เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย•ตอนที่ 27

บทเพลงแห่งชัยชนะ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"เชฟเปรม... และคู่แข่งคนสำคัญของร้านเราเอง" ประโยคสั้นๆ จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงระฆังเตือนภัยที่ดังขึ้นกลางสนามรบ ไฟสปอตไลท์ดวงมหึมาสาดส่องลงบนเวทีการแข่งขันทำอาหารรอบชิงชนะเลิศ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและทรัฟเฟิลลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ เสียงชัตเตอร์ของบรรดาสื่อมวลชนรัวเป็นชุดจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหญิงสาวมากที่สุดในวินาทีนี้ กลับไม่ใช่ถ้วยรางวัลเกียรติยศตรงหน้า... แต่เป็นแผ่นหลังกว้างของเชฟหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว คีย์ ในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา ไร้รอยยิ้ม ไร้คำพูดปลอบประโลมใดๆ มีเพียงดวงตาสีเข้มคู่นั้นที่กวาดมองกลุ่มกรรมการและหันมาสบตากับเธอเพียงเสี้ยววินาที—วินาทีเดียวที่ทำเอาหัวใจคนปากเก่งอย่างเธอเต้นผิดจังหวะ "ประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขัน 'Iron Chef Culinary Battle' ประจำปีนี้..." เสียงพิธีกรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกดดันด้วยความลุ้นระทึก รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเผลอจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอรู้ว่าคีย์ผ่านอะไรมาบ้างตลอดการแข่งขันที่ยาวนาน ทั้งแรงกดดันจากสื่อ สายตาเหยียดหยามจากเชฟเปรม—คู่แข่งตัวฉกาจที่ใช้กลสกปรกนอกจอ และที่สำคัญที่สุด... อีโก้ระดับร้อยชั้นของตัวคีย์เองที่มักจะทำให้เขาเลือกแบกทุกอย่างไว้คนเดียว "และผู้ที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศ พร้อมกับคะแนนเอกฉันท์จากคณะกรรมการ..." เปรมยิ้มเยาะมุมปาก สายตาคมกวาดมองมาที่คีย์ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือมานานแล้ว "...ได้แก่... เชฟคีย์ จากร้าน 'The Sanctuary' ค่ะ!" เฮือก! เสียงกรีดร้องและเสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์ รินรดารู้สึกเหมือนหูอื้อไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมดด้วยความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เธอยืนขึ้นปรบมือให้เขาอย่างสุดแรง สองแก้มร้อนผ่าวด้วยความตื้นตันที่บอกไม่ถูก รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างไม่คิดจะปิดบัง ทว่า... คีย์ไม่ได้ยิ้มรับเสียงปรบมือเหล่านั้น ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ไร้ความตื่นเต้น ราวกับชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องสามัญธรรมดา เชฟหนุ่มก้าวเดินออกมารับถ้วยรางวัลเกียรติยศจากประธานกรรมการด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนที่ไมโครโฟนไร้สายบนปกเสื้อจะถูกเปิดสווิชต์จนเกิดเสียงซ่าเบาๆ "ขอบคุณครับสำหรับรางวัลนี้" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังสะท้อนผ่านลำโพงทรงพลัง สะกดให้ทุกคนในฮอลล์เงียบกริบลงทันที คีย์กวาดสายตามองไปทั่วห้องโถง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของหญิงสาวที่ยืนเด่นอยู่แถวหน้าสุด สายตาคู่นั้นเปลี่ยนไป... ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายความอบอุ่นล้ำลึกที่ทำให้คนมองเข่าอ่อน "แต่ก่อนที่ผมจะลงจากเวทีนี้..." คีย์เว้นจังหวะ เลียริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่หาดูได้ยากยิ่ง "ผมมีเรื่องสำคัญกว่าถ้วยรางวัลใบนี้จะประกาศให้ทุกคนได้รู้" ฮอลล์ทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง แม้แต่ตากล้องสำนักข่าวต่างๆ ยังต้องรีบปรับเลนส์กล้องซูมเข้าไปที่ใบหน้าของเชฟหนุ่มทันที "มีคนเคยบอกว่า ผมเป็นคนปากร้าย อีโก้สูง และเข้าถึงยาก..." คีย์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากรินรดา "ซึ่งมันก็... น่าจะจริงส่วนใหญ่" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากผู้ชมบางส่วน รินรดากัดริมฝีปากตัวเองแน่น รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังพุ่งชนหัวใจ "...แต่คนปากร้ายคนนี้ คงไม่มีทางยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้เลย ถ้าไม่มีใครอีกคนคอยตบหน้าเรียกสติด้วยคำพูดจาขวานผ่าซากทุกครั้งที่ผมหลงทางในครัวของตัวเอง" คีย์มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ละลายใจคนมองได้ในรัศมีสิบเมตร "และที่สำคัญที่สุด... คนคนนั้นคือคนที่ผม 'หวง' ที่สุดในชีวิต" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที บรรดานักข่าวเริ่มกระซิบกระซาบกันเสียงดังลั่น เปรมที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับหน้าถอดสี ขบกรามแน่นจนสันนูน รินรดารู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน เธอกำลังจะถอยหลังหนีด้วยความเขินอาย แต่สายตาคมกริบของคีย์กลับส่งสัญญาณห้ามไว้เด็ดขาด "รินรดาครับ..." คีย์เอ่ยเรียกชื่อเธอผ่านไมโครโฟนเต็มเสียง ทำเอาคนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก "ขึ้นมาบนเวทีนี้หน่อยสิครับ... แฟนผม" คำว่า 'แฟนผม' ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วฮอลล์ พร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงปรบมือที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม รินรดายืนอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพกลางรายการถ่ายทอดสดระดับประเทศ ไอ้เชฟบ้านี่! ไหนบอกว่าจะแค่ประกาศเรื่องร้านอาหาร ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาขโมยซีนด้วยการประกาศสถานะหน้าตาเฉยแบบนี้เล่า! สายตาทุกคู่ในฮอลล์หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว กวินที่ยืนอยู่ข้างๆ ผลักหลังเธอเบาๆ ด้วยรอยยิ้มล้อเลียน "ไปสิคุณโปรดิวเซอร์ เชฟเขาเรียกหาเมียหลวงออกสื่อแล้วนั่น" รินรดากัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ปนเขินจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี แต่ขากลับก้าวเดินขึ้นไปบนเวทีตามคำบัญชาของเชฟหนุ่มซึนปากร้ายทีละก้าวอย่างจำยอม ทันทีที่เธอก้าวขึ้นมาถึงบนเวที คีย์ก็ไม่รอช้า ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าเอวบางเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ที่รัวแฟลชแสงวาบจนแสบตา "คุณนี่มัน... บ้าไปแล้วรึไง!" รินรดากระซิบลอดไรฟัน หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือเล็กทุบเบาๆ ที่อกแกร่งเพื่อประท้วง "ผมไม่ได้บ้า..." คีย์กระซิบตอบเสียงพร่ามัว ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบชนกับแก้มเนียน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความคลั่งรักแบบไม่มีกั๊ก "ผมแค่วะ... ประกาศความเป็นเจ้าของ ให้พวกที่มันคิดจะมาจีบคุณได้รู้ตัวซะบ้าง ว่าคุณน่ะ... มีเจ้าของที่ปากร้ายที่สุดในโลกคอยเฝ้าอยู่" "ใครเป็นแฟนคุณไม่ทราบ!" เธอสวนกลับทันควันตามนิสัยปากเก่ง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ก็คนที่กำลังยืนหน้าแดงจนจะระเบิดอยู่ในอ้อมแขนผมนี่ไง..." คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "คืนนี้... กลับไปเคลียร์กันที่ห้องคุณ ผมมีเรื่องต้อง 'ชำระสะาง' อีกยาว" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูทางเข้าด้านหลังเวทีก็ถูกผลเปิดออกเสียงดังปัง! ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ใบหน้าเคร่งเครียดและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดึงดูดสายตาทุกคนให้หันไปมองเป็นตาเดียว "เชฟคีย์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายแต่คลั่งรักของพวกเขานะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%