“พอดีฉันลืมของไว้... และดูเหมือนว่าเชฟคีย์กับคุณนักรีวิวคนเก่ง คงจะมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวเลยสินะคะ”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เคลือบไว้ด้วยความเยาะเย้ยเจือความสะใจดังขึ้นในระยะประชิด รินรดาถึงกับต้องดึงสายตากลับจากการเผชิญหน้ากับดวงตาดุคมของเชฟหนุ่ม ร่างบางขยับตัวถอยหลังออกจากวงแขนแกร่งที่เผลอกลักกุมพื้นที่ส่วนตัวของเธอไว้โดยไม่รู้ตัวทันที ปลายจมูกของเธอยังคงได้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายความร้อนจากเตาครัวของเขา จังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปต่างหาก
ผู้ที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะคือ "มินตรา" พิธีกรสาวชื่อดังจากรายการคู่แข่ง ที่วันนี้ตั้งใจมาสร้างกระแสด้วยการเดินเข้ามาเยี่ยมเยียนหลังร้าน รอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าฉาบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงไม่ได้ปิดบังความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คมเลยแม้แต่น้อย
รินรดาเชิดคางขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว เธอยกมือขึ้นปัดเศษแป้งจางๆ ที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดชนิดที่เรียกว่าพร้อมฆ่าคนให้ตายได้ด้วยสายตาคืนกลับไป
“ขอบคุณที่เป็นห่วงเรื่องของเรานะคะคุณมินตรา แต่ดูเหมือนว่าเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับเชฟคีย์ จะไม่ใช่เรื่องที่คนนอก... หรือคนที่ชอบแอบฟังคนอื่นคุยกัน จะต้องมาใส่ใจเป็นพิเศษหรอกนะคะ” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู รอยยิ้มของมินตรากระตุกไปเล็กน้อยเมื่อโดนสวนกลับทันควัน
แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงไปหลายองศาก็ดังแทรกขึ้นมา
“ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญข้างนอกครับ”
คีย์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบกวาดมองมินตราด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่คิดจะปิดบัง ร่างสูงก้าวเข้ามาบังรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ถึงเขาจะปากร้ายกับยัยตัวแสบตรงหน้าแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำคนของเขา... เอ่อ หมายถึงคนปากเก่งคนนี้ต่อหน้าต่อตาเด็ดขาด
มินตราหน้าเสียไปชั่วขณะ หล่อนหัวเราะกลบเกลื่อนความ
“แหม เชฟคีย์นี่ใจร้ายกับผู้หญิงจังเลยนะคะ ระวังเถอะค่ะ... ปากเสียใส่เขามากๆ เข้า ระวังจะโดนคาบไปกินไม่รู้ตัว” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ปรายตามองรินรดาด้วยสายตาเหยียดหยามครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดก้นเดินกลับออกไปทางประตูหลังร้านอย่างเสียไม่ได้
ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องครัวกว้างอีกครั้ง กลิ่นอายของความตึงเครียดจางหายไป เหลือเพียงความอึดอัดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นแทนที่ รินรดากอดอกมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยังยืนหันหลังให้อยู่ เธอขยับริมฝีปากเตรียมจะพ่นคำพูดประชดประชันออกไปตามนิสัย เพื่อทำลายบรรยากาศชวนหายใจไม่ออกนี้
“เลิกทำตัวเป็นแม่พระจำเป็นสักทีเถอะค่ะ ฉันดูแลตัวเอง...”
“เงียบก่อน”
คำพูดของรินรดาถูกตัดฉับลงด้วยเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี คีย์ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทเหมือนทุกที สีหน้าของเชฟหนุ่มนิ่งสนิทจนน่ากลัว แต่ลึกซึ้งเกินกว่าที่นักรีวิวสาวจะคาดเดาได้
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ “นี่คุณ...”
“คุณเก่งมาก”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงอ้าค้างเติ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะราวกับโลกหยุดหมุน หูของเธอดوกเหมือนจะได้ยินเสียงก้องสะท้อนของประโยคสั้นๆ นั้นซ้ำไปซ้ำมา
*“คุณเก่งมาก”*
เชฟคีย์... คนที่วิจารณ์งานเธอเสียๆ หายๆ คนที่ชอบทำหน้าหยิ่งยโสใส่เธอทุกครั้งที่เจอหน้า คนปากร้ายที่ไม่มีวันหลุดคำชมออกจากปากง่ายๆ กำลังเอ่ยชมเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาตั้งแต่รู้จักกัน!
“คุณ... ว่าอะไรนะคะ?” รินรดาเผลอหลุดถามออกมาด้วยความตกใจ สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า
คีย์ถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาสีเข้มหลุบลงมองต่ำไปยังจานอาหารทดลองบนเคาน์เตอร์ที่เธอเพิ่งช่วยปรับรสชาติให้เมื่อครู่ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง “ผมบอกว่า... คุณเก่งมาก รินรดา”
นี่ไม่ใช่ภาพหลอน และเธอไม่ได้หูฝาดอย่างแน่นอน!
หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระหน่ำรัวราوกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน แก้มเนียนใสร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ รินรดารู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเพื่อเช็กอุณหภูมิ นี่เธอกำลังเขินเหรอ? บ้าไปแล้ว! คนอย่างรินรดาเนี่ยนะจะเขินคำชมจากผู้ชายปากเสียอย่างเขา!
“อย่ามาทำเป็นพูดจาแปลกๆ นะคะคุณคีย์ สมองกระทบกระเทือนจากการทำอาหารนานเกินไปหรือไง ถึงได้มาหยอดคำหวานเลี่ยนๆ แบบนี้ใส่ฉัน” รินรดาแสร้งทำเป็นไขว้ห้าวกบเกลื่อนความประหม่าที่พุ่งพล่าน เชิดหน้าขึ้นสูงพยายามรักษาฟอร์มเอาไว้เต็มที่ แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม
คีย์แค่นหัวנסเบาๆ ในลำคอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่มันกลับทรงพลังทำลายล้างความมั่นใจของเธอจนย่อยยับ
“ผมพูดความจริง” เขาขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ “คุณอาจจะปากจัด ขี้โวยวาย และชอบหาเรื่องผมไม่เว้นแต่ละวัน... แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิ้นของคุณมันเฉียบคม และสัญชาตญาณของคุณในจานอาหารเมื่อกี้ มันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ”
คำชมที่ยาวเหยียดและจริงใจจนเกินคาด ทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนนิ่งค้าง สบตากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าแปลความหมาย มันลึกซึ้ง อบอุ่น และอันตรายต่อหัวใจของเธอเหลือเกิน
“เชฟ...” เสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศที่มีอยู่เต็มร้อยเมื่อครู่หดหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
“เลิกเรียกผมว่าเชฟเวลาที่เราอยู่กันสองคนสักทีได้ไหมครับ” คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาราวกับจะสะกดจิต “เรียกชื่อผม... ริน”
รินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ เธอจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดคำนั้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นตีรวนอยู่ในอกจนสมองขาวโพลน มือบางที่กำเข้าหากันแน่นสั่นน้อยๆ
ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลุดจากการควบคุมและเผลอพยักหน้ารับคำขอนั้น ประตูหลังร้านก็ถูกผลักเปิดผางเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหวกของโปรดิวเซอร์ตัวแสบที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“ไอ้คีย์! ยัยริน! พวกเธอสองคนหายหัวไปไหนกันวะเนี่ย! รู้ไหมว่าทีมงานเขารอ...”
กวินชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างสูงโปร่งอ้าปากค้าง ดวงตาสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เมื่อเห็นเชฟหนุ่มมาดนิ่งผู้เย่อหยิ่ง กำลังยืนโน้มตัวเข้าใกล้เพื่อนรักของเขาในระยะประชิดชนิดที่ริมฝีปากแทบจะแตะกันอยู่รอมร่อ!
เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 10
คำชมที่หาได้ยากยิ่ง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!