เสียงน้ำเดือดปุดๆ ในหม้อสเตนเลสสตีลบนเตาแก๊สหัวฟู่ แทบจะกลบเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของรินรดาไม่มิด หล่อนกำลังยืนกอดอกจ้องมองเชฟหนุ่มเจ้าของร้านมิชลิน สตาร์ ที่กำลังสาละวนอยู่กับการหั่นเนื้อวากิวด้วยลีลาที่เฉียบคมและเยือกเย็นราวกับหุ่นยนต์โปรแกรมเอไอ แต่ต่อให้ฝีมือปลายจวักของเขาจะล้ำเลิศแค่ไหน ปากหนาๆ ที่ชอบพ่นคำถากถางใส่หล่อนตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าครัวมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วก็น่าหยิกเสียให้เนื้อเขียว
"ถ้าคิดว่ายืนทำหน้าบึ้งเป็นตูดหม้อแล้วซุปทรัฟเฟิลมันจะรสชาติดีขึ้น รินรดา... เธอคิดผิดถนัด" คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายมีดเชฟคมกริบสไลด์เนื้อเป็นชิ้นบางเฉียบสม่ำเสมอกันอย่างไร้ที่ติ
"เปล่าสักหน่อยค่ะเชฟ ฉันแค่มองดูความหลงตัวเองของคุณแล้วรู้สึกเอียนจนกินอะไรไม่ลงต่างหาก" หล่อนสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตตวัดมองค้อนจนแทบจะควักออกจากเบ้า "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้เคยได้ยินคำว่า 'ถ้อยทีถ้อยอาศัย'ชีวะประวัติส่วนตัวบ้างไหมคะ หรือว่าตอนเด็กๆ แม่ให้กินพริกไทยดำแทนข้าวสุก"
คีย์หยุดมือที่กำลังจัดเรียงชิ้นเนื้อลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับคนปากเก่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่หล่อนเกลียดนักเกลียดหนา รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าเขากำลังสนุกที่ได้ปั่นประสาทให้หล่อนสติแตก
"ปากเก่งแบบนี้... ตอนจูบจะยังเถียงเก่งอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่มันกลับทำเอาอุณหภูมิในห้องครัวที่ติดแอร์เย็นฉ่ำพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาดื้อๆ รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลช้าไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่จนต้องรีบยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเร
"คุณ!... พูดจาบ้าอะไรเนี่ย!" หล่อนแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามดึงความมั่นหน้ากลับคืนมาให้ไวที่สุด "ฝันไปเถอะค่ะ อีโก้สูงปรี๊ดอย่างคุณ ต่อให้เหลือผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกนี้ ฉันก็ยอมกินข้าวคลุกเกลือดีกว่าจะเอาปากไปแตะกับคุณหรอก!"
"มั่นใจดีนี่..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปจนสะโพกชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสเย็นเฉียบ "แต่ระวังคำพูดตัวเองไว้หน่อยก็ดีนะ รินรดา... ของแบบนี้มันพลิกโผกันได้ง่ายๆ"
ความใกล้ชิดที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นทำให้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายเครื่องเทศจางๆ จากตัวเชฟหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก สมองของรินรดาตื่นตัวขึ้นมาทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันโครมคราม หล่อนเงยหน้าขึ้นเตรียมจะพ่นคำด่าทอแซ่บๆ ใส่หน้าเขาอีกสักชุดเพื่อกลบเกลื่อนความใจสั่น แต่ทว่า...
จังหวะนรกก็มาเยือนอย่างไร้ความปรานี
ขาเรียวของรินรดาที่ถอยร่นไปชนเข้ากับลังกระดาษใส่อุปกรณ์เบเกอรี่ที่วางระเกะระะอยู่บนพื้นโดยไม่ทันระวัง ทำให้ส้นสูงปรี๊ดของหล่อนพลิกคว่ำอย่างแรง ร่างบางเสียการทรงตัวหงายหลังวับลงไปทันที
"ว이๊ย!"
"เฮ้ย!"
คีย์พุ่งตัวคว้าเอวบางของหล่อนไว้ตามสัญชาตญาณ แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มกลิ้งลงไปกับพื้นกระเบื้องแกรนิต แต่ด้วยความที่เชฟหนุ่มไวกว่า เขาจึงใช้แขนข้างหนึ่งโอบรัดเอวหล่อนแน่น พร้อมกับพลิกตัวเอาแผ่นหลังของตัวเองลงไปกระแทกกับพื้นแทน เพื่อไม่ให้ร่างบางได้รับบาดเจ็บ
ตึง!
เสียงแผ่นหลังหนากระแทกพื้นดังสนั่นตามมาด้วยเสียงลมหายใจที่สะดุดกึก รินรดาที่หลับตาปี๋ด้วยความตกใจค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ และพบว่าตอนนี้ตัวเธอกำลังคร่อมทับอยู่บนร่างแกร่งของเชฟปากร้าย ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ร้อนผ่าวปะทะเข้าหากันจนแทบจะหลอมละลาย
ดวงตาสคมกริบของคีย์มองตรงมาที่หล่อน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไหววับด้วยประกายบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แววตากวนประสาทหรือเย้ยหยัน แต่มันคือความลึกล้ำ ร้อนแรง และสั่นไหวเล็กน้อยจนคนมองถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง มือหนาที่ยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวบางของหล่อนไม่ได้คลายออก แต่กลับออกแรงกดเข้าหาตัวแนบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"อ๊ะ..." รินรดาครางประท้วงในลำคอเมื่อรู้ตัวว่าสถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมแค่ไหน หล่อนพยายามจะดันอกกว้างของเขาเพื่อลุกขึ้น แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้า และยิ่งขยับ ร่างกายของทั้งคู่ก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดกันจนน่าตกใจ
"จะรีบไปไหนล่ะ..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของหล่อน แววตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มแดงก่ำและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "ไหนบอกว่าเกลียดฉันนักไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนอยากให้ฉันทำมากกว่าแค่มองล่ะ"
"ไอ้... เชฟบ้า ปล่อยฉันนะ!" รินรดาแหวเสียงสั่น ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่แล้วในจังหวะที่หล่อนขยับหน้าหนี "คุณฉวยโอกาส! รู้จักคำว่ามารยาทบ้างไหมคะ!"
"ฉันล้มลงไปช่วยเธอนะรินรดา นี่คือคำขอบคุณจากคนปากเก่งเหรอ หึ... เนรคุณเป็นบ้า" คีย์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม "แต่อยู่ท่านี้... ก็นุ่มนิ่มดีเหมือนกันนะ"
"คุณคีย์!" หล่อนหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือเล็กกำหมัดแน่นเตรียมจะทุบลงบนอกเขาให้หายหมั่นไส้ แต่ทว่าก่อนที่หมัดน้อยๆ จะได้ประทับลงบนแผงอกแกร่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกห้องครัวก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"เชฟครับ! วัตถุดิบที่สั่งจากตลาดสดมาส่งแล้... เฮ้ย! พวกคุณทำอะไรกันวะ!"
เสียงทุ้มของกวินที่ยืนเบิกตากว้างค้างเติ่งอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับลังผักในมือที่แทบจะร่วงลงพื้น ทำให้ร่างของรินรดาและคีย์แข็งค้างไปพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ - เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 7
จังหวะนรกที่เริ่มฟิน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!