เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 8

รสมือที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“กะ...กวิน! คือฉันแค่จะช่วยเช็กวัตถุดิบเฉยๆ อย่าทำหน้าเหมือนเห็นผีได้ไหม” รินรดากระโดดโหยงออกจากระยะประชิดของคีย์แทบจะทันที หัวใจเธอเต้นระรัวราวกับกลองชุดที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ เธอถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงธรณีประตู มือของกวินที่ถือลังผักอยู่สั่นน้อยๆ ไม่แน่ใจว่าเพราะความตกใจหรือเพราะกำลังกลั้นขำจนตัวโยนกันแน่ คีย์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาวางตะหลิวลงบนขอบกระทะอย่างใจเย็น ก่อนจะปรายตาคมกริบไปทางกวินด้วยความเรียบเฉยที่ดูน่าหมั่นไส้ในสายตาคนมอง “มาทำไมไม่เคาะประตู” คีย์ถามเสียงเรียบ สวนทางกับบรรยากาศมาคุที่เขาสร้างขึ้นมาเอง “คนเขาทำงานกันอยู่ ถ้าไม่ได้จะมาช่วยก็อย่ามาเป็นภาระสายตา” “โอ้โห พ่อคุณเอ๊ย!” กวินวางลังผักลงบนโต๊ะเตรียมอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปัง เขาเดินเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม “ช่วยเช็กวัตถุดิบ? เช็กกันถึงขั้นไหนล่ะครับ ถึงต้องเอาหน้าเข้าไปใกล้ชิดจนแทบจะสิงร่างกันแบบเมื่อกี้? แล้วนี่อะไร... กลิ่นแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสูตรพิเศษที่ยัยรินบ่นว่าอยากกินมาสามวัน ทำไมมาอยู่ในหม้อของเชฟมาดนิ่งได้ล่ะครับ?” รินรดาหน้าร้อนผ่าว เธออยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นจากสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท “มันก็แค่สูตรอาหาร! ฉันแค่... ฉันแค่บังเอิญพูดถึง แล้วเขาก็คงอยากลองทำดูเฉยๆ ใช่ไหมคีย์?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนการโยนเผือกร้อนไปให้คนปากแข็ง คีย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสบตารินรดานิ่ง ความเงียบในห้องครัวเย็นเฉียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้ง ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะในลำคอ “ก็ตามนั้น” คีย์ตอบสั้นๆ ก่อนจะหันกลับไปเปิดฝาหม้อ ความร้อนฉ่าที่พุ่งขึ้นมาทำให้ใบหน้าของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย “สูตรนี้มันทำยาก ถ้ารสชาติมันเพี้ยนคนที่จะซวยคือฉัน เพราะฉะนั้นอย่าสำคัญตัวผิดไปเลยรินรดา ผมแค่ไม่อยากให้ร้านเสียชื่อเพราะคำวิจารณ์ปากจัดๆ ของคุณ” รินรดาสะอึก คำพูดที่เหมือนมีดกรีดลงบนอกนั่นทำเอาเธอต้องเม้มปากแน่น ความรู้สึกฟินที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไป เหลือแต่ความหมั่นไส้ที่พุ่งขึ้นมาแทนที่ “โอเค งั้นฉันจะรอชิมนะเชฟ ถ้ามันไม่อร่อยเหมือนที่หวัง... เตรียมใจโดนรีวิวถล่มยับได้เลย” คีย์ไม่ตอบ แต่รินรดาสังเกตเห็นว่ามุมปากของเขากระตุกยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนความสะใจมากกว่าความกังวล เวลาผ่านไปอีกราวสิบนาที กวินที่อาสาเป็นผู้คุมสอบชิมอาหารยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ในขณะที่คีย์ตักแกงกะหรี่สีทองอร่ามลงในจานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของเขามันชวนให้คนมองใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาบรรจงจัดวางผักเคียงอย่างมืออาชีพ ก่อนจะเลื่อนจานไปตรงหน้ารินรดา “ชิมดู” คีย์ออกคำสั่งเสียงเรียบ “แล้วบอกมา ว่าที่ผมทำ... มันคุ้มกับความเสี่ยงไหม” รินรดาหยิบช้อนขึ้นมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอตักแกงเข้าปากช้าๆ รสชาติที่สัมผัสได้คือความนุ่มนวลของเนื้อที่ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย ตามด้วยรสเผ็ดร้อนปนหวานนิดๆ ที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก กลิ่นเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์สะกดให้เธอต้องหลับตาลงรับรสสัมผัสที่แทบจะละลายในปาก มันไม่ใช่แค่ 'สูตรอาหาร' แต่มันคือรสมือที่เธอเคยพูดถึงในคลิปเก่าๆ ของเธอ... ซึ่งเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดไปตอนไหน “เป็นไง?” คีย์ถาม น้ำเสียงนั้นดูจะแฝงความประหม่าที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา รินรดาลืมตาขึ้น สายตาของเธอปะทะกับแววตาดุดันของคีย์ที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะควานหาคำตอบในส่วนลึกของหัวใจ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ก็... พอได้ รสชาติใกล้เคียงกับที่แม่ฉันเคยทำ แต่ยังขาดความกลมกล่อมไปนิด” “ขาดตรงไหน?” คีย์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง จนรินรดาได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่จากกายชายหนุ่ม “บอกมาให้ชัดเจน อย่าให้ต้องเดา” “ตรงที่... ตรงที่คนทำไม่ได้ใส่ 'ใจ' ลงไปน่ะสิ” รินรดาแกล้งยั่วประสาท เธอเงยหน้าสบตาเขาท้าทาย “ถ้าอยากให้สมบูรณ์แบบ เชฟต้องรู้ว่าคนที่กินเขาต้องการอะไร ไม่ใช่แค่อ่านสูตรจากในตำรา” กวินที่ยืนดูอยู่นานกลั้นหัวเราะไม่ไหวจนต้องเดินเลี่ยงออกไปข้างนอก “พวกเธอสองคนจัดการกันเองนะ ฉันไปดูเด็กๆ ในร้านก่อน... อ้อ เชฟครับ อย่าลืมล่ะว่าถ้าทำแล้วต้องรับผิดชอบด้วยนะ” ประโยคกำกวมของกวินทิ้งไว้ให้บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม คีย์โน้มตัวลงมาจนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผิวแก้มทำให้รินรดาขนลุกซู่ “งั้นลองบอกผมสิรินรดา” คีย์กระซิบเสียงแหบพร่า “นอกจากรสชาติอาหารแล้ว... คุณยังขาดอะไรอีกไหมที่อยากให้ผม 'ใส่ใจ'?” มือหนาของเขาเอื้อมมาแตะขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอพยายามจะถอยหนี แต่กลับพบว่าไม่มีทางไปเสียแล้ว “คุณ... คุณถามอะไรของคุณน่ะคีย์” เธอพยายามดัดเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้จะรู้ว่ามันล้มเหลวไม่เป็นท่า คีย์ไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความลุ่มลึกที่อ่านยาก แต่กลับแผดเผาทุกความรู้สึกของเธอให้มอดไหม้ “ผมก็แค่ถาม... เผื่อว่าสิ่งที่ผมกำลังจะให้คุณในอนาคต มันจะทำให้คุณเลิกปากร้ายใส่ผมได้บ้าง” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ ประตูห้องครัวก็เปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเธอกลับจับจ้องมาที่ท่าทีสนิทสนมของทั้งคู่ด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “คีย์คะ... ไม่คิดจะแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ ว่ายัยผู้หญิงปากจัดคนนี้เป็นใคร?” คำถามนั้นทำให้คีย์ชะงัก ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากรินรดา ทิ้งให้เธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับความสับสนที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ รอยยิ้มเยือกเย็นของหญิงสาวปริศนาทำให้รินรดารู้สึกได้ทันทีว่า... เรื่องราวความรักกึ่งสงครามประสาทของเธอกำลังจะยกระดับความรุนแรงขึ้นไปอีกขั้น เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%