เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 19

ปกป้องในแบบของฉัน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
หน้าจอมือถือในมือของรินรดากำลังสั่นระรัวด้วยการแจ้งเตือนที่วิ่งเข้ามาไม่หยุดราวกับพายุคลั่ง ข้อความคอมเมนต์นับพันข้อความ ทัวร์ที่กำลังลงอย่างพร้อมเพรียง และแฮชแท็กติดเทรนด์อันดับหนึ่งที่พ่วงชื่อของเธอและเชฟหนุ่มปากร้ายอย่างคีย์เอาไว้ด้วยกันอย่างดิบดี "แม่... กลับมาแล้ว" คำพูดสั้นๆ จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ สิ่งที่ดึงสติของเธอให้พุ่งทะยานยิ่งกว่าเรื่องส่วนตัว คือความจริงที่ว่าโลกโซเชียลกำลังรุมทึ้งผู้ชายคนนั้นด้วยข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ เพจกบฏอาหารใต้ดินเพจหนึ่งเพิ่งปล่อยข่าวโคมลอยว่าร้านอาหารระดับมิชลินของคีย์ใช้เส้นสายโกงรางวัล และย้อมแมววัตถุดิบราคาถูกมาเสิร์ฟให้ลูกค้าไฮโซ คนพวกนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตู้เย็นในครัวของคีย์สะอาดและเข้มงวดเรื่องอุณหภูมิยิ่งกว่าห้องผ่าตัดโรงพยาบาลเอกชน! รินรดากัดริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวตวัดพิมพ์ข้อความลงบนแป้นพิมพ์สมาร์ทโฟนด้วยความเร็วสูงชนิดที่โปรแกรมเมอร์ยังต้องยอมสยบ เธอไม่ได้เขียนแก้ต่างด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่เธอใช้หลักฐาน คลิปวิดีโอเบื้องหลังที่แอบถ่ายไว้ตอนที่คีย์กำลังตรวจวัตถุดิบด้วยแววตาจริงจัง และสเตทเมนต์ยาวเหยียดที่แฉกลับเพจจอมปลอมนั้นด้วยข้อมูลแน่นปึ้ก ชนิดที่เรียกว่าเอาหลักฐานฟาดหน้าพวกเกรียนคีย์บอร์ดจนหงายเงิบไปตามๆ กัน *‘คนที่ไม่เคยแม้แต่จะล้างจานในครัว จะเอาสมองส่วนไหนมาเข้าใจความพิถีพิถันของเชฟตัวจริงคะ? เลิกสร้างกระแสเรียกยอดไลก์ด้วยการเหยียบย่ำความฝันคนอื่นได้แล้ว น่าสมเพช’* โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปหมื่นครั้งภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ผลลัพธ์คือชื่อเสียงของคีย์ถูกกอบกู้กลับมาอย่างรวดเร็ว แต่แลกมาด้วยการที่ทัวร์ทั้งหมด... หันมาจอดหน้าบ้านของรินรดาแทน เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังติดต่อกันไม่หยุดหย่อน พร้อมกับเสียงนักข่าวบันเทิงและกองทัพอินฟลูเอนเซอร์หิวแสงที่พากันมาตะโกนเรียกชื่อเธอจากรั้วบ้าน รินรดากวาดตามองหน้าจอที่ตอนนี้มีทั้งคนเข้ามารุมด่าทอ หาว่าเธอเป็นเด็กเส้นบ้าง เป็นเมียเก็บเชฟบ้าง หรือหนักเข้าก็ขุดคุ้ยเรื่องครอบครัวที่เธอพยายามซ่อนไว้มาประจานเล่นสนุก "เล่นใหญ่เกินไปหน่อยไหมยัยริน..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แม้ลึกๆ ในอกจะเริ่มไหววูบกับคอมเมนต์แย่ๆ บางอันที่พาดพิงถึงการกลับมาของแม่ที่เธอเพิ่งเผชิญหน้าไปหมาดๆ แกร็ก! เสียงเปิดประตูรั้วบ้านดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดิวเซอร์หนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์อย่างกวินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือในมือของเขาเปิดหน้าจอบทความข่าวที่กำลังเล่นงานรินรดาอยู่พอดี "เธอสติหลุดไปแล้วเหรอริน ถึงได้เอาตัวไปรับกระสุนแทนไอ้เชฟปากหมานั่นคนเดียวแบบนี้?" กวินเดินตรงเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลระคนหงุดหงิด "รู้ตัวไหมว่าตอนนี้พวกมันขุดประวัติเธอจนพรุนหมดแล้ว และที่สำคัญ... แม่เธอเพิ่งกลับมา เธอยังมีเรื่องในบ้านให้เคลียร์ไม่พอรึไง?" รินรดาชักแขนกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตากลมโตตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยความดุดัน "ฉันไม่ได้เอาตัวไปรับกระสุน ฉันแค่พูดความจริง และฉันเกลียดที่สุดคือพวกคนรังแกคนอื่นลับหลัง นายก็รู้ว่าคีย์มันซึน ปากจัดจนหหาคนรักยากขนาดไหน ถ้าฉันไม่ปกป้องเขา แล้วใครจะทำ?" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเย้ยหยันนิดๆ "โอโห ประโยคนี้เอาไปเขียนบทละครน้ำเน่าช่องดังได้เลยนะเนี่ย รินรดาผู้เสียสละ... แต่เดี๋ยวก่อน เธอมั่นใจเหรอว่าเชฟเทวดาของเธอเขาจะซาบซึ้งกับสิ่งที่เธอทำ?" คำพูดของกวินยังไม่ทันขาดคำ เสียงรถสปอร์ตคันหรูคุ้นตาพุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าบ้านด้วยความเร็วสูงจนยางรถส่งเสียงกรีดร้องไปกับพื้นถนน ประตูฝั่งคนขับถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกโครงรถ ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึงที่เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก คีย์มาแล้ว! เขาไม่ได้สนใจกองทัพนักข่าวที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้านแม้แต่น้อย มือหนากระชากประตูรั้วที่ไม่ได้ล็อกให้เปิดออกเสียงดังสนั่น ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในตัวบ้านด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนกวินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอนึกว่าเขาจะโทรมาด่าว่าเธอทำอะไรไม่เข้าเรื่อง หรือโทรมาต่อว่าที่เธอไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของร้านเขา แต่ทว่า... แววตาคมกริบที่มองตรงมาที่เธอกลับไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเคืองเลยสักนิด มีเพียงประกายไฟระอุที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันอันน่ากลัว "ใครใช้ให้เธอออกหน้า?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ยืนประจันหน้ากับเธอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเงยหน้ามอง ไหล่กว้างของเขาบังแสงแดดยามบ่ายจนเกิดเงาทอดทับลงมาบนร่างเธอ "ฉันไม่ได้ขอให้เธอมาทำตัวเป็นฮีโร่ปกป้องฉันนะ รินรดา!" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบวับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ "เธอคิดน้อยไปหรือไงว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าโจมตีซะเอง ดูสภาพตอนนี้สิ ข่าวปลอมพวกนั้นมันพุ่งเป้ามาที่เธอคนเดียวหมดแล้ว!" รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้ตั้งแต่เจอเรื่องแม่บวกกับความเหนื่อยล้าจากการโดนชาวเน็ตถล่มทำให้พายุอารมณ์เริ่มตีรวนในอก เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย "แล้วจะให้ฉันยืนดูนายโดนหมาหมู่รุมทึ้งอยู่ฝ่ายเดียวหรือไงคะเชฟ? ฉันเกลียดคนพวกนั้น และฉันก็เกลียดอีโก้บ้าๆ ของนายที่ชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนกัน!" เธอย้อนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน "ฉันช่วยเพราะฉันอยากช่วย ไม่ได้ขอให้มาสำนึกบุญคุณสักหน่อย ถ้ารำคาญนักก็เชิญไสหัวกลับร้านไปเลยไป!" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง กวินที่ยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ถอยฉากออกไปเงียบๆ อย่างรู้จังหวะ ทิ้งให้คนอารมณ์ร้อนสองคนยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิด คีย์ไม่พูดอะไรสักคำ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดผ่านดวงตาคู่นั้น แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ค่อยๆ อ่อนแสงลงอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบเค้นให้เจ็บ แต่เป็นการรั้งไว้ไม่ให้เธอเดินหนี "ปากเก่ง..." คีย์พึมพำเสียงพร่า น้ำเสียงที่เคยดุดันกลับเจือไปด้วยความสั่นไหวเล็กๆ ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ "ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ นะรินรดา" "ปล่อยนะ..." รินรดาพยายามบิดแขนออก แต่แรงมือของเขาเหมือนคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุด "ฉันไม่ปล่อยหรอก..." คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายความเป็นครัวและกาแฟคั่วเข้มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูกจนหัวใจเธอดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ "ในเมื่อเธอกล้าเอาชื่อเสียงตัวเองมาปกป้องฉัน... เธอก็ต้องรับผิดชอบ" "รับผิดชอบอะไรของนาย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!" "ผิด... ผิดที่ทำให้ฉัน..." คีย์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุนทันที *"ทำให้ฉันตัดใจจากเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว..."* รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมดกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายซึนเดระคนนี้ ทว่า ในวินาทีที่หัวใจกำลังจะเต้นระเบิดออกนอกอก เสียงเคาะประตูรั้วบ้านดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนแหลมสูงที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า "รินรดา! เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงทำเป็นจำแม่ไม่ได้!" ร่างของรินรดาแข็งทื่อขึ้นมาทันที สีหน้าที่กำลังเคลิบเค้มเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในพริบตาเดียว คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ดวงตาคมหันขวับไปมองที่ประตูรั้ว ก่อนจะหันกลับมามองสบตารินรดาที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและรอยร้าวลึกที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด "นั่นใคร?" คีย์ถามเสียงต่ำ แววตาเปลี่ยนเป็นโหมดปกป้องอย่างเต็มพิกัด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากตอบ แต่จังหวะนั้นเอง ประตูรั้วที่ไม่ได้ล็อกก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยฝีมือของคนข้างนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนท่าทางจัดจ้านที่ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสายตาดุดัน --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความปากแข็งของเชฟคีย์และยัยรินมาจนถึงตอนนี้นะคะ!) - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%