เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 25

ระยะห่างที่ว่างเปล่า

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ความจริงมักน่ารังเกียจแบบนี้นี่เองค่ะ เมื่อวานนี้ ทุกสิ่งที่คีย์เชื่อมั่นมาตลอดชีวิต—ทั้งปมในใจ ความระแวง และทิฐิอันสูงส่งที่ใช้ปกป้องตัวเองจากโลกใบนี้—พังครืนลงมาในพริบตาเดียวราวกับปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด ภายในห้องครัวของร้านอาหารที่เคยครึกครื้นไปด้วยเสียงตะหลิวกระทบกระทะและเสียงถกเถียงอันเผ็ดร้อน วันนี้กลับเงียบสนิท ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจแผ่วเบาและความเคลื่อนไหวของเข็มนาฬิกา รินรดายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์สแตนเลสขัดมัน มือเรียวบางกำลังจัดเรียงจานเซรามิกสีขาวสะอาดด้วยความเงียบเชียบ ผิดวิสัยนักรีวิวสาวปากจัดผู้ไม่เคยปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวต้องตายด้าน ฝีปากที่มักจะหาเรื่องมากัดจิกเขาได้ทุกวินาที ถูกปิดสนิทด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็น "ความว่างเปล่า" ที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด คีย์ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของเคาน์เตอร์ ร่างสูงโปรดิวเซอร์ความนิ่งขรึมในชุดเชฟสีดำสนิทมองเธอนิ่ง สายตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความรู้สึกระumuอวลและคำพูดนับร้อยที่อยากจะเอ่ยออกไป แต่ติดอยู่ที่ริมฝีปากหยักหนาที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ปกติแล้ว เขากับเธอคงจะเปิดฉากปะทะคารมกันด้วยเรื่องวัตถุดิบห่วยๆ หรือการจัดจานที่ไม่เข้าตาตั้งแต่สิบวินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในครัวแล้ว แต่วันนี้... ไม่มีเสียงนั้น ไม่มีรอยยิ้มเยาะกวนประสาท ไม่มีแม้กระทั่งหางตาที่ส่งมาจิกกัด ความเงียบกำลังบดขยี้ประสาทสัมผัสของทั้งคู่ให้แหลกละเอียด รินรดากลืนน้ำฝาดลงคออย่างยากลำบาก เธอยังจำแววตาของคีย์เมื่อคืนนี้ได้ดี แววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตระหนกยามที่ความจริงปรากฏตรงหน้า ความจริงที่ว่าเขาเข้าใจเธอผิดมาตลอด และเขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายผลักไสเซฟโซนที่ดีที่สุดในชีวิตออกไปอย่างไร้เยื่อใย "ถ้าไม่มีอะไรจะสั่งให้ทำ ฉันขอตัวไปตรวจสต็อกวัตถุดิบด้านนอกนะคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ขันหรือความยียวนกวนประสาทเช่นเคย คีย์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบราวกับมีใครเอามือมาบีบ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวเพื่อค้นหาเงาของรินรดาคนเดิม คนที่พร้อมจะเถียงคอเป็นเอ็น คนที่ทำให้หัวใจด้านชาของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียง "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับมันเป็นคำที่ออกเสียงยากที่สุดในโลก รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะหันหลังเดินหนี เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมสบตากับเขาตรงๆ ปล่อยให้ปอยผมสีน้ำตาลเข้มตกลงมาเคลียข้างแก้มเนียน "มีอะไรจะสั่งงานเพิ่มเหรอคะ เชฟคีย์" เธอย้ำสรรพนามห่างเหินและเป็นทางการจนน่าใจหาย "หยุดเรียกฉันแบบนั้นสักทีเถอะ" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความอดทนที่พยายามสะสมมาตลอดทั้งคืนเริ่มร้าวราน "เธอโกรธฉันมากใช่ไหม อยากด่า อยากประชดอะไรก็ทำสิ ริน! อย่าเงียบใส่แบบนี้..." รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง เธ่อยอมหันกลับมาสบตากับเขา แววตาดุดันและท้าทายที่เขาคุ้นเคยกลับมาทอประกายวับวับ แต่มันเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด "โกรธเหรอคะ? คุณคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ เชฟคีย์" เธอยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ส่งไม่ถึงดวงตา "ฉันแค่... ขี้เกียจจะเปลืองน้ำลายกับคนอีโก้สูงที่เอาแต่ตัดสินคนอื่นโดยไม่เคยฟังความจริงต่างหากล่ะคะ" คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง คีย์นิ่งงัดไปชั่วขณะ หมัดหนาที่กำไว้ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ เขารู้ตัวดีว่าเขาสสมความผิดพลาดไว้มากแค่ไหน และความปากร้ายของเขาเองที่เป็นก้อนหินทุบทำลายสะพานเชื่อมใจระหว่างเขากับเธอ "ฉันรู้ว่าฉันมันปากหมา..." คีย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย "รู้ว่าทำเลวRสintกับเธอไว้เยอะ แต่เรื่องเมื่อคืน... มันทำให้ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดมันโคตรโง่เลย ริน" รินรดานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่อีโก้จัดที่สุดในสามโลก แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกขุ่นเคืองในใจเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย "แล้วไงคะ? สำนึกผิดตอนนี้มันมีประโยชน์อะไรขึ้นมาเหรอ? อาหารที่ปรุงพลาดไปแล้ว ต่อให้ขอโทษร้อยครั้ง รสชาติมันก็ไม่ได้กลับมาอร่อยเหมือนเดิมหรอกนะคะ" เธอก้าวถอยหลังออกห่าง เว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้กว้างขึ้น เพื่อความปลอดภัยของหัวใจตัวเอง คีย์ก้าวตามหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันพื้นที่จนรินรดาเกือบจะจนมุมชิดผนังห้องครัว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้ แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศ ปลายนิ้วสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า เหมือนกับความสัมพันธ์ของพวกเขานับจากวินาทีนี้ "ถ้าฉันบอกว่าจะยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้เธอกลับมาด่าฉันเหมือนเดิม... เธอก็จะไม่ยอมฟังเลยใช่ไหม" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย เป็นมุมที่เปราะบางที่สุดที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวเชฟหนุ่มผู้หยิ่งทะนง บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด ความเงียบที่เคยน่ากลัว กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมครามที่ดังแข่งกันเองในอก รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของคีย์ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธที่เด็ดขาดที่สุดเพื่อตัดปัญหา ทว่า... *แอ๊ดดด—!* เสียงผลักประตูห้องครัวด้านหลังเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงของกวินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน มือถือในมือสั่นระริก "ริน! คีย์! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำเมื่อวานที่ห้องอาหารหลุดออกไปในโลกออนไลน์แล้ว!" กวินหยุดยืนหายใจหอบโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองที่ยืนสบตากันใกล้ชิดด้วยสายตาตื่นตระหนกสุดขีด "ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังขุดคุ้ยความสัมพันธ์ของพวกนายสองคน... และคอมเมนต์แรกบอกว่า พวกนายแอบคบกันลับๆ หลังฉาก!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%