"บอกแล้วไงคะว่าร่มคันนี้มันเล็กเกินไปสำหรับคนตัวใหญ่อย่างคุณ... แล้วดูสิคะ ไหล่ฉันเปียกไปหมดแล้วเนี่ย!"
เสียงโวยวายของพิมพ์รตาตวัดสูงขึ้นแข่งกับเสียงเม็ดฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดลงมาบนพื้นคอนกรีตหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ นิ้วเรียวพยายามจะผลักแผงอกกว้างของพ่อคุณตัวดีให้ออกห่าง แต่ทว่า... แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ได้ทำให้ธามนัสสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดนักศึกษาปีสามยังคงยืนนิ่งสนิท แถมยังโน้มตัวลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ
จากเหตุการณ์ใจเต้นแรงในซอยข้างหอพักวันนั้น... จนถึงวินาทีนี้ นิ้วเรียวที่เคยแตะริมฝีปากอิ่มของเธอยังคงหลงเหลือความอุ่นร้อนจางๆ วนเวียนอยู่ในความรู้สึก จนพิมพ์รตาต้องแกล้งทำเป็นเฉไฉมองเม็ดฝนเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"เปียกตรงไหนครับ ไหล่ผมต่างหากที่เปียกฝนจนชุ่มหมดแล้วเนี่ย เห็นใจคนตัวโตหน่อยสิครับคุณรูมเมต" ธามนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมหยอกล้อ นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังอยากจะยกมือขึ้นมาทุบสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
"แหนะ! แทนตัวเองว่าผมแบบนี้อีกแล้วนะยะ! แล้วใครเป็นรูมเมตคุณไม่ทราบ ท่องไว้เลยนะคะว่าเราแค่หารค่าห้องกันเฉยๆ ย้ำว่า'แค่'ค่ะ!" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมันเข้าสักวัน
ธามนัสหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางพองขนเหมือนแมวหวงก้างของเธอ เขายอมขยับถอยหลังออกไปครึ่งก้าวอย่างนึกสนุก แต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อ "ครับๆ แค่หารค่าห้อง... แต่ตู้เย็นในห้องนี่ ของกินของผมหมดเกลี้ยงเพราะฝีมือใครนะ เมื่อคืนใครน้าแอบกินพุดดิ้งรสสตรอว์เบอร์รีของผมไป"
"อ๊ะ! นั่นมัน... มันเรียกดร็อปเปอร์ต่างหากค่ะ! คุณซื้อมาตุนไว้เป็นชาติ ฉันก็นึกว่าของหมดอายุแล้วหวังดีช่วยเคลียร์ให้ต่างหากเล่า!"
"อ๋อ หวังดี... หวังดีจนกระปุกเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษครีมเลยว่างั้นเถอะ"
"นี่คุณธาม!"
บรรยากาศการโต้เถียงที่คุ้นเคยดำเนินไปท่ามกลางสายฝนโปรยปราย แต่สิ่งที่แปลกไปจากทุกวันคือ สายตาของธามนัสในเวลานี้มันไม่มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ส่งตรงมา จนพิมพ์รตาต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อจู่ๆ ฝ่าหนาอบอุ่นก็เอื้อมมาดึงปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสติสตังของแม่สาวปากเก่งกระเจิดกระเจิงไปหมด ธามนัสในเวอร์ชันที่ 'เดินหน้าหยอดแบบเปิดเผย' และไม่ยอมซ่อนตัวหลังคราบเพื่อนร่วมห้องจอมกวนอีกต่อไป... มันอันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่าพายุฝนข้างนอกนี่เสียอีก!
"เลิกเรียนเย็นนี้ ห้ามแอบหนีกลับห้องก่อนเด็ดขาดนะครับ" ธามนัสกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเปลี่ยนเป็นจริงจังจนคนฟังต้องชะงัก "ผมเคลียร์งานโปรเจกต์เสร็จพอดี เดี๋ยวจะมารับที่หน้าตึกนี้... พาไปเลี้ยงพุดดิ้งไถ่โทษเรื่องที่ชอบแกล้งคุณดีไหมครับ?"
"ใครเขาจะไปกับคุณ..."
"ถือว่าตกลงนะครับ" พ่อตัวดีตัดบทหน้าตาเฉยแถมยังส่งยิ้มพิมพ์ใจชนิดที่ต่อให้เป็นน้ำแข็งขั้วโลกก็ต้องละลายมาให้ ก่อนจะกางร่มแล้ววิ่งฝ่าสายฝนไปยังลานจอดรถโดยไม่รอฟังคำปฏิเสธจากเธอเลยสักนิด!
พิมพ์รตายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มือเรียวเผลอยกขึ้นแตะพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ปากก็บ่นงึมงำว่าคนเอาแต่ใจ แต่รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มกลับปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิดว่าเธอกำลัง 'แพ้' ทางผู้ชายคนนี้เข้าให้อย่างจัง
และดูเหมือนว่าความวุ่นวายหัวใจจะยังไม่จบลงแค่นั้น...
เมื่อพิมพ์รตาเดินกลับมาถึงโต๊ะประจำในโรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ มีน เพื่อนสนิทสาวแซ่บตัวแม่แห่งแก๊ง ก็ปรี่เข้ามาคว้าแขนเธอไว้ทันทีพร้อมกับสายตาจับผิดระดับเรดาร์สแกนความฟิน
"ยัยพิมพ์! แกสารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" มีนเปิดฉากซักฟอกทันทีที่เธอนั่งลง "เมื่อกี้ฉันเห็นนะยะ... เห็นผู้ชายสูงยาวเข่าดี ดีกรีเดือนคณะวิศวะคนนั้น เดินกางร่มมาส่งแกแถมยังเอามือทัดหูให้ซะหวานหยดย้อย ภาพโคตรพระเอกซีรีส์เกาหลี! นี่พวกแกสองคนพัฒนาการจาก 'รูมเมต' ไปถึงขั้นไหนกันแล้วฮะ!"
"บะ...บ้าอะไรของแกยัยมีน! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ก็แค่... แค่ฝนตกแล้วร่มมันคันเล็ก ฉันก็เลยติดสอยห้อยตามเขามาแค่นั้นเอง!" พิมพ์รตารีบปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนพิรุธด้วยการคว้าหลอดน้ำมาดูดจนหมดแก้ว
"เสียงสูงเชียวนะยะ หลบตาฉันอีกต่างหาก" มีนหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม "ระวังตัวไว้เถอะแก ธามนัสคนนั้นน่ะสายตาเวลาเขามองแกมันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมห้องหรอกนะ มันคือสายตาของหมาป่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อชัดๆ!"
"เหยื่ออะไรเล่า ฉันไม่ใช่เหยื่อสักหน่อย!" พิมพ์รตาโวยวายแก้เขิน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นครืดขึ้นมาเบาๆ
เธอหยิบมันขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต... เป็นข้อความจากคนที่เพิ่งวิ่งฝ่าฝนไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
*[Tham]: เลิกเรียนแล้ว ยืนรออยู่ตรงเสาต้นเดิมนะครับ คนดีของผม*
ให้ตายเถอะ! คำว่า 'คนดีของผม' ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มสะท้อนเด่นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ทำเอาพิมพ์รตาสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกออกมาเสียงดัง มีนที่ชะโงกหน้ามาเห็นพอดีถึงกับกรี๊ดลั่นโรงอาหารแซวเสียงดังจนเพื่อนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
พิมพ์รตารีบกดล็อกหน้าจอแล้วยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวรากับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีฝนเสียอีก
เธอก้าวขาเดินออกจากตึกคณะด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนไปหมด ทว่าพอเดินมาถึงเสาต้นเดิมตามนัด... ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่ร่างสูงของธามนัสที่ยืนถือร่มรออยู่เหมือนทุกที
แต่กลับเป็นร่างโปร่งของใครอีกคน... รุ่นพี่คนสนิทที่เธอพยายามเว้นระยะห่างมาตลอด กำลังยืนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่รอเธออยู่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ!
"สวัสดีครับน้องพิมพ์... พี่รอนานแล้วนะ"
พิมพ์รตาชะתกฝีเท้ากึก ลมหายใจสะดุดกึกทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับรอยยิ้มนั้น พร้อมๆ กับที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยข้อความแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับจาก 'ธามนัส' สามสายซ้อน!
(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความป่วนของยัยตัวแสบกับคุณรูมเมตคนนี้นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 15
สเต็ปการจีบฉบับเดือนคณะวิศวะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!