เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 13

รุกหนักจนคนปากจัดไปไม่เป็น

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณยังยืนจ้องหน้าฉันด้วยสายตาเหมือนอยากจะจับฉันโยนลงหม้อซุปเหมือนเมื่อวานอีกสักครั้ง... ฉันจะเขียนรีวิวให้ร้านคุณเจ๊งภายในสามวันเจ็ดวันแน่ เชฟคีย์" รินรดากระแทกแฟ้มเมนูอาหารลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอไม่ได้ถอยร่นแม้แต่นصفก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มเจ้าของมิชลินสตาร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด คลื่นกลิ่นอายความเย็นชาที่เจ้าตัวแผ่ออกมาเป็นประจำถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดแปลกประหลาด คีย์ไม่โต้ตอบด้วยวาจาเผ็ดร้อนเหมือนทุกที นัยน์ตาสีเข้มคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายดั่งรูปสลักทอดมองหญิงสาวตรงหน้า นิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นโปรดที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามันมีค่ามากกว่าที่ประเมินไว้บนป้าย "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความระอาเล็กน้อย แต่ริมฝีปากหยักกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "แต่แปลกแฮะ... วันนี้ต่อให้คุณบ่นจนน้ำลายเหนียวคอ ผมก็ไม่ยักกะอยากไล่คุณกลับเหมือนเก่าแล้วสิ" รินรดาชะงัก เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอคุ้นชินกับการปะทะคารม การถูกเขาจิกกัดด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน หรือการไล่ตะเพิดเธอออกจากครัวอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา แต่วันนี้... สายตาที่เขากำลังใช้มองเธอมันไม่ใช่สายตานักรบที่เตรียมชักดาบเข้าฟาดฟัน แต่มันคือสายตาของสัตว์นักล่าที่กำลังพึงพอใจกับการต้อนเหยื่อเข้ามุม "คุณ... กินอะไรผิดสำรับมาหรือเปล่าเชฟ?" รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุจากตัวเขา "หรือว่าพิษไข้จากความเครียดเรื่องร้านมันขึ้นสมอง จนระบบประสาทการรับรู้ของคุณรวนไปหมดแล้ว" "เปล่า..." คีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ปลายรองเท้าหนังขัดเงาของเขาแทบจะแตะกับปลายรองเท้าผ้าใบของเธอ พื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตาจนกลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายเครื่องเทศเฉพาะตัวของเชฟหนุ่มโอบล้อมร่างเธอไว้ทั้งหมด "ผมแค่เพิ่งรู้ตัวว่า... เสียงบ่นของคุณมันฟังดูรื่นหูกว่าเสียงเพลงแจ๊สในร้านผมเสียอีก" *เพล้ง!* ราวกับมีแก้วใสใบเล็กๆ แตกกระจายอยู่ในอกของรินรดา หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวจนแทบกระกระสนหลุดออกมานอกอก เธออ้าปากค้าง สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอได้อย่างรวดเร็วราวดาวน์โหลดด้วยความเร็วไฟเบอร์อوبتิก กลับว่างเปล่าสนิท นี่คือมุกจีบเหรอ? ไม่สิ... นี่มันมุกบ้าอะไรของเชฟปากร้ายเจ้าของฉายาน้ำแข็งขั้วโลกคนนี้กัน! "คุณ... คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย!" รินรดาแสร้งทำเป็นตวัดเสียงสูงกลบเกลื่อนความปั่นป่วนวุ่นวายในช่องท้อง สองแก้มเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ไปกินผิดซอสตัวไหนมา ไปล้างปากแล้วเรียกสติกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าฟัง เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนของหญิงสาว แต่รินรดาไวตัวกว่า เธอปัดมือเขาทิ้งทันทีราวกับโดนของร้อน "อย่ามาแตะตัวฉันนะ!" "ผมแค่จะช่วยจัดทรงให้... คุณต่างหากที่คิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว" คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "หรือว่า... คำพูดของผมมันไปสะกิดต่อมความรู้สึกอะไรบางอย่างของคุณเข้าให้แล้ว ยัยปากจัด?" "ใครคิด! ใครจะไปคิดอะไรปัญญาอ่อนแบบนั้นกับคุณกัน!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู เธอรีบหันหลังขวับเพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ทว่า... ร่างสูงกลับก้าวมาขวางหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็วราวกับรู้ทัน สองมือหนายันขอบเคาน์เตอร์ครัวด้านหลังของเธอไว้ กลายเป็นการกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมของเธอจนขนลุกซู่ "ถ้าไม่ได้คิด... แล้วทำไมหน้าต้องแดงขนาดนั้นด้วยล่ะ หืม?" กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแพรพราวที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ รินรดากำมือแน่น พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้เธอกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเกมนี้ เธอยืดตัวขึ้น สบตากับนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุก็ตาม "ก็เพราะอากาศในครัวมันร้อนยังไงล่ะเชฟ!" เธอสวนกลับเสียงแข็ง เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยที่ปิดไม่มิด "เลิกเล่นเกมประสาทกินแบบนี้สักทีเถอะ ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานรีวิว ไม่ได้มาฟังคุณหยอดมุกเสี่ยวๆ ที่ไม่เข้ากับเบ้าหน้าเลยสักนิด!" คีย์หรี่ตาลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อย แทนที่ด้วยประกายความลึกซึ้งที่ชวนให้ใจสั่นไหว เขาจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ปากเก่ง..." เขาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาดื้อๆ "แต่ถ้าผมอยากฟังคุณพูดจาหวานๆ ใส่ผมบ้าง... ผมต้องทำยังไง ยัยตัวแสบ?" รินรดาอ้าปากค้างเป็นรอบที่สอง สมองหยุดทำงานสนิท เคมีแปลกประหลาดระหว่างความซึนปากร้ายกับความปากเก่งไม่ยอมใครกำลังหลอมรวมบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุขึ้นจนแทบละลาย ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี... *แอ๊ด...* เสียงประตูห้องครัวด้านหลังถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของกวินที่ดังแทรกเข้ามากลางบรรยากาศสีชมพูระอุ "ริน! เชฟคีย์! ผมเอากล้องเซ็ตใหม่มาแล้ว... เฮ้ย! พวกคุณสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของเชฟคีย์และยัยปากเก่งรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%