เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 17

คนขี้หึงที่ซ่อนไม่มิด

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"บอกแล้วไงคะว่ารินไม่ได้กินเส้นกับคนประเภทที่ชอบเอาความรวยมาแปะหน้าผาก... แต่ถ้าเป็นชาบูกลุ่มนี้ รินสู้ตายค่ะ!" เสียงหัวเราะใสกระจ่างของรินรดาดังแข่งกับเสียงฉู่ฉ่าของเนื้อวัวเกรดพรีเมียมบนกระทะร้อน ท่ามกลางไฟสตูดิโอในกองถ่ายรายการอาหารที่เพิ่งเบรกกอง บรรยากาศรอบตัวเธอเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ร่างบางในชุดเอี๊ยมยีนส์ทับเสื้อยืดสีขาวดูทะมัดทะแมง กำลังยืนหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับกวิน—โปรดิวเซอร์หนุ่มรูปหล่อพราวเสน่ห์ที่จงใจยื่นแก้วน้ำชาเขียวเย็นเฉียบมาแนบแก้มเนียนของเธออย่างสนิทสนม "แหม คุณโปรดิวเซอร์คะ อ่อยออกนอกหน้าแบบนี้ ระวังโดนแฟนคลับดิฉันรุมทึ้งนะคะ" รินรดาแสร้งทำตาโตเอ็ดเพื่อนสนิท แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี "แฟนคลับเธอจะมาทึ้งฉันทำไม ในเมื่อฉันหล่อและโสดสนิท แถมยังรู้ใจเธอทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้" กวินหัวเราะรơiรื่น จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบใกล้ใบหูขาวสะอาดของเธอเพื่อแกล้งหยอกล้อตามประสาเพื่อนซี้ที่รู้ทันกัน ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งวูบลงติดลบอย่างไร้สาเหตุ เงาสูงโปรดของใครบางคนทาบทับลงมาบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศรอบกองถ่ายที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง ทีมงานต่างพากันถอยกรูดด้วยความเกรงกลัว เมื่อเห็นร่างในชุดเชฟสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังรินรดา รัศมีคุกคามรอบตัวแผ่ซ่านจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังมือของกวินที่ยังคงถือแก้วน้ำค้างอยู่ใกล้แก้มของรินรดาเกินความจำเป็น คีย์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรสักคำ แต่แรงกดดันจากสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน และรังสีอำมหิตที่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ ก็มากพอที่จะทำให้กวินต้องค่อยๆ ชักมือกลับอย่างเสียไม่ได้ "อ้าว... เชฟคีย์? ลมอะไรหอบมาถึงกองถ่ายเราได้คะเนี่ย หรือว่าคิดถึงฝีปากดิฉันจนทนไม่ไหว ต้องตามมาฟังถึงที่นี่?" รินรดาหันขวับกลับมาเจอเข้ากับร่างสูงพอดี เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ถนัด พยายามกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผล คีย์ไม่ตอบ ดวงตาคมกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองหน้ากวินด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงยิ่งกว่าเก่า "งานที่ร้านไม่มีทำหรือไง ถึงได้ว่างมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ต่ำทุบ และเย็นเยียบจนคนฟังต้องเสียวสันหลังวาบ "อุ๊ย ตายจริง!" รินรดาแสร้งยกมือทาบอก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความสนุกสนานเมื่อจับสังเกตอาการบางอย่างได้ "นี่เชฟอุตส่าห์ปิดครัวขับรถข้ามเมืองมาหาดิฉันถึงกองถ่ายเลยเหรอคะเนี่ย โอโห... ซึ้งใจจังค่ะ นึกว่าห่วงเรตติ้งรายการ ที่ไหนได้... กลัวคิดถึงดิฉันจนนอนไม่หลับนี่เอง" "หลงตัวเอง" คีย์พ่นลมหายใจทางจมูกอย่างหงุดหงิด ใบหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท "ฉันมาตรวจวัตถุดิบสำหรับเทปหน้า ไม่ได้ว่างมาเดินเล่นไร้สาระเหมือนเธอสองคน" "อ๋อ... มาตรวจวัตถุดิบ?" กวินแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ โปรดิวเซอร์หนุ่มหรี่ตามองเชฟชื่อดังอย่างรู้ทัน "แต่ดูจากทิศทางที่คุณเดินมาเมื่อกี้ มันไม่ได้ไปทางห้องเก็บของเลยนะครับเชฟ ออกจะมาทางโต๊ะของรินรดาตรงๆ เลยเสียด้วยซ้ำ หรือว่า... วัตถุดิบที่คุณตามหาอยู่ตรงนี้พอดี?" คำพูดทีเล่นทีจริงของกวินทำให้คีย์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่เสือยิ้มยากอย่างเขามีหรือจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของรินรดาก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว แรงกระชากเบาๆ แต่เด็ดขาดทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายความร้อนจากเตาครัวลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ "ปล่อยนะ! ทำบ้าอะไรเนี่ยเชฟ!" รินรดาโวยวาย หน้าแดงซ่านด้วยความตกใจและอับอายต่อหน้าทีมงานนับสิบชีวิต เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คีย์กลับรวบข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "กลับบ้าน" คีย์เอ่ยสั้นๆ เสียงห้วนจัด ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "งานวันนี้พอแค่นี้" "เดี๋ยวนะคะ! รายการยังถ่ายไม่เสร็จ รินยังมีคิวสัมภาษณ์ช่วงบ่ายอีก แล้วเชฟมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ริน..." "มีสิทธิ์ในฐานะที่เธอเป็นคนของฉัน" พรึบ! ทั้งกองถ่ายตกอยู่ในความเงียบงัดชั่วขณะ คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเชฟหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากแข็งและเย็นชา ทำให้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง กวินเลิกคิ้วสูงด้วยความทึ่ง ส่วนรินรดาก็ถึงกับใบหน้าชาหนา ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลไม่ทันกับคำประกาศิตที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในช่องท้อง—นี่เขา... หึงเธอกับกวินจนสติหลุดถึงขนาดนี้เลยหรือ? "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา..." รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการย้อนกลับอย่างถือดี "แต่พอเห็นคนอื่นเขามาทำดีกับรินหน่อย ทำไมเชฟต้องทำหน้าเหมือนคนกินพริกขี้หนูร้อยเม็ดขนาดนั้นด้วยล่ะคะ หรือว่า... หึง?" คีย์ชะงักกึก สันกรามขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง เขาก้มมองหญิงสาวที่ยังคงยืนดื้อตาใสอยู่ในอ้อมแขน ความรู้สึกหวงแหนที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้เมื่อครู่ ทำให้เขาเผลอทำเรื่องบ้าๆ ลงไปเสียแล้ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่ม ไดอะล็อกที่เอื้อiนเอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความดุดันและสั่นระริกในเวลาเดียวกัน "ถ้าฉันบอกว่าใช่... เธอจะเลิกทำตัวน่าหมั่นไส้แล้วยอมกลับไปกับฉันดีๆ ได้หรือยัง รินรดา" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากตอบคำถามที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นจากทางประตูสตูดิโอ "เชฟคีย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ร้าน! มีนักข่าวสำนักใหญ่บุกไปที่ร้านแล้วถามหาเรื่องที่คุณปะทะคารมกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเมื่อวาน ตอนนี้สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่แล้วครับ!" คีย์หันขวับไปมองผู้จัดการร้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าในวินาทีที่เขากลับหันมามองรินรดาอีกครั้ง—มือหนาที่เคยจับข้อมือเธอไว้ก็ถูกปล่อยหลุดลงทันที พร้อมกับโทรศัพท์ในมือถือของคีย์ที่สั่นรัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจาก... บุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ ---
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%