เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่ม "แก๊งชะนีน้อยร้อยเล่มเกวียน" เด้งรัวติดต่อกันสามสิบข้อความจนโทรศัพท์มือถือในมือพิมพ์รตาร้อนผ่าวราวกับถือเตาถ่าน แต่เจ้าตัวไม่มีอารมณ์จะกดเข้าไปอ่านสติ๊กเกอร์รูปหมาแมวที่ยัยมีนส่งมาแซวเรื่องคำประกาศิตทิ้งระเบิดของธามนัสเมื่อคืนนี้เลยสักนิด
ในเมื่อตอนนี้... ความซวยระดับมหภาคกำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ตรงหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์นี่ต่างหาก
ซ่า! ซ่า!
เสียงฟ้าผ่าคำรามลั่นตามมาด้วยเม็ดฝนมหึมาที่เทกระหน่ำลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟ้าดินจงใจกลั่นแกล้งให้คนปากเก่งอย่างเธอต้องจนมุม ท้องฟ้าสีครามเมื่อครู่ถูกย้อมด้วยเมฆฝนสีเทาทึบจนบรรยากาศมืดครึ้มเหมือนเวลาหกโมงเย็น ทั้งที่เพิ่งจะบ่ายสามโมงเศษ นิสิตนักศึกษาต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาหลบใต้ชายคาตึกจนแน่นขนัด พื้นปูนซีเมนต์หน้าตึกชุ่มไปด้วยละอองน้ำและกลิ่นอายดินชื้นแฉะ
แล้วร่างสูงโปรดในชุดนักศึกษาปีสามรีดเรียบร้อยของใครบางคน ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังเธออย่างไร้ซุ่มเสียง
"ยืนหน้าเครียดขนาดนี้... กลัวผมจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเรื่องเมื่อคืน จนไม่กล้ากลับห้องหรือไงครับ คุณรูมเมต"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ท่ามกลางเสียงฝนตกกระหน่ำและเสียงจอแจของผู้คนรอบข้าง ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นพร้อมเพรียง พิมพ์รตา สะดุ้งโหยงจนเผลอถอยหลังไปชนอกแกร่งเข้าอย่างจัง ธามนัสหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะดึงให้หลบเข้าไปชิดมุมเสาด้านในที่คนเริ่มบางตาลง
"ใครกลัวกัน! อย่ามามั่วแถวนี้เลยนะธามนัส" พิมพ์รตาหันขวับไปแหวใส่ทันที แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเป็นเก่ง "ฉันแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะโทรเรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์ยังไงให้ไม่เปียกฝนต่างหากเล่า ฝนตกหนักขนาดนี้ รถต้องติดวินาศสันตะโรแหงๆ"
"อ๋อเหรอ..." ธามนัสลากเสียงยาว นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ เขาไล่สายตามองตั้งแต่ใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามกลั้นยิ้ม ไปจนถึงกระเป๋าเป้สะพายในมือเธอ "แต่เท่าที่ผมเช็คแอปพลิเคชันเรียกรถตอนนี้ คิวนำทางพุ่งทะยานไปหลักร้อยแล้วล่ะครับ แถมแถวคอนโดเราซอยน้ำท่วมขังด้วย... เดินลุยน้ำเปล่าคงไม่ไหวหรอกมั้ง"
"แล้วจะให้ทำยังไงเล่า! หรือจะให้ฉันกางร่มวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปเหรอไง บ้าหรือเปล่า!"
"ก็ไม่ได้บ้า... แต่มีทางเลือกที่ดีกว่านั้น"
ธามนัสยิ้มมุมปาก มือข้างขวาคว้ากระเป๋าเป้กันน้ำสีดำสนิทขึ้นสะพายไหล่ ก่อนจะควักร่มพับอัตโนมัติสีดำสนิทลายตารางเรียบหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม เขาดีดสปริงเปิดร่มกางออกอย่างคล่องแคล่ว แสงไฟนีออนจากตัวตึกสะท้อนลงบนผืนผ้าใบสีเข้มขณะที่เขาขยับเข้ามาประชิดตัวพิมพ์รตาจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
"ร่มคันเดียว... และเราต้องเดินกลับหอด้วยกัน" ธามนัสเอ่ยสั้นๆ แต่แววตากลับจริงจังจนหัวใจดวงน้อยของคนฟังกระตุกวูบ
"หา? เดินกลับเนี่ยนะ? หอด้านหลังมอตั้งไกลนะยะ!"
"ไกลแค่ไหน ถ้าเดินเบียดกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงครับ" เขาไม่รอให้เธอได้อ้างเหตุผลปฏิเสธ มือหนาถือด้ามร่มเอียงองศามาทางเธอครึ่งหนึ่งเพื่อบังละอองฝนที่สาดเข้ามา ก่อนจะใช้มืออีกข้างโอบเอวบางรั้งเข้ามาใต้ร่มคันเดียวกันอย่างถือวิสาสะ "ถ้าไม่อยากเปียกจนเป็นลูกแมวตกน้ำ... ก็เกาะผมไว้ดีๆ ล่ะ"
พิมพ์รตาอ้าปากค้างจะโวยวาย แต่แรงดึงดูดจากอ้อมแขนอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากเสื้อผ้าของเขากลับทำให้คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ ร่างบางถูกบังคับให้ก้าวเดินออกไปพร้อมกับเขา ฝ่าเท้าทั้งคู่ก้าวพ้นชายคาตึกเข้าสู่พื้นที่เปียกชื้นของลานมหาวิทยาลัย
เม็ดฝนโปรยปรายลงมากระทบผืนร่มเสียงดังซ่าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ โลกทั้งใบดูแคบลงเหลือเพียงพื้นที่ใต้ร่มคันเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึงเมตร เพื่อไม่ให้เปียกฝน ไหล่บอบบางของพิมพ์รตาจึงต้องเบียดแนบชิดติดกับอกแกร่งของธามนัสทุกย่างก้าว กลิ่นไอมطارและไออุ่นจากกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกจนเธอแทบไม่กล้าหายใจแรง
ตึกตัก... ตึกตัก...
ไม่ใช่เสียงฝนตกกระทบพื้นหรอก... แต่มันคือเสียงหัวใจบ้าๆ ของเธอเองที่ดังแข่งกับพายุข้างนอก!
พิมพ์รตาเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนตัวสูงที่ก้มมองทางเดินอย่างระมัดระวัง มือหนาที่ถือร่มพยายามเอียงองศาบังฝนฝั่งเธอจนหัวไหล่ด้านขวาของเขาเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำเป็นวงกว้าง ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงออกโดยไม่ต้องเอ่ยปากแบบนี้แหละ ที่ทำให้เธอแพ้ทางเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนโงหัวไม่ขึ้น
"มองหน้าผมขนาดนี้... เริ่มหลงเสน่ห์รูมเมตคนนี้เข้าแล้วล่ะสิ" ธามนัสก้มลงกระซิบชิดขอบหู ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากหยักสวย
"ใครมองนายยะ! เดินดีๆ เถอะน่า พื้นมันลื่นนะ!" พิมพ์รตาแหวกลบเกลื่อนความเขินด้วยการตีเข้าที่แขนแกร่งเบาๆ หนึ่งที แต่เพราะความรีบร้อนและพื้นปูนที่เปียกชื้น ทำให้เท้าข้างหนึ่งของเธอเหยียบเข้ากับตะไคร่น้ำบนพื้นทางเดินเข้าอย่างจัง!
"ว๊าย!"
อุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วกว่าความคิด ร่างบางเสียหลักลื่นไถลไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ พิมพ์รตาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการจูบพื้นถนน แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นวาบกลับโอบกอดเอวเธอไว้แน่นด้วยความเร็วแสง ธามนัสทิ้งร่มในมือให้หลุดร่วงลงพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น พร้อมกับรวบร่างเธอเข้าหาอ้อมอกแกร่งแล้วหมุนตัวรับแรงกระแทกแทน
ตุ้บ!
ธามนัสพาเธอล้มลงไปพิงกับผนังปูนใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทางเดิน ร่างสูงใช้แขนข้างหนึ่งรองแผ่นหลังเธอไว้ไม่ให้กระแทกกับพื้นแข็ง ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวบางแน่นจนแทบหลอมละลาย ร่มสีดำกลิ้งไปนอนนิ่งสนิทกับพื้นถนน ปล่อยให้สายฝนเทกระหน่ำลงมาเปียกปอนเรือนร่างของเขาทั้งตัว แต่สายตาคมกริบกลับจ้องมองคนในอ้อมแขนไม่วางตา
ระยะห่างระหว่างใบหน้า... ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
พิมพ์รตาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีฝนเสียอีก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเจือประกายความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่เธอไม่กล้าแปลความหมาย
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ... คนซุ่มซ่าม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา นิ้วเรียวยื่นมาปัดปอยผมเปียกชื้นที่ปรกแก้มใสออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนกแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไร..." พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กวางแนบบนแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ร่างกายแนบชิดกันสนิทจนรู้สึกถึงไออุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
ธามนัสไม่ยอมขยับตัวหนี เขายังคงก้มมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน มือที่โอบเอวเธออยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วเธอจะหายวับไปกับสายฝน
"ในเมื่อไม่เป็นไร... งั้นเรามาเคลียร์เรื่องเมื่อคืนกันตรงนี้เลยดีไหมครับ" ธามนัสยิ้มละมุน นัยน์ตาวาววับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่กลับมาเยือน "เพราะถ้าปล่อยให้กลับถึงห้อง... ผมกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวมากกว่านี้"
พิมพ์รตาหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมจนลามไปถึงใบหู เธอพยายามจะดันอกเขาออกแต่ก็สู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้ ปากบางอ้าๆ หุบๆ จะเถียงแต่ก็คิดคำพูดไม่ออกสักคำ
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองเพล... นิ้วเรียวของธามนัสก็เลื่อนขึ้นมาแตะริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ส่งตรงมาให้แบบไม่มีกั๊ก
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
*(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักไปกับความวุ่นวายของยัยตัวแสบกับคุณรูมเมตคนนี้นะคะ)*
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 14
ฝนตก รถติด และร่มคันเดียว
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!