เอกสารสัญญาลับมูลค่าแปดหลักถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นจนกาแฟในแก้วกระฉอก รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ทันที ขณะที่ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น แววตาเย็นชาฉายประกายอันตรายวับขึ้นมาในทันที
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะคุณโปรดิวเซอร์” เสียงหวานติดเหวี่ยงเอ่ยขึ้นแทรกความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ รินรดาแค่น1หัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแท็บเล็ตที่ฉายภาพบทความโจมตีเธอจากเพจข่าวบันเทิงใต้ดิน หัวข้อข่าวพาดหัวตัวเบ้งหราหลาว่า *‘ตัวแม่สายรีวิว... ชักศึกเข้าบ้าน แอบขายความลับสูตรอาหารให้คู่แข่งเพื่อแลกกับผลประโยชน์’*
“ก็ตามนั้นแหละครับริน... หลักฐานมันคาตา เส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีคุณเมื่อสามวันก่อน ช่วงเวลาเดียวกับการถ่ายทำเทปสำคัญของเราพอดี” กวินเพื่อนสนิทที่สวมบทบาทโปรดิวเซอร์รายการในตอนนี้ ยักไหล่ด้วยท่าทีลำบากใจ แต่แววตากลับพาดผ่านด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่รินรดาอ่านออกทะลุปรุโปร่ง
ให้ตายเถอะ! ตาเพื่อนตัวแสบคนนี้กล้าดียังไงถึงเอาเธอมาเป็นแพะรับบาปในเกมเรตติ้งบ้าๆ นี่
“ตลกละกวิน นั่งปั้นน้ำเป็นตัวเก่งแบบนี้ ไม่ไปเปิดสำนักพิมพ์เองเลยล่ะคะ? บัญชีนั้นฉันไม่ได้ใช้มาเป็นปีแล้ว ยอดเงินบ้าบออะไรนั่นฉันไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ!” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเกลียดคนอีโก้สูงและเกลียดที่สุดคือการถูกใส่ร้ายโดยที่ยังไม่ได้อ้าปากเถียง
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นมาทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มที่นั่งเงียบมานาน คีย์ขยับตัวเล็กน้อย ร่างหนาในชุดสูทสีเข้มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเข้ามาบังร่างบางของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ รังสีความน่ากลัวแผ่กระจายจนกวินถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อือก
“พูดให้มันน้อยๆ หน่อยครับคุณกวิน” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังพอกินเลือดกินเนื้อ “หลักฐานที่ว่า... ตรวจสอบแหล่งที่มาหรือยัง หรือแค่เอาเศษกระดาษขยะมาปรักปรำคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตัวเอง”
“เชฟคีย์ครับ ผมเข้าใจว่าคุณกับริน... เอิ่ม สนิทกันเป็นพิเศษ แต่เรื่องนี้มันคือความเสียหายของรายการนะครั—”
“สนิทไม่สนิทไม่รู้ แต่ถ้าคุณยังกล้ากล่าวหารินรดาด้วยหลักฐานตื้นๆ แบบนี้อีกคำเดียว ผมนี่แหละจะฟ้องร้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทจนกว่าคุณจะไม่มีปัญญาแม้แต่จะมานั่งหายใจในช่องนี้!” คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังโปรดิวเซอร์หนุ่มจนอีกฝ่ายต้องผถายหลังกรูด
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายใส่เธอมาตลอด แต่วินาทีนี้แผ่นหลังกว้างนี้กลับกลายเป็นเซฟโซนที่มั่นคงที่สุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความโกรธที่มีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วอก... นี่เขา... กำลังปกป้องเธออยู่อย่างนั้นเหรอ?
“ใจเย็นก่อนค่ะทุกคน...” เสียงหวานอีกเสียงดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของ ‘มีเดีย’ พิธีกรสาวร่วมรายการผู้กุมความลับดำมืดบางอย่าง เธอส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษมาให้รินรดา “คือพวกเราก็ไม่อยากเชื่อหรอกนะคะว่ารินจะเป็นคนแบบนั้น แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง... ทำไมไม่ลองเปิดโทรศัพท์ให้พวกเราดูประวัติการโทรกับแชทไลน์ในช่วงสามวันที่ผ่านมาล่ะคะ?”
นั่นไง... หางโผล่จนได้
รินรดาหรี่ตามองมีเดียทันที เธอมองออกว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ร่วมมือกับกวินเพื่อเขี่ยเธอออกจากรายการอย่างแน่นอน เกมการเมืองในวงการบันทึกมันช่างสกปรกสิ้นดี และพวกมันก็คงคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงปากจัดคนหนึ่งที่จะยอมจำนนต่อหลักฐานปลอมๆ สินะ
“ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณเรียกร้องด้วยล่ะคะ มีเดีย? คุณเป็นใคร มีสิทธิอะไรมาค้นความเป็นส่วนตัวของฉัน” รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ฝีปากไวคิดเร็วทำเร็วทำงานทันที “อยากได้โทรศัพท์ฉันมากนักเหรอคะ หรือกลัวว่าถ้าเปิดดูจริงๆ แล้วจะเจอชื่อคุณอยู่ในแชทผู้บงการตัวจริงกันแน่?”
“นี่เธอ! อย่ามาปรักปรำฉันนะ!” มีเดียเสียงแหลมปรี๊ด หน้าถอดสีไปวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด
“ถ้าไม่ได้ทำแล้วจะร้อนตัวทำไมล่ะคะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว” รินรดายิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า แม้ในใจจะเริ่มกังวลกับสถานการณ์ตรงหน้าบ้างแล้ว แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ เธอไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนพวกนี้เด็ดขาด
“พอได้แล้ว!” คีย์ตวาดลั่น น้ำเสียงทรงพลังตัดบทสนทนาไร้สาระทั้งหมด มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้เจ็บแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้ “เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้คนพวกนี้ดูทั้งนั้น... กลับ”
เชฟหนุ่มออกแรงดึงเบาๆ เพื่อพาเธอก้าวเดินออกจากห้องประชุมนรกแตกนี่ทันที รินรดาใจเต้นตึ้กตัก เธอยอมก้าวตามแรงจูงนั้นอย่างว่าง่ายเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ทว่า... ก่อนที่มือหนาจะผลักประตูกระจกบานใหญ่เพื่อพาเธอออกไปสู่โลกภายนอก
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเปิดประตูจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
“ไม่ต้องเดินไปไหนทั้งนั้น!”
ร่างสูงโปรดิวเซอร์ใหญ่แห่งสถานีผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิม สายตาคมกวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่รินรดาและคีย์
“เพิ่งมีคำสั่งด่วนมาจากเบื้องบน... หลักฐานตัวจริงส่งมาถึงผมแล้ว และคนที่เอาความลับไปขาย ไม่ใช่รินรดา... แต่เป็นคนในห้องนี้ที่มีรายชื่ออยู่ในเอกสารลับฉบับนี้ต่างหาก!”
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ทันที ขณะที่ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น แววตาเย็นชาฉายประกายอันตรายวับขึ้นมาในทันทีเมื่อกวาดตามองไปยังคนที่กำลังหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตกอยู่มุมห้อง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ รอดูกันต่อในตอนหน้าได้เลยค่ะ!
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 23
วิกฤตศรัทธา
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!