เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 26

รอยร้าวที่รอการเยียวยา

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวจนแทบจะกระโดดหนี ข้อความแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก คอมเมนต์นับพันพากันขุดคุ้ย รื้อฟื้น และตีความภาพถ่ายหลุดเบื้องหลังกองถ่ายรายการอาหารเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพที่เธอกับคีย์ยืนประจันหน้ากันในห้องแต่งตัวถูกนำมาขยายส่วนจนเห็นแม้กระทั่งเงาสะท้อนในกระจก พร้อมกับหัวข้อข่าวพาดหัวตัวเบ้อิ๊งที่ว่า *“เชฟหนุ่มปากร้ายกับเน็ตไอดอลปากจัด ซุ่มคบกันลับๆ หลังฉากจริงหรือ?”* รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่าย ปัญหาเก่าไม่ทันจาง ปัญหาใหม่ก็โถมเข้ามาซัดซะจนเธอตั้งตัวไม่ติด สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดไม่ใช่ข่าวโคมลอยพวกนั้น แต่เป็นความจริงที่ว่า... คนที่สร้างเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือตัวเชฟหนุ่มจอมหยิ่งคนนั้นไม่ใช่หรือไง "ให้ตายสิ กวิน นายไปทำอีท่าไหนถึงปล่อยให้รูปนี้หลุดออกไปได้เนี่ย" รินรดาสบถเบาๆ กับตัวเอง ขณะกำลังจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทผู้เป็นโปรดิวเซอร์จอมเจ้าเล่ห์ เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันแบบไม่มีมารยาท ยังไม่ทันที่เธอจะอนุญาต บานประตูก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาของใครบางคน คีย์ยืนอยู่ตรงนั้น สภาพของเชฟหนุ่มมือหนึ่งผู้รักความสมบูรณ์แบบดูยับเยินกว่าทุกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนกไทถูกดึงออกจนหลวมโครก เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้มือเสยซ้ำๆ ด้วยความเครียด ดวงตาคมก్రిบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลานั้นแดงก่ำเล็กน้อย และที่สำคัญที่สุดคือแววตาคู่นั้น... มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความเจ็บปวด และความรุ่มร้อนที่อัดแน่นจนแทบระเบิด รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นอัตโนมัติเพื่อตั้งกำแพงป้องกันตัวเองทันที ปากบางเฉียบเตรียมพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ทันทีที่เขาอ้าปาก "คุณมีธุระอะไร ถ้าจะมาเคลียร์เรื่องข่าวไร้สาระพวกนั้น ฉันบอกเลยว่าฉันไม่ว่าง..." "ผมรู้ความจริงหมดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านริมฝีปากของชายหนุ่มหยุดคำพูดทุกอย่างของเธอไว้กลางคัน รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่รisรอยยิ้มเยาะก็ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "รู้ความจริง? เพิ่งตาสว่างหรือไงคะคุณเชฟ นึกว่าอีโก้ของคุณจะบังตาไปจนวันตายซะอีก" เธอกอดอก เชิดคางท้าทายตามสไตล์ "ปากเก่งไม่ยอมใคร" ของตัวเอง "แล้วความจริงที่ว่าเนี่ย มันช้าไปสักหน่อยไหมคะสำหรับคนอย่างฉัน" คีย์ก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง สายตาคมปลาบมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ ผู้ชายปากร้ายที่เคยตอกหน้าเธอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ หยิ่งยโส และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ตอนนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทีที่เหมือนคนกำลังจะขาดใจ "ผมขอโทษ..." คำพูดสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริง ไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งจองหองหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความจริงใจที่ดิบเถื่อนและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เธอกัดริมฝีปากแน่นขึ้น พยายามรักษาความแข็งกร้าวไว้ให้ได้มากที่สุด "คำขอโทษมันไม่ได้มีราคาแพงอะไรหรอกนะคะเชฟคีย์ พูดออกมาใครๆ ก็พูดได้ แต่ความเสียหายที่ฉันต้องเจอจากความปากพล่อยและความระแวงไร้เหตุผลของคุณ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?" "ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง" คีย์พูดแทรกขึ้นมาทันที น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการสื่อสารทุกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างใน "ผมเพิ่งได้ดูคลิปเต็มจากกล้องวงจรปิดวันนั้น... กวินส่งมาให้ผมดูเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ผมเพิ่งรู้ว่าคนที่คุณปกป้องในวันนั้นไม่ใช่ชู้รักอย่างที่ผมเข้าใจผิดมาตลอด แต่เป็นน้องชายแท้ๆ ของคุณที่กำลังหนีปัญหาหนี้สินต่างหาก" ร่างบางของรินรดาสั่นสะท้อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดเพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสีย บัดนี้กลับถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้ชายที่เคยดูถูกเธออย่างเจ็บแสบที่สุด "แล้วคุณก็โง่พอที่จะเชื่อผู้หญิงคนอื่นที่ปล่อยข่าวลือใส่ฉัน โดยไม่เคยคิดจะถามฉันสักคำเดียว" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไป "คุณตัดสินฉันจากอคติงี่เง่าของคุณเอง คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วตอนนี้จู่ๆ ก็เดินเข้ามาทำหน้าสำนึกผิดแล้วบอกว่าจะรับผิดชอบงั้นเหรอ? คิดว่าฉันเป็นอะไรคะ เป็นของเล่นที่คุณอยากจะปาหัวใจใส่ตอนไหนก็ได้ แล้วค่อยเก็บกลับมาตอนที่อยากจะรักหรือไง!" น้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความดุดันและเจ็บปวด ทำให้คีย์รู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอกอย่างแรง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนจุกแน่นที่ลำคอ เขาไม่เคยคิดเลยว่าอารมณ์ชั่ววูบและความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของตัวเอง จะกลายเป็นใบมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของผู้หญิงที่เขาแอบมองและคลั่งรักมาโดยตลอด เชฟหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว รินรดาตกใจจนถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าขอบโต๊ะทั้งสองข้างไว้ ล้อมกรอบเธอให้อยู่ในพื้นที่จำกัดโดยไม่ยอมให้หนีไปไหน "ใช่... ผมมันโง่" คีย์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศจากตัวเขาทำให้สติของรินรดาเตลิดไปชั่วขณะ "ผมมันคนปากเสีย อีโก้จัด และแสดงออกไม่เป็น... แต่คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าทำไมผมถึงเป็นแบบนั้นกับคุณ" รินรดาชะงัก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอมองสบตาเขา ลึกซึ้งและเว้าวอนในดวงตาคู่นั้นทำให้เธอพูดไม่ออก "เพราะผมหึง..." คีย์กระซิบเสียงแผ่วเบาข้างริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความยอมจำนนอย่างราบคาบ "ทุกครั้งที่คุณไปยืนใกล้ผู้ชายคนอื่น ทุกครั้งที่คุณส่งยิ้มให้ใคร หรือแม้กระทั่งตอนที่คุณเถียงผมด้วยสายตาแบบนั้น... ผมแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วรินรดา ผมไม่อยากให้ใครมองคุณ ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้คุณ... นั่นคือเหตุผลที่ผมโมโหจนขาดสติในวันนั้น แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าความงี่เง่าของผมจะทำให้คุณต้องเจ็บปวดขนาดนี้" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเชฟหนุ่มซึนปากร้าย ทำให้ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นรัวแข่งกัน รินรดากลืนน้ำลาย เธอมองริมฝีปากที่เคยพ่นคำพูดร้ายกาจใส่เธอมาตลอด แต่วันนี้มันกลับเอื้อiนเอ่ยถ้อยคำที่สั่นคลอนความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น "คุณมัน..." รินรดาพยายามจะหาคำมาเถียง แต่เสียงของเธอกลับเบาหวิวและสั่นพร่าอย่างน่าสมเพช "คุณมันร้ายที่สุดเลยเชฟคีย์..." คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาข้างหนึ่งละจากขอบโต๊ะ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและทะนุถนอมจนรินรดาเผลอหลับตาลงรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว "ถ้าผมร้าย... ช่วยรับความรับผิดชอบด้วยการยกโทษให้ผมได้ไหมครับ" คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "ผมยอมให้คุณด่า ยอมให้คุณโกรธ หรือจะให้ผมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้แก้ตัว... ได้เป็นเซฟโซนให้คุณจริงๆ สักครั้ง" รินรดาลืมตาขึ้นสบตากับเขา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยกำแพงป้องกันตัว กำลังถูกหลอมละลายลงทีละน้อยด้วยความจริงใจที่สัมผัสได้ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกมาเพื่อทำตามหัวใจตัวเอง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงของกวินก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเพื่อนสนิทและโปรดิวเซอร์หนุ่มถอดสีด้วยความตื่นตระหนก "ริน! คีย์! พวกนายต้องดูนี่ด่วนเลย!" กวินร้องเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด "ตอนนี้ในโซเชียลไม่ได้มีแค่ข่าวเดทของพวกนายแล้วนะ... แต่มีคนปล่อยคลิปหลักฐานใหม่ที่ชี้ตัวคนปล่อยข่าวใส่ร้ายรินแล้ว และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือ..." คีย์และรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ความโรแมนติกเมื่อครู่ถูกกระชากหายไปในพริบตา รินรดาหันไปมองหน้ากวินด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "ใคร?" คีย์ถามเสียงเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบฉายแววอันตราย กวินกลืนน้ำลายเอื้อมมือยื่นแท็บเล็ตให้ทั้งคู่ดูภาพบนหน้าจอ พร้อมกับพูดชื่อบุคคลที่สามที่ทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องช็อกตาค้าง "เชฟเปรม... และคู่แข่งคนสำคัญของร้านเราเอง" เอมเมอรัลด์อายส์ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและติดตามความฟินปนดราม่าของคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%