เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 6

ความลับใต้ผ้ากันเปื้อน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงกระแทกของถังขยะสแตนเลสหลังร้าน "Maison C." ดังสนั่นจนกวินที่ยืนถือแก้วกาแฟอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งโหยง รินรดาหอบหายใจน้อยๆ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจนทะלטปรอท ยัยปากจัดแห่งวงการรีวิวอาหารกำลังกำหมัดแน่น ดวงตาคู่สวยตวัดมองประตูหลังร้านที่เพิ่งปิดสนิทลงไปหมาดๆ ด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร ปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกรตัดลวด แถมอีโก้ยังสูงเสียดฟ้าจนอยากจะเอาบันไดลิงมาปีนดูสมองซีกซ้ายของเขาว่าทำด้วยอะไร ถึงได้คอยแต่จะหาเรื่องแขวะเธอทุกครั้งที่มีโอกาส! "ฉันจะฟ้องทนาย ดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีนักรีวิวชัดๆ!" รินรดาฮึดฮัด สะบัดหน้าพรืดเตรียมตัวจะเดินกลับเข้าไปเอาเรื่องเชฟหนุ่มจอมหยิ่งในครัวให้รู้ดำรู้แดง แต่จังหวะที่ก้าวผ่านกองลังกระดาษลังและลังไข่เก่าๆ บริเวณมุมอับหลังร้าน สายตากลับสะดุดเข้ากับความเคลื่อนไหวแปลกปลอมบางอย่างที่ทำให้ฝีเท้าของเธอชะงักกึกลงทันที ความเงียบสงบในช่วงพักเบรกกะทันหันถูกแทนที่ด้วยเสียงครางหงิงเบาๆ รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวแล้วชะโงกหน้ามองผ่านซอกลังไม้เก่า ท่ามกลางกองกระดาษลังที่ถูกจัดวางไว้คล้ายร่มเงาชั่วคราว มีร่างผอมแห้งของสุนัขพันธุ์ทางตัวหนึ่งนอนขดอยู่ ขนสีน้ำตาลมอมแมมพันกันยุ่งเหยิง ขาหลังข้างซ้ายมีผ้าก๊อซสีขาวพันไว้ลวกๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่สภาพที่น่าเวทนาของเจ้าสี่ขาตัวนั้น หากแต่เป็นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนที่คุ้นตาเสียยิ่งกว่าคุ้น เชฟคีย์... ผู้ชายที่เพิ่งจะพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เธอเมื่อห้านาทีก่อน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตที่ทั้งชื้นและเปื้อนคราบน้ำมัน กางเกงสแลคราคาแพงเปรอะเปื้อนฝุ่นผงอย่างไม่นึกเสียดาย เชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่ปูดโปนตามสัญชาตญาณความแข็งแรง มือเรียวสวยคู่เดียวกับที่รังสรรค์อาหารจานหรูราคาหลักหมื่นกำลังถือชามกระเบื้องใส่เนื้อไก่ต้มชิ้นเล็กๆ ป้อนสุนัขจรจัดตัวนั้นด้วยความระมัดระวัง "กินสะ... ถ้าแกไม่ยอมกินยา อาการติดเชื้อจะลาม ถึงตอนนั้นฉันคงต้องแบกแกไปคลินิกอีกรอบ ซึ่งบอกไว้ก่อนว่าฉันรำคาญ" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้ตอกหน้ารินรดาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ ในตอนนี้กลับเบาราวกับเสียงกระซิบ น้ำเสียงมีความดุเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงมันออกมา ร่างสูงใหญ่ก้มลงใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษขนที่ปรกดวงตาของเจ้าตูบออกอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบขวดสเปรย์ยามาฉีดพ่นบริเวณแผลที่ขาให้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่ทำเพราะแค่อยากทำส่งเดช รินรดายืนนิ่งค้าง สมองที่ปกติประมวลผลคำด่าได้เร็วกว่าแสงในตอนนี้กลับชัตดาวน์กะทันหัน ภาพเชฟหนุ่มปากร้ายหน้าตาเย่อหยิ่งผู้รักความสมบูรณ์แบบ กำลังนั่งยองๆ เป่าลมใส่แผลให้หมาจรจัดข้างถนน มันช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกับบุคลิกภายนอกจนเผลออ้าปากค้าง นี่น่ะเหรอ... ผู้ชายใจร้ายที่เธอเพิ่งต่อปากต่อคำด้วยเมื่อครู่? เจ้าสุนัขจรจัดส่งเสียงครางรับพร้อมกับใช้หัวถูไถกับฝ่ามือของเชฟหนุ่ม คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเหยียดยิ้มเยาะใส่คนอื่น ค่อยๆ คลายออกเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งแอบแฝง รอยยิ้มที่อบอุ่นและละมุนละไมจนคนมองอย่างรินรดาหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความแข็งกระด้างที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ้าเล่ห์ของผู้ชายคนนี้ พลันสั่นคลอนลงอย่างง่ายดาย ความประทับใจแรกที่แท้จริง ไม่ใช่ตอนที่เธอกินอาหารฝีมือเขา แต่มันคือภาพด้านมืดที่ไม่มีใครเคยเห็น—ด้านที่อ่อนโยนจนน่าเหลือเชื่อของผู้ชายปากเสียคนนี้ "ยืนทำหน้าโง่อะไรตรงนั้น ยัยปากจัด" เสียงทุ้มห้วนที่เอ่ยขึ้นกะทันหันทำRinrดาหลุดจากภวังค์ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามกางเกงลวกๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนทุกที แต่มีความระeอเจือความหงุดหงิดระคนกระดากอายฉายชัดอยู่ลึกๆ รินรดากะพริบตาปริบๆ ตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้ไม่ยอมแพ้ "เปล่า... แค่กำลังคิดว่า เชฟผู้สูงส่งผู้รักความสะอาดสะอ้าน ยอมเอาตัวมาคลุกคลีกับหมาจรจัดแบบนี้ ค่าตัวจะตกหรือเปล่าล่ะคะ" คีย์ขมวดคิ้วฉับ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวโดยไม่ให้ตั้งตัว ความกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวทำให้รินรดาต้องเผลอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ "ปากดีไม่เว้นแม้แต่เวลาส่วนตัวของคนอื่นสินะ รินรดา" "ก็มันน่าแปลกใจนี่คะ คนปากร้ายใจยักษ์อย่างคุณ ทำไมถึงใจดีกับหมาได้ หรือว่า... กลัวบาปกลัวกรรม กลัวชาติหน้าเกิดมาเป็นหมาซะเอง?" เธอสวนกลับทันควัน พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้รอยยิ้มเยาะ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว The proximity ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าเธออย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำพูดเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความเงียบที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด "ถ้าฉันใจร้ายจริง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู จนเส้นขนอ่อนลุกชันไปหมด "เธอคงไม่ได้ยืนเถียงฉันอยู่แบบนี้หรอก... ยัยตัวแสบ" รินรดาสบตากับเขา หัวใจกระหน่ำรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความคิดที่จะเอาชนะหายวับไปกับตา เหลือเพียงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน แต่ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากโต้เถียงอะไรกลับไปเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นจากมุมตึกซะก่อน "ริน! อยู่นี่เองเหรอ ฉันกำลังตามหา... อุ๊ย! ขอโทษ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย?" กวินโผล่พรวดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มประดา สายตากวาดมองท่าทางหมิ่นเหม่ระหว่างเธอกับเชฟหนุ่มที่ยืนประชิดติดกันราวกับคู่รักกำลังกระซิบคำหวาน รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความเคอะเขิน รีบผลักอกแกร่งของคีย์ออกห่างทันที ขณะที่เชฟหนุ่มถอยหลังกลับไป ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเย็นชาอย่างรวดเร็วราวกับสับสวิตช์ แต่ทว่า... ก่อนที่คีย์จะหันหลังเดินหนลับเข้าไปในครัว สายตาคมกริบคู่นั้นกลับเหลือบมองมาที่เธอ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่เบาหวิวแต่ชัดเจนในความรู้สึก "เรื่องนี้... ถ้าเอาไปเขียนรีวิว ฉันจะคิดบัญชีเธอเป็นรายคำ" รินรดากัดริมฝีปากแน่น มองตามแผ่นหลังของเชฟหนุ่มที่เดินหายลับเข้าไปในประตูครัว ทว่าจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงนั้น สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็กๆ ที่แปะอยู่บนชั้นวางของข้างๆ ซึ่งเขียนด้วยลายมือตวัดหวัดๆ แต่เป็นระเบียบ... *หมายเลขโทรศัพท์คลินิกสัตว์... และตารางเวลาให้ยาของเจ้าตูบ* พร้อมข้อความทิ้งท้ายที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมานะคะ - เอมเมอรัลด์อายส์ -
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%