“บอกว่าอย่าเข้าใกล้ไงเล่า คุณธาม!”
ฉันหวีดร้องสุดเสียง พร้อมกับใช้สองมือดันอกแกร่งของนายรูมเมตตัวแสบเอาไว้เต็มแรงจนแขนสั่นระริก บรรยากาศในห้องครัวตอนนี้มันชักจะอันตรายเกินไปแล้วนะคะ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาล้างจานผสมกับกลิ่นสบู่เหลวกลิ่นมินต์อ่อนๆ จากตัวเขา ยิ่งทำให้สมองของฉันรวนเรจนแทบจะประมวลผลอะไรไม่ออกอยู่แล้ว
ให้ตายสิ! นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอกแบบนี้ล่ะ พิมพ์รตา ตั้งสติหน่อยสิยะ!
ธามนัสยื่นหน้าเข้ามาใกล้เสียจนฉันแทบจะหยุดหายใจ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากนั่นอีก... ฮึ่ย! หมอนี่เกิดมาเพื่อแกล้งฉันโดยเฉพาะเลยใช่ไหมนะ
“อ้าว ก็เธอเป็นคนเซมาหาฉันเองไม่ใช่หรือไง หืม... ยัยตัวแสบ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะชนกับแก้มฉันอยู่รอมร่อแล้วนะ
“ใครเซหาคุณกัน! ปล่อยเลยนะ ไม่งั้นฉันจะเอาทัพพีตีหัวคุณจริงๆ ด้วย!” ฉันขู่ฟอดๆ พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้เสียเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน อ้อมแขนแข็งแรงที่โอบเอวฉันไว้ก็เหมือนกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุดรอดไปได้เลย
“ปากดีจังนะ... ไหน ลองตีดูสิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าทัพพีอันนั้นกับปากเก่งๆ ของเธอ อันไหนมันจะแข็งกว่ากัน”
ธามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก จนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับอกแกร่งของเขาอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุกระเป๋าเสื้อยืดเนื้อนุ่มเข้ามาจนฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว นี่เขาตั้งใจจะแกล้งให้ฉันอกแตกตายตรงนี้เลยใช่ไหมเนี่ย!
ด้วยความที่ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของปีศาจจำแลง ขาเจ้ากรรมก็ดันไปสะะดุดเข้ากับขอบพรมเช็ดเท้าหน้าเคาน์เตอร์ครัวเข้าพอดี
“อุ이—!”
เสียงอุทานตกใจยังไม่ทันหลุดออกจากปาก ร่างของฉันก็เสียการทรงตัวดิ่งพสุธาลงไปทันที โชคยังดีที่ธามไวกว่าแสง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวของฉันแล้วดึงเข้ามาแนบอกอย่างแรงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
*พรึ่บ!*
แรงเหวี่ยงจากการคว้าตัวทำให้เราทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปบนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่นเต็มแรง ร่างสูงของธามทับลงมาอยู่เบื้องบนโดยมีฉันรองรับน้ำหนักไว้ทั้งหมด ลมหายใจที่ขาดห้วงและเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเราประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก!
เสียงหัวใจของใครบางคน—หรืออาจจะดังประสานกันทั้งคู่—เต้นโครมครามก้องกังวานอยู่ในอกราวกับมีกลองชุดมาตั้งบรรเลงสดๆ ในห้องนั่งเล่น ดวงตากลมโตของฉันเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่า ตอนนี้ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น ปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ!
ธามนัสกะพริบตาช้าๆ แววตาสนุกสนานขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความลึกล้ำบางอย่างที่ส่องประกายวาววับอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น มันเป็นแววตาที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิตให้อยู่กับที่ ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้แม้แต่น้อย
“...มองอะไรเล่า ลุกขึ้นไปเลยนะ หนักจะตายอยู่แล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ลามไปถึงใบหูและลำคอขาวๆ นี่ด้วย
“ไม่เอา... กำลังเพลินเลย” ธามตอบเสียงพร่า ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าของฉันไล่ตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า
“คนฉวยโอกาส! ไหนบอกว่าจะไม่แกล้งกันไงเล่า!”
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่า ‘จะไม่แกล้ง’ เลยนะ พิมพ์รตา... เธอมโนไปเองทั้งนั้น” เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบนี้น่ะ มันผิดกติกาชัดๆ เลยนะคะคุณธาม!
“นี่คุณ—!”
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาก็เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ระอยู่ข้างแก้มของฉันทัดหูให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกจนฉันกลัวว่ามันจะทะลุออกมาข้างนอกจริงๆ
ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นมิ้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของฉัน
“พิมพ์...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อฉันแผ่วเบa ราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน “รู้ตัวไหม... ว่าเวลาเธอดื้อแล้วมันน่าจับมาตีให้ก้นลายขนาดไหน”
“ยะ... อยากโดนทัพพีฟาดหัวรอบสองนักใช่ไหมฮะ!” ฉันหลับหูหลับตาโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะยานจนปรอทแตก มือเล็กเตรียมจะยกขึ้นผลักอกเขาออกไปให้พ้นทาง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปดันไหล่เขานั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันขึ้นมาเสียก่อน
*ติ๊ง!*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับชื่อของ ‘มีน’ เพื่อนสนิทตัวแสบที่ส่งข้อความเข้ามาจี้ใจดำพอดิบพอดี
*[มีนตัวแม่]: แกเป็นไงบ้างยัยพิมพ์? ป่านนี้โดนคุณรูมเมตสุดหล่อกินไปถึงไหนแล้วเนี่ย ส่งเสียงตอบด้วย!*
ให้ตายเถอะยัยมีน! แกส่งอะไรมาจังหวะนรกแบบนี้เนี่ย! ฉันแอบเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของคนที่ยังทับร่างฉันอยู่ด้วยความร้อนรน
ธามเหลือบสายตาตามมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นสูงกว่าเดิม ดวงตาพราวระยับมองฉันด้วยความรู้ทัน
“หืม... เพื่อนเธอนี่รู้ใจดีจังนะ” เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของฉัน “งั้นเรามาตอบคำถามยัยมีนกันหน่อยดีไหม... ว่าตกลงฉัน ‘กิน’ ไปถึงไหนแล้ว”
“ธามนัส! หยุดเลยนะ!” ฉันหวีดร้องลั่นบ้านด้วยความตื่นตระหนก เมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกะทันหันดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนแว้ดของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง... และนั่นทำให้ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ!
หวังว่าความลับเรื่องที่เราอยู่ห้องเดียวกัน จะยังไม่แตกตอนนี้หรอกนะ... ไม่งั้นฉันได้ตายคาที่จริงๆ ด้วยแน่ๆ ค่ะ!
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของยัยตัวแสบกับคุณรูมเมตคนนี้นะคะ)*
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 4
อุบัติเหตุตักศิลา... กอดแรกที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!