เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 11

สายลมที่เปลี่ยนทิศ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ภาพของเชฟหนุ่มมาดนิ่งผู้เย่อหยิ่ง ที่กำลังโน้มตัวเข้าหาเพื่อนรักของเธอในระยะประชิดชนิดริมฝีปากแทบจะแตะกัน ทำเอากวินโปรดิวเซอร์หนุ่มจอมวางแผนถึงกับยืนแข็งทื่อเป็นหิน สติหลุดลอยไปชั่วขณะ "เฮ้ย! พวกนายกำลังทำบ้าอะไรกันวะ!" เสียงตะโกนแหวกอากาศของกวินดังลั่นสวนสนหลังกองถ่าย ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลงทันที รินรดาที่ยืนช็อกอยู่ข้างๆ สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบผลักอกแกร่งของคีย์ออกห่างอย่างแรงจนเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองระคนกระดากอาย ดวงตากลมโตถลึงมองคนตัวสูงที่ยังคงยืนนิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คีย์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน แม้แววตาคู่คมจะฉายแววเสียดายจังหวะเมื่อครู่ไม่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงความเรียบเฉยตามสไตล์เชฟมือฉมัง แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ "ตาฝาดไปหรือเปล่าโปรดิวเซอร์กวิน เมื่อกี้แค่ฝุ่นเข้าตาคุณรินรดา ฉันแค่จะดูให้... แค่นั้น" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่หางเสียงติดจะกวนประสาทเล็กน้อย "ฝุ่นบ้านนายสิท่า! ใกล้ขนาดนั้นจะเอาตาไปเขี่ยหรือเอาปากไปประกบกันแน่ยะ!" รินรดารีบสวนกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นพัดโบกให้ลมโกรก เพื่อซ่อนพิรุธที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปหลายร้อยริบต่อนาที กวินหรี่ตามองเพื่อนสนิทสลับกับเชฟปากร้ายอย่างจับผิด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วสะบัดมือไล่ "ช่างเถอะๆ เลิกสวีท เอ้ย! เลิกเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้ากันได้แล้ว ทีมงานตั้งเต็นท์เสร็จหมดแล้วนะ วันนี้เราต้องนอนค้างกลางป่าลึกเพื่อเตรียมถ่ายทำฉากทำอาหารรับรุ่งอรุณพรุ่งนี้ แยกย้ายไปจัดกระเป๋าได้แล้ว!" การออกกองนอกสถานที่ในป่าดิบชื้นแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสำหรับคนรักความสบายอย่างรินรดา ยิ่งบรรยากาศยามเย็นเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด เสียงแมลงกลางคืนและลมหนาวที่พัดโชยเข้ามา ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงขึ้นเป็นกอง และที่สำคัญที่สุด... ปัญหาใหญ่หลวงกว่าความหนาวเย็น ก็คือผังการนอนที่กวินเจ้ากรรมเป็นคนจัดแจง "ทำไมเต็นท์ฉันกับยัยรินต้องอยู่ติดกันขนาดนี้ด้วยวะ!" คีย์ขมวดคิ้วมุ่น มองเต็นท์ผ้าใบลายพรางสองหลังที่กางชิดติดกันสนิท ชนิดที่เรียกว่าถ้าหายใจแรงนิดเดียว อีกฝ่ายก็คงได้ยินเสียงหัวใจเต้น "เต็นท์มันเหลือแค่นี้ สภาพภูมิประเทศมันบังคับ นายจะเรื่องมากทำไมเชฟคีย์ หรือว่ากลัว... กลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจนต้องมุดเต็นท์ข้างๆ ไปหาเขากลางดึก?" กวินเลิกคิ้วกวนประสาท พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะรีบเดินหนีเข้าเต็นท์ของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางแสงไฟฉายสลัว รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ เธอหันไปมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้ขยับเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปรดบังแสงจากหลอดไฟจนเกิดเงาทาบทับลงมาบนร่างเธอ กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายธรรมชาติจากตัวเขาโชยปะทะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่แคบๆ ตรงนี้ดูคับแคบลงไปถตาเห็น "มองอะไรเล่า จะเข้าเต็นท์ก็รีบเข้าสิยะ" รินรดาเอเสียงเข้ม กลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "กลัวเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ากังวานชัดในความเงียบ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "อยู่ในป่ามืดๆ แบบนี้ ถ้าเกิดมีอะไรน่ากลัวขึ้นมาจริงๆ จะมีปัญญาหยิบกระทะมาฟาดหัวมันทันหรือเปล่าแม่นักรีวิวปากจัด" "ถึงไม่มีกระทะ ฉันก็มีฝีปากนี่แหละที่จะไล่ความน่ากลัวออกไปได้... โดยเฉพาะความน่ากลัวประเภทที่ชอบเดินวนเวียนอยู่ใกล้เต็นท์ฉันเนี่ยแหละ!" คีย์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังเต็นท์ด้านนอกอย่างไร้ทางหนี "ปากดีแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะนะรินรดา" คีย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเอาแต่ใจที่ทำเอาขนลุกเกรียว "คืนนี้ลมมันเปลี่ยนทิศ... อะไรๆ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวหายเข้าไปในเต็นท์ของตัวเอง ปล่อยให้รินรดายืนใจเต้นแรงอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืนที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น หญิงสาวกัดฟันกรวด ทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะนอนในเต็นท์อย่างหงุดหงิด พยายามข่มตาหลับเพื่อหนีความฟุ้งซ่าน แต่ผ่านไปนานเท่าไหร่ความง่วงก็ไม่มาเยือน มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากเต็นท์ข้างๆ ที่ดังลอดผ่านเนื้อผ้าใบเข้ามา ราวกับคอยย้ำเตือนว่าเขานอนอยู่ห่างจากเธอแค่เอื้อม ผ่านไปร่วมชั่วโมง จู่ๆ เสียงกิ่งไม้หักดัง "กรอบแกรบ" เบาๆ จากด้านนอก ตามมาด้วยเงาดำปริศนาที่ทาบทับลงบนผ้าใบเต็นท์ของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือก ผุดลุกขึ้นนั่งอัตโนมัติด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงานั้นเริ่มขยับเข้ามาใกล้ซิปประตูเต็นท์มากขึ้นเรื่อยๆ! ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากกรีดร้อง ซิปเต็นท์ก็ถูกรูดเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่พุ่งพรวดเข้ามาในพื้นที่แคบๆ ของเธอ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาปิดปากเธอไว้แน่นด้วยความเร็วแสง! "ช Sshh... เงียบ อย่าส่งเสียง..." เสียงกระซิบพร่าคุ้นหูดังชิดริมฝีปาก พร้อมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ทำให้รู้ทันทีว่าเป็นใคร ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อคีย์ขยับตัวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังเธอชนกับมุมเต็นท์ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์ป่าตัวใหญ่ก็เดินผ่านเต็นท์ของพวกเขาไปอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับที่เชฟหนุ่มจอมกวนค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่แก้มเนียนอย่างจัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ระทึกใจจนแทบหยุดหายใจ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%