้าโทรมาจองโต๊ะจนสายแทบไหม้ แต่ตัวเชฟเจ้ากรรมเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมรับโทรศัพท์ใครเลยแม้แต่โปรดิวเซอร์อย่างฉัน"
"ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ" รินรดากรอกตาขึ้นฟ้า เธอปัดหน้าจอสมาร์ทโฟนคว่ำลงเพื่อตัดการมองเห็น "เขาก็เป็นแบบนี้เสมอไม่ใช่หรือไง มีปัญหาอะไรก็ชอบแบกรับไว้คนเดียว ทำตัวเป็นพระเอกผู้เงียบขรึม ทั้งที่ความจริงแค่ขี้เกียจตอบคำถามงี่เง่าพวกนั้นแค่นั้นเอง"
"ปากแข็งพอกันทั้งคู่" กวินหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน "แล้วเธอจะเอายังไง? จะให้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธเสียงแข็ง หรือจะปล่อยให้กระแสมันซาไปเอง บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ สปอนเซอร์รายการรีวิวของเธออาจจะถอนทุนคืนได้นะเว้ย"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เธอไม่ได้กลัวกระแสสังคมหรือคำคร่ำครวญของพวกเกรียนคีย์บอร์ด แต่สิ่งที่เธอกลัวคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นในอกต่างหาก นับตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คำพูดถاربคายและสายตาดุๆ คู่นั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอมากขนาดนี้?
ติ๊ด!
เสียงข้อความเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ รินรดาหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความลังเล ปลายนิ้วเรียวกดเปิดอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
*‘ลงมาข้างล่าง... ผมยืนรออยู่หน้าตึกสิบนาทีแล้ว ถ้าไม่อยากให้ผมขึ้นไปอุ้มคุณลงมาต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน’*
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอลุกพรวดจากเก้าอี้จนกวินสะดุ้งโหยง "มีอะไรวะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว"
"หมอนั่น..." รินรดาชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ "คีย์อยู่ข้างล่างตึก"
ไม่รอให้เพื่อนสนิทได้ซักไซ้ รินรดาก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานทันที หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความโกรธ ความหงุดหงิด และความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก เธอกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่างด้วยความเร็วแสง ผลักประตูกระจกบานใหญ่ออกไปเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้าด้านนอก
ร่างสูงโปรดิวเซอร์หนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนและผ้ากันเปื้อนสีเข้มที่ยังถอดไม่หมด ยืนพิงรถยนต์คันหรูท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของพนักงานออฟฟิศละแวกนั้น คีย์ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับข่าวฉาวหน้าหนึ่งแม้แต่น้อย ทันทีที่เห็นร่างบางก้าวออกมา ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นก็หันมาสบตาเธอนิ่งสนิท
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" รินรดาพุ่งเข้าไปประชิดตัว น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห "ข่าวโหมกระหน่ำขนาดนั้น ยังมีหน้ามาระรานถึงหน้าออฟฟิศฉันอีกเหรอ อยากให้พวกปาปารัสซี่ตามมาถ่ายรูปคู่รอบสองหรือไงคะเชฟ!"
คีย์ไม่ตอบทันที เขายาวสาวเท้าเข้ามาใกล้รวดเร็วกว่าที่เธอคาดคิด ฝ่าหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามไปยังมุมตึกที่ลับตาคน รินรดาพยายามยื้อข้อมือกลับแต่ก็สู้แรงของคนตัวโตกว่าไม่ได้ จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังปูนเย็นเฉียบ และร่างสูงก็ก้าวเข้ามาบล็อกพื้นที่เอาไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง
กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายควันไฟจากครัวและน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มปากแน่นด้วยความจำยอม
"ปล่อยนะ..." เธอเอ่ยเสียงเบาลงอย่างไม่รู้ตัวเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ
"ทำไมต้องปล่อย?" คีย์ก้มหน้าลงมามองเธอ แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันบัดนี้กลับเจือด้วยประกายความอ่อนโยนบางเบาที่หาดูได้ยาก "ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องหลบหน้าสื่อ หรือทำไมต้องกลัวข่าวไร้สาระพวกนั้นด้วย ในเมื่อสิ่งที่พวกเขาพูด... มันมีส่วนที่จริงอยู่บ้าง"
รินรดาชะงัก หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก "จริง... ตรงไหนคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณสักหน่อย!"
"ปากแข็ง" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูแพรวพราวอย่างร้ายกาจ นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเธอออกอย่างเบามือสัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ "ผมไม่เคยสนใจข่าวบ้าบอพวกนั้นหรอกนะริน... แต่ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ ก็เพื่อจะบอกให้คุณรู้ว่า ต่อให้คนทั้งประเทศจะเข้าใจเรายังไง..."
เข้มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"...ผมก็ไม่เคยคิดจะปฏิเสธความจริงที่ว่า ผมกำลังคลั่งรักคุณอยู่เลยสักวินาทีเดียว"
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดโต้เถียงนับร้อยที่เตรียมไว้ในหัวมลายหายไปในพริบตาเดียว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนหัวใจแทบละลาย เสียงแฟลชกล้องมือถือแสงวาบขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนของนักข่าวกลุ่มใหญ่ที่วิ่งกรูเข้ามาทางพวกเขาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย!
"เชฟคีย์ทางนี้ค่ะ! รบกวนขอสัมภาษณ์เรื่องข่าวฉาวหน่อยค่ะ!"
คีย์หน้าตึงขึ้นในเสี้ยววินาที เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะดึงร่างของรินรดาเข้าไปซบลงกับอกแกร่ง ใช้ร่างของตัวเองบังแสงแฟลชและสายตาทุกคู่ที่พุ่งตรงมา ก่อนจะกระซิบบดริมฝีปากข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่
"จับแน่นๆ นะริน... คราวนี้เราหนีไม่ thoát ของจริงแล้วล่ะ"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความปากแข็งของเชฟคีย์กับยัยปากจัดรินรดากันมาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 21
ความรักท่ามกลางกระแสสังคม
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!