กลิ่นอายควันไฟจากเตาถ่านผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกในห้องครัวปิดตายของภัตตาคารชื่อดัง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับคุกรุ่นจนคล้ายมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านอยู่ทุกอณูอากาศ รินรดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สแตนเลส ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบด้วยความรู้สึกที่ตี R กันยุ่งเหยิงในอก
คำว่า *"จับแน่นๆ นะริน... คราวนี้เราหนีไม่พ้นของจริงแล้วล่ะ"* ของเขายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำพูดเล่นลิ้นแบบที่เขาชอบทำเวลาต้อนเธอจนมุม แต่มันคือประกาศิต... ประกาศิตที่ดึงเธอให้กระโจนลงมาในสนามรบที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและอนาคตของเชฟมือหนึ่งอย่างคีย์โดยตรง
"ถ้าคุณทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสับกระเทียมนะคะเชฟ" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาเรียวคมของเธอมองลอดแพขนตางอนงามไปที่ชายหนุ่ม
คีย์หยุดมือที่กำลังหั่นเนื้อวากิวด้วยความประณีต เขาวางมีดเชฟลงบนเขียงเสียงดัง *'ตุบ'* ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดสะอ้านก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ครัวเข้าอย่างจัง
"ปากเก่งจังนะรินรดา" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย็นชาเอาไว้เสมอ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย "ปากแบบนี้... น่าเอาพริกไทยดำมาละเลงให้เข็ด"
"อุ๊ย! กลัวจังเลยค่ะ" เธอยืดอกขึ้นสู้ ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย "เชฟเก่งแต่ขู่เหรอคะ? ไหนล่ะฝีมือที่จะกู้ชื่อเสียงร้านมิชลินสตาร์ที่เกือบจะพังเพราะคลิปรีวิวของฉัน? ทำให้ดูหน่อยสิคะ ว่าเชฟปากร้ายคนนี้มีดีแค่ปากหรือเปล่า"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่คนปากแข็งพยายามซ่อนไว้ ดวงตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ลึกๆ แล้วเขาไม่ได้สนใจเกียรติยศหรือดาวมิชลินบ้าบออะไรนั่นเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เขาสนใจ... คือการทำให้ผู้หญิงตรงหน้าเลิกทำตัวดื้อรั้น แล้วยอมจำนนต่อรสชาติอาหารที่กลั่นกรองมาจากหัวใจของเขาต่างหาก
"เดิมพันครั้งนี้... ถ้าฉันชนะ เธอต้องเลิกเขียนรีวิวโจมตีร้านฉันตลอดชีวิต" คีย์ยื่นข้อเสนอ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนรินรดาชะงัก
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?" เธอสวนกลับทันควัน ไร้ความเกรงกลัว
"ถ้าเธอชนะ..." มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "...เธออยากได้อะไรจากฉัน ฉันยอมให้หมด แม้แต่หัวใจของฉันเอง"
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบงันลงทันที ไดอะล็อกกำกวมที่หลุดออกมาจากปากของคนซึมกะทืออย่างคีย์ทำเอารินรดาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตั้งสติแล้วดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่า... วงแขนแข็งแรงกลับรวบเอวบางของเธอเข้าไปชิดสนิท
"คนบ้า..." เธอพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคลา
"เริ่มจับเวลาได้!" เสียงตะโกนจากกวินที่ยืนถือนาฬิกาจับเวลาอยู่ตรงประตูห้องครัวดังแทรกขึ้นมา ทำลายความเงียบสีชมพูฉาบด้วยกลิ่นอายดราม่าทันที
รินรดาสลัดความเขินอายทิ้งไปในเสี้ยววินาที เธอก้าวถอยหลังออกมาแล้วหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว "งั้นก็มาดูกกันค่ะ ว่าระหว่างเชฟอีโก้สูงกับนักรีวิวปากจัด ใครจะรอดออกจากครัวนี้ไปก่อนกัน!"
ศึกการทำอาหารเพื่อเดิมพันศักดิ์ศรีเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้ความปรานี เสียงมีดกระทบเขียงดังรัวระรัวราวกับเสียงกลองศึก กลิ่นหอมของซอสสูตรลับและเครื่องเทศนานาชนิดตลบอบอวล คีย์เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและงดงามราวกับศิลปินกำลังวาดภาพบนผ้าใบ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจและประสบการณ์ ขณะที่รินรดาเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เธอใช้ความเข้าใจในรสชาติที่สั่งสมมาจากการตระเวนชิมอาหารทั่วราชอาณาจักร มาประยุกต์ใช้ในการปรุงแต่งจานอาหารของตัวเองให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดั่งโกหก เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องครัว บ่งบอกว่าเวลาหมดลงแล้ว
จานอาหารสองจานถูกวางเคียงกันบนเคาน์เตอร์กลาง จานหนึ่งคือสเต็กเนื้อวากิวราดซอสทรัฟเฟิลสีเข้มข้นที่สะท้อนความประณีตระดับมาสเตอร์พีซ ส่วนอีกจานคือเมนูฟิวชั่นสุดจี๊ดที่รินรดารังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบพื้นบ้านแต่จัดจานได้เฉียบคมไม่แพ้กัน
กวินเดินเข้ามาทำหน้าที่กรรมการกึ่งโปรดิวเซอร์ เขากวาดสายตามองจานอาหารทั้งสองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อืม... กลิ่นนี่กินขาดทั้งคู่เลยนะเนี่ย เอาล่ะ ฉันจะชิมของใครก่อนดี..."
กวินเอื้อมมือไปหยิบส้อม แต่ยังไม่ทันที่ปลายส้อมจะสัมผัสโดนอาหารบนจานของคีย์ จู่ๆ ประตูห้องครัวด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของทีมงานรายการที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"เชฟคีย์ครับ! คุณรินรดา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทีมงานหนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยใบหน้าซีดเผือด "มีคนปล่อยคลิปลับเบื้องหลังการแข่งขันนี้ลงโซเชียลแล้วครับ ตอนนี้ยอดวิวทะลุหลักล้านภายในสิบนาที แถมกระแสกำลังตีกลับหาเรายับเยินเลย!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ทันที ขณะที่ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น แววตาเย็นชาฉายประกายอันตรายวับขึ้นมาในทันที
**เอมเมอรัลด์อายส์**
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและหวานของรินรดากับคีย์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 22
เดิมพันครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!