“บอกมาสามเหตุผลค่ะว่าทำไมฉันต้องเดินฝ่าแดดเปรี้ยง ๆ ไปซื้อคาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแก้วนั้นให้คุณด้วย ทั้งที่เมื่อคืนคุณเพิ่งจะ... เอ่อ... ทำเรื่องบ้า ๆ ลงไปแท้ ๆ!”
เสียงกระแทกแก้วน้ำเซรามิกกระทบกับโต๊ะไม้เนื้อหนาในห้องนั่งเล่นดังสนั่น จนมีนที่กำลังนั่งไขว่ห้างไถโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นจากจอ มองเพื่อนสนิทหน้าตาบึ้งตึงที่ยืนกอดอกหายใจฟัดฮึดฮัดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ก่อนจะเหลือบไปสบตากับร่างสูงโปร่งของธามนัส—คุณรูมเมตตัวแสบปีสามที่กำลังทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นน้อย ๆ อย่างผู้ชนะ
“เหตุผลแรก...” ธามชูนิ้วเรียวยาวขึ้นมาทีละนิ้ว น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววเจ้าเล่ห์ถูกส่งตรงมาขยี้ประสาทคนฟัง “เพราะคำว่า ‘ที่รัก’ ที่ฉันพูดไปเมื่อคืน มันยังก้องอยู่ในหัวเธอจนนอนไม่หลับใช่ไหมล่ะครับ พิมพ์”
“ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส!” พิมพ์รตาหรือพิมพ์ฉายแววตาวาวโรจน์ ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อสมองเจ้ากรรมดันซื่อสัตย์เกินเหตุ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับเทปม้วนเดิม—ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ประโยคทิ้งท้ายที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ และสัมผัสอุ่นวาบที่ริมฝีปากนั่นอีก! ให้ตายเถอะ นี่เธอดันเก็บเอาคำพูดกวนประสาทของเขามาคิดจนตีสองคลั่งตายอยู่บนเตียงคนเดียวจริง ๆ น่ะเหรอเนี่ย!
“เหตุผลที่สอง...” ธามยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ ไม่สะทกสะทะกับอาการหน้าดำคร่ำเครียดของคนตรงหน้าเลยสักนิด “เพราะกาแฟร้านโปรดที่เธอชอบแอบไปกินตอนโดนเรียนคาบเช้า มันหมดสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่าย ถ้าเธอไม่ยอมเดินไปซื้อมาไถ่โทษเรื่องที่ทำฉันเสียความรู้สึก”
“เสียความรู้สึกอะไรของคุณยะ! ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเสียความรู้สึก!” พิมพ์โวยวายเสียงดังลั่นบ้าน มือเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “คุณเป็นคนรุกเข้ามาเองนะ! อยู่ ๆ ก็มาพูดจาแปลก ๆ แถมยัง... ยังทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ฉันอีกต่างหาก!”
“อ้าว ก็เมื่อคืนเธอดื้อนี่ครับ ดึกดื่นป่านนั้นยังนั่งปั่นสคริปต์งานนิเทศฯ จนหน้าดำคร่ำเครียด ไม่ยอมกินข้าว กินปลา ฉันในฐานะรูมเมตที่ดี... เอ๊ะ หรือจะให้เลื่อนขั้นเป็นสถานะอื่นดีล่ะ... ก็เลยต้องหาทางกำราบเด็กดื้อสักหน่อย” ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ทีละน้อยจนเธอนิสัยถอยกรูดไปติดขอบเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบพราวระยับคู่นั้นก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ทำเอาคนใจแข็งต้องยอมแพ้ราบคาบทุกที “ส่วนเหตุผลที่สาม... สำคัญที่สุดเลยนะ”
“อะ... อะไรอีกเล่า!” พิมพ์เบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันรัวเร่งอยู่ในอก
“เพราะฉันอยากให้เธอเดินไปซื้อมาให้ไงครับ” ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ข้างหู กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชวนสั่นสะท้อน “หรือว่า... กลัวใจตัวเองว่าจะเผลอใจไปมากกว่านี้ เลยไม่กล้าไปซื้อให้กันแน่ หื้ม... พิมพ์รตา?”
“กรี๊ด! ธามนัส นายนี่มัน... มันร้ายกาจที่สุด!”
มีนที่นั่งดูละครฉากใหญ่ขอบเวทีมานาน อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากแล้วส่งเสียงแซวออกมาเบา ๆ “อุ๊ยตายแล้วเพื่อนรัก แกMต้านทานความแพรวพราวของเดือนคณะเขาไม่ไหวหรอก ยอม ๆ ไปเหอะแก แก้วเดียวน่ะแลกกับความสงบสุขในใจ... เอ๊ะ หรือจะแลกกับหัวใจตัวเองกันแน่นะจ๊ะ?”
“มีน! แกไม่ต้องมาพูดเลยนะ!” พิมพ์หันไปแหวใส่เพื่อนสนิทหน้าแดงแจ๋ จนมีนหัวเราะคิกคักชอบใจ
สุดท้ายแล้ว... ความพ่ายแพ้ก็ตกเป็นของคนขี้โวยวายอย่างพิมพ์รตาเช่นเคย ร่างบางสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดเคือง คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดมาสะพายไหล่ พึมพำงתงึดงำดด่าทอสาปแช่งคุณรูมเมตจอมเจ้าเล่ห์ตลอดทางเดินออกจากห้องพัก
แสงแดดช่วงสายของวันไม่ได้ร้อนแรงเท่าความหงุดหงิดในอก พิมพ์เดินฮึดฮัดมาตามทางเดินเท้าจนถึงร้านกาแฟมินิมอลใต้ตึกคณะวิศวะฯ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลเตะจมูก แต่ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้สมองที่กำลังวุ่นวายของเธอสงบลงได้เลยสักนิด มือเรียวเคาะนิ้วลงบนเคาน์เตอร์กระจกอย่างกระสับกระส่ายขณะสั่งเมนูเดิม—คาปูชิโน่เย็นหวานน้อย เมนูโปรดของตาปีศาจธามนัสที่เธอกลอกตามองบนใส่ไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ
“ได้แล้วค่ะ คาปูชิโน่เย็นหวานน้อย แก้วนี้ของลูกค้าพิเศษนะคะ” น้องพนักงานร้านยิ้มหวานส่งแก้วพลาสติกใสบรรจุน้ำสีน้ำตาลนวลท็อปด้วยฟองนุ่มละมุนให้
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์รับมาถือไว้ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ เธอแอบใช้หลอดกาแฟเจาะทะลุฝาพลาสติกแรง ๆ ไปทีหนึ่ง ราวกับว่ากำลังจ้วงแทงร่างของธามนัสอยู่ยังไงยังงั้น “คอยดูนะ กลับไปฉันจะปักหลอดให้ทะลุก้นแก้วเลย คอยดู!”
ระหว่างทางเดินกลับหอพัก พิมพ์แวะซื้อขนมปังปิ้งไส้สังขยาเจ้าอร่อยที่ธามชอบกินมาด้วยเผื่อฟลุกจะได้คะแนนความดีความชอบ (แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักหนาก็ตาม) ท้องฟ้าเริ่มครึ้มเมฆฝนเล็กน้อย ลมพัดโชยกลิ่นอายฝนจาง ๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นสบายขึ้น แต่หัวใจเธอกลับเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกถึงใบหน้ากวนประสาทที่กำลังรอคอยการกลับมาของเธอที่ห้อง
ก๊อก ๆ!
พิมพ์ใช้ศอกดันประตูกระจกห้องพักเข้ามา เพราะมือทั้งสองข้างไม่ว่าง แก้วกาแฟในมือซ้ายและถุงขนมปังในมือขวาถ่วงน้ำหนักพอสมควร ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝ่าเท้าของเธอหยุดชะงักกึก ร่างบางยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ภายในห้องนั่งเล่น... มีนไม่ได้นั่งไถโทรศัพท์อยู่บนโซฟาอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่า... บนโซฟาตัวนั้นกลับมีร่างของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กับธามนัสที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ
เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมราคาแพง และชุดเดรสแฟชั่นสุดชิคที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เด็กนิเทศฯ หรือเด็กวิศวะในมหาวิทยาลัยนี้อย่างแน่นอน
“อ้าว พิมพ์ กลับมาพอดีเลย...” ธามหันมามองเธอ แววตาคมกริบที่เคยพราวระยับเมื่อครู่กลับเรียบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว ชั่ววินาทีนั้น... พิมพ์อ่านไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทว่า... เสียงหวานใสของหญิงสาวแปลกหน้าบนโซฟากลับเอ่ยทักทายขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำเอาหัวใจของพิมพ์รตาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“สวัสดีค่ะน้องพิมพ์ จำพี่ไม่ได้เหรอคะ? พี่พรีมเองนะ... แฟนเก่าของธามเขาเองค่ะ พอดีแวะมาหาธามที่ห้อง... รบกวนเวลาความเป็นส่วนตัวของสองคนหรือเปล่าคะเนี่ย?”
กรอบแก้วกาแฟในมือพิมพ์แทบจะหลุดร่วงลงพื้น ลมหายใจสะดุดกึกทันทีที่ได้ยินคำว่า *‘แฟนเก่า’* หลุดออกมาจากปากผู้หญิงคนนั้น!
ที่คั่นหนังสือสีชมพู
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 6
กาแฟแก้วนั้นที่เธอลืมซื้อให้ฉัน
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!