"บอกแล้วไงคะว่าคืนนี้ตาฉันดูซีรีส์เกาหลีเรื่องโปรด! ยืนถือรีโมททำหน้ามึนอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้พระเอกในจอหล่อขึ้นหรอกนะนายธามนัส!"
เสียงแหลมใสที่พยายามกดให้ต่ำลงด้วยความโมโหเล็ดลอดออกมาจากลำคอของฉัน พร้อมกับร่างบางที่ยืนเท้าสะเอวขวางทางเดินระหว่างโซฟากับโต๊ะกลางห้องรับแขก ดวงตาคมกวาดมองผู้ชายตัวโตที่ใส่เพียงเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มสบายๆ ซึ่งกำลังทำลอยหน้าลอยตาถือกระป๋องเบียร์พิงกรอบประตูห้องครัวอยู่
ธามนัส หรือที่ฉันชอบนึกเรียกในใจว่ายัยตัวแสบเวอร์ชันผู้ชาย... เอ่อ ไม่ใช่สิ เขาคือผู้ชายหน้ามึนที่ชอบกวนประสาทฉันที่สุดในสามโลก ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่เห็นฉันหัวฟัดหัวเหวี่ยงเป็นยายเพิ้งตอนเกือบเที่ยงคืนแบบนี้
"ใครบอกว่าฉันจะดูซีรีส์ล่ะพิมพ์... คืนนี้ยูฟ่าเตะรอบดึกต่างหาก เธอต่างหากที่ยึดรีโมทไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วนะ ลืมแล้วหรือไงว่าใครต้องเป็นคนล้างจานติดต่อกันสามวันเพราะแพ้พนันบอลคราวก่อน"
น้ำทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนสบายๆ แต่ละคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนฉันอยากจะหยิบหมอนอิงฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาให้หายแค้นสักที
"นั่นมันเรื่องเก่า! แต่อันนี้คือซีรีส์ตอนจบของสัปดาห์นี้ ถ้านายกล้าเปลี่ยนช่องนะ... ฉันจะเอาชีทสรุปวิชาประวัติศาสตร์สื่อมวลชนที่ฉันนั่งจดจนตาแฉะไปเผาทิ้งให้หมดเลยคอยดู!" ฉันขู่ฟอดๆ พร้อมกับชูรีโมทในมือขึ้นสูงราวกับมันคือคฑาวิเศษที่ต้องปกป้องด้วยชีวิต
ธามถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะวางกระป๋องเบียร์ลงบนเคาน์เตอร์บาร์เบาๆ แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าขายาวๆ เข้ามาใกล้ฉันทีละนิด... ทีละนิด จนฉันต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ของเดือนคณะวิศวะฯ ก้าวเข้ามาในรัศมีอันตรายที่ทำให้กลิ่นสบู่ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาโชว์หรี่เข้ามาแตะจมูก กลิ่นประจำตัวที่ทำเอาใจฉันเต้นรัวอย่างไร้เหตุผลทุกที
"ขู่เก่งจังนะตัวแค่นี้..." ธามโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมามองฉันที่เงยหน้าค้อนเขาจนตาแทบกลับ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนฉันเห็นแพขนตางอนหนาและเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น "แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่อยากดูบอล และก็ไม่ได้อยากดูซีรีส์เกาหลีล่ะ"
"แล้วนายอยากดูอะไรไม่ทราบ!" ฉันเสียงแข็งใส่ ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะปลายนิ้วเรียวของเขาเผลอมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ
"อยากดู... หน้าคนแถวนี้ตอนกำลังจะร้องไห้เพราะอดดูฉากพระนางจูบกันมากกว่ามั้ง"
คำพูดหน้าตายกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากทำให้ฉันอัดอั้นตันใจจนต้องฟาดมือลงบนอกแกร่งของเขาเต็มแรงหนึ่งที แต่แทนที่เขาจะเจ็บ ธามกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะฉวยจังหวะที่ฉันเผลอคว้าข้อมือฉันไว้แล้วดึงเข้าไปประชิดตัวจนแผ่นอกเราแทบแนบติดกัน
"อ๊ะ! ไอ้บ้าธาม ปล่อยนะ!"
"ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะยอมแบ่งทีวีครึ่งหนึ่ง แล้วก็ตกลงทำข้อเสนอของฉัน" รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาฉันพูดไม่ออก
ข้อเสนออะไรอีกเล่า! แค่ต้องมาหารือกับผู้ชายอันตรายคนนี้ในห้องพักเดียวกันก็หัวใจจะวายตายอยู่แล้ว นี่ยังต้องมานั่งเถียงกันเรื่องรีโมทกับมาม่าต้มยำหม้อโตร้อนๆ ที่เพิ่งตั้งเตาอยู่บนโต๊ะอีก ประสาทจะกินอยู่แล้วนะคะชีวิตมหาวิทยาลัยปีสองของพิมพ์รตาคนนี้!
หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่พักใหญ่ ผลลัพธ์สุดท้ายจึงจบลงด้วยการที่เราต้องมานั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าโซฟาอย่างจำยอม โดยมีหม้อมาม่าต้มยำรสแซ่บส่งกลิ่นหอมฟุ้งยั่วน้ำลายอยู่ตรงกลาง ระหว่างฉันกับธามมีช่องว่างห่างกันแค่คืบเดียว และที่สำคัญ... หน้าจอทีวีตอนนี้กำลังฉายสารคดีสัตว์โลกเบื้องหลังความตายของสิงโต แทนที่จะเป็นซีรีส์เกาหลีหรือบอลยูฟ่าอย่างละครึ่งทางตามที่ตกลงกันไว้
"เพราะนายคนเดียวเลย ทำให้ฉันอดดูฉากพระเอกสารภาพรักเลยเนี่ย!" ฉันบ่นอุบอิบขณะคีบเส้นมาม่าเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องเหมือนกระต่ายขี้โมโห
"บ่นเป็นคนแก่ไปได้พิมพ์... กินเลอะหมดแล้ว" ธามว่าพลางยื่นมือมาใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเศษน้ำซุปที่มุมปากให้ฉันอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดที่แตะลงบนผิวเนื้อทำเอาฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
"ด... เดייהวก่อน นายทำบ้าอะไรเนี่ย!" ฉันปัดมือเขาออกแล้วรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองป้อยๆ หัวใจเต้นแรงโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
ธามไหวไหล่น้อยๆ สายตาที่มองมาทอดอ่อนลงอย่างน่าประหลาด รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้นไม่มีเค้า1ความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย "ก็เช็ดให้ไง... หน้าเธอนี่มันหลุดง่ายจริงๆ นะเวลาอยู่ต่อหน้าฉันเนี่ย"
"ใครหลุดฟะ! นายต่างหากที่ชอบฉวยโอกาส!" ฉันแหวใส่กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนแก้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาไถหน้าจอแก้เก้อ แต่จังหวะนั้นเอง... หน้าจอแจ้งเตือนแชทกลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิทก็เด้งขึ้นมาพอดี
*มีน (ตัวแม่สายชง): "แกกกก เป็นไงบ้าง ยัยพิมพ์! อยู่กับคุณรูมเมตสุดหล่อสองต่อสองดึกดื่นแบบนี้ ได้เสียเอ๊ย! ได้เคลียร์ใจกันบ้างยังวะ ระวังโดนรวบหัวรวบหางนะมึง!"*
ฉันอ่านข้อความนั้นแล้วแทบสำลักเส้นมาม่าที่ยังคาอยู่ในคอ หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงแจ๋หนักเข้าไปใหญ่ด้วยความหมั่นไส้เพื่อนสนิทตัวดี รีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหัวร้อน
*พิมพ์รตา: "เคลียร์บ้าอะไรเล่า! หมอนี่มันกวนประสาทฉันจะตายอยู่แล้ว ถ้ามีทางหนีนะ ฉันจะย้ายออกไปนอนระเบียงแล้วเนี่ย! คนอะไรก็ไม่รู้ น่ารำคาญที่สุด ชิ!"*
พอลั่นไกพิมพ์ส่งข้อความเสร็จ ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของชื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันทีเพื่อความสะใจ แต่ปรากฏว่า... ดวงตาสีเข้มของธามกำลังจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือฉันตาไม่กระพริบ!
ตายแล้ว... ชิบหายของแท้! เขานั่งอยู่ข้างๆ แล้วแอบอ่านข้อความที่ฉันนินทาเขาแบบสดๆ ร้อนๆ หน้าจอแสดงผลเครื่องของเขาสั่นเตือนพร้อมกับข้อความจากแชทส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาโชว์หราบนหน้าจอของฉันเอง
*(ธามนัส): "อ๋อ... รำคาญฉันมากเหรอครับคุณรูมเมตตัวแสบ งั้นคืนนี้... สงสัยฉันคงต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นหน่อยแล้วล่ะ ว่าฉันน่ารำคาญหรือน่ารักกว่ากันแน่"*
ธามค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากถูกจุดขึ้นช้าๆ พร้อมกับร่างสูงที่ขยับเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างไร้ทางหนี จนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับพนักโซฟาเต็มแรง... และก่อนที่ฉันจะทันได้เปล่งเสียงร้องประท้วง ปลายนิ้วอุ่นก็เอื้อมมาแตะที่ปลายคางฉัน พร้อมกับริมฝีปากหยักที่โน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนริมฝีปากของฉัน...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของยัยตัวแสบกับคุณรูมเมตคนนี้นะคะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 3
มาม่าต้มยำกับสงครามชิงรีโมททีวี
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!