"ถ้าจะมองหน้ากันนานขนาดนี้ เอาปากกามาจิ้มตาฉันเลยดีไหมล่ะคะคุณธามนัส!"
เสียงหวานตวาดแว้ดขึ้นกลางห้องสมุดคณะนิเทศศาสตร์ ท่าىมกลางกองหนังสือพรีเซนต์โปรเจกต์กองโตที่สูงบังหน้าจนแทบจะสร้างเป็นกำแพงเมืองจีนย่อมๆ ได้อยู่แล้ว พิมพ์รตากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวเสียงดังลั่น จนบรรณารักษ์สาวที่นั่งเคาน์เตอร์ด้านหน้าต้องส่งสายตาดุๆ กลับมาเตือน
แต่คนถูกดุอย่างธามนัสกลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดนักศึกษาปีสามรีบขยับเก้าอี้เลื่อนเข้าไปใกล้ร่างบางจนแทบจะสิงร่างได้อยู่แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายระบายยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาคนมองอยากจะคว้าไม้บรรทัดฟาดหน้าผากสักทีสองที
"ก็ไม่ได้อยากเอาปากกาจิ้มตาหรอกครับ... เอ้ย! ไม่ใช่ค่ะ... ก็ไม่ได้อยากเอาปากกาจิ้มตาสักหน่อย" ธามนัสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตากลมโตของพิมพ์รตาตวัดขวางค้อนควบมาให้ ร่างสูงหัวנסเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ก็แค่สงสัยว่า... ทำไมชีทสรุปวิชาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์หน้าสิบสอง ถึงมีรอยลิควิดเปื้อนเป็นรูปหัวใจได้ล่ะคะคุณรูมเมตตัวแสบ"
"ยะ... อย่ามามั่ว!" พิมพ์รตาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีราวกับลูกมะเขือเทศสุก ความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางรีบตะמתยมือคว้าชีทเจ้ากรรมเข้ามาซุกไว้ในอกทันที ปากก็เถียงเสียงสั่น "ฉันทำเลอะเทอะเฉยๆ หรอกน่า ใครจะไปว่าง Wขีดเขียนอะไรไร้สาระแบบนั้นกัน!"
ไร้สาระงั้นเหรอคะ...
ในใจของพิมพ์รตากลับกรีดร้องตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน ตอนที่เธอนั่งท่องบทอ่านวิชาภาพยนตร์จนตีสอง แล้วเผลอเงยหน้าขึ้นไปมองธามนัสที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น... ภาพใบหน้ายามหลับใหลที่ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มันกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกักเก็บ ปิดตาย และปฏิเสธมาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นรูมเมตของเขา มันเริ่มเอ่อล้นทะลักทลายออกมาจนกั้นไม่อยู่แล้ว
เธอรู้ตัว... รู้ดีมาสักพักแล้วว่า หัวใจดวงนี้มันไม่ได้มองเขาเป็นแค่ "รูมเมต" หรือ "คู่กัด" อีกต่อไปแล้ว
แต่ให้ตายเถอะ! จะให้สารภาพออกไปก่อนได้อย่างไรกัน ในเมื่อหมอนี่มันเจ้าเล่ห์จะตายไป แถมยังชอบทำหน้าเหนือกว่าอยู่เรื่อย ถ้าเธอสารภาพรักออกไปก่อน มีหวังโดนล้อไปจนลูกบวชแน่ๆ ไม่มีทางเสียหรอกที่พิมพ์รตาคนนี้จะยอมเสียฟอร์ม!
ด้านธามนัสเองก็ลอบมองใบหน้าหวานที่กำลังเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาลึกซึ้งที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มขี้เล่น หัวใจของพ่อหนุ่มวิศวะคนดังก็กำลังปั่นป่วนไม่แพ้กันเลยสักนิด เมื่อคืนนี้... ตอนที่เขายังไม่หลับ และแกล้งทำเป็นนอนหลับอยู่บนโซฟา เขารับรู้ทุกการกระทำ ทุกสายตา และแม้กระทั่งเสียงถอนหายใจยาวๆ ด้วยความอ่อนโยนของพิมพ์รตาที่เดินเอาผ้าห่มมาห่มให้เขา
กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยวนเวียนอยู่ในความทรงจำ และภาพที่เผลอมองค้างไว้ตอนที่เธอแอบอมยิ้มให้เขา มันทำให้ธามนัสรู้ซึ้งถึงคำว่า "คลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น" มันเป็นแบบนี้นี่เอง
เขารู้ใจตัวเองดีตั้งแต่วันแรกๆ ที่เธอเข้ามาปأسปั่นชีวิตในคอนโดฯ แล้ว แต่ติดตรงที่... ความฟอร์มจัดและกลัวหน้าแตกนี่สิ มันคือกำแพงเหล็กกล้าที่หนาเตอะยิ่งกว่าตึกคณะวิศวะเสียอีก ธามนัสกลัวว่าถ้าสารภาพไปแล้วเธอจะมองหน้ากันไม่ติด กลัวว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะพังทลายลง
ต่างคนต่างรู้ใจ... แต่ต่างคนต่างก็อมพะอมเก็บความรู้สึกไว้ในใจ ปากแข็งกันทั้งคู่จนบรรยากาศรอบตัวมันอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้ใจสั่นแปลกๆ
"เอ้า! เงียบทำไมล่ะคะ หรือว่าเถียงไม่ออกแล้วว่าตัวเองแอบปิ๊งฉัน" ธามนัสแกล้งทำเป็นยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม แกล้งแซوเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีรวนอยู่ในอก
"หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปปิ๊งนายกัน หน้าตาอย่างกับโจรกลับชาติมาเกิด นิสัยก็กวนประสาท หาความน่ารักไม่เจอเลยสักนิด!" พิมพ์รตาโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอาย มือบางผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่แรงแค่นี้มีหรือจะระคายเคืองร่างสูงได้ แถมธามนัสยังฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กเอาไว้เบาๆ ไม่ให้เธอถอยหนี
ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่พกพาความแพรวพราวมาเต็มร้อย หัวใจของพิมพ์รตากระตุกวูบ จังหวะการหายใจติดขัดไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอมันใกล้กันเกินไปแล้ว ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ใกล้จนเห็นแพขนตาดกหนาและเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาคู่นั้น
"เหรอคะ... หน้าเหมือนโจรเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบาชิดริมหีบปาก ประโยคถัดมาทำเอาพิมพ์รตาแทบหยุดหายใจ "แต่โจรคนนี้... ขโมยหัวใจยัยตัวแสบไปครองหมดทั้งดวงแล้วนะรู้ตัวหรือเปล่า"
กรี๊ด! ประโยคนี้มันอะไรกันเนี่ย! พิมพ์รตาเบิกตากว้าง แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวจนคิดว่าถ้ามีไข่ต้มคงสุกคาที่ไปแล้ว ร่างบางอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่สมองดันประมวลผลไม่ทัน ความเขินอายพุ่งทะยานจนขีดสุด เธอสะบัดข้อมือออกจากการกุมมือของเขาอย่างแรงด้วยความตกใจ
"คนบ้า! พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ฉัน... ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ!"
พูดจบ พิมพ์รตาก็คว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแล้วลุกพรวดพราวก้าวฉับๆ หนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากโต๊ะทันที ทิ้งให้ธามนัสนั่งมองตามหลังแล้วหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความเอ็นดู ร่างสูงทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่ลง
ยัยตัวแสบเอ้ย... เขินจนหนีเตลิดไปอีกแล้ว น่ารักเป็นบ้าเลยให้ตายสิ!
ตัดภาพมาที่ห้องน้ำหญิง... พิมพ์รตานายยืนเอามือทาบอก หอบหายใจรัวราวกับคนเพิ่งวิ่งมาราธอนสิบกิโลเมตร เธอก้มมองเงาตัวเองในกระจกที่แก้มแดงปลั่งไม่ยอมหาย ร่างบางยกมือขึ้นตบเบาๆ ที่สองข้างแก้มเพื่อเรียกสติ
"ยัยพิมพ์ ตั้งสติหน่อยสิแก! อย่าไปหลarกลกลลวงของไอ้บ้านisนั่นเด็ดขาดนะ!" เธอพึมพำกับตัวเองในกระจก พยายามทำใจให้สงบ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวไม่ยอมหยุด ยิ่งนึกถึงประโยคบอกรักแบบมึนๆ เมื่อกี้ ความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนไว้มันก็ยิ่งเอ่อล้นทะลักออกมาจนตาพร่ามัว
ไม่ไหวแล้ว... อึดอัดโว้ย! ถ้าขืนเก็บความรู้สึกนี้ไว้ต่อไป เธอคงอกแตกตายก่อนเรียนจบแน่ๆ
พิมพ์รตาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวรีบกดเข้าแอปพลิเคชันแชตสีเขียว พิมพ์ข้อความระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดลงไปในห้องแชตส่วนตัวของ "คุณรูมเมตตัวกวน" ด้วยความเร็วแสง โดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจใดๆ ทั้งสิ้น
*[พิมพ์รตา]: นายมันคนบ้า! คนเจ้าเล่ห์! ชอบทำให้ใจสั้นอยู่เรื่อยเลยรู้ตัวไหมห๊ะ! ถ้าวันนี้นายยังไม่เลิกแกล้งฉันนะ ฉันจะ... จะบอกความจริงแล้วนะเว้ย ว่าฉัน...*
พิมพ์รตาพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความโมโหปนเขินอาย ก่อนจะกดปุ่ม "ส่ง" ออกไปอย่างรวดเร็ว
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของธามนัสที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะในห้องสมุด ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความที่เพิ่งเด้งเข้ามาจากรูมเมตสาว
ทว่า... ทันทีที่ธามนัสกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่พิมพ์รตาส่งมา รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเขาก็หายวับไปทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนดีใจสุดขีด หัวใจของชายหนุ่มกระหน่ำเต้นโครมครามรุนแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีสุนัขไล่กัดเสียอีก
*ความจริงที่ว่า... ชอบธามนัสเหมือนกัน...*
ธามนัสอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด ยัยตัวแสบปากแข็งของเขากำลังสารภาพรักผ่านทางแชต! ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีด้วยความกระวนกระวายใจ มือหนารีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างลนลาน รอยยิ้มกว้างฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาอย่างปิดไม่มิด
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าห้องน้ำหญิง พิมพ์รตาเพิ่งตั้งสติได้ว่าตัวเองเผลอพิมพ์อะไรลงไปบ้าง สมองประมวลผลทันทีว่า *'ตายแล้ว! ยัยพิมพ์แกส่งอะไรไปเนี่ยยยย!'*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด มือบางรีบกดแตะค้างที่ข้อความนั้นแล้วกดปุ่ม **"ยกเลิกข้อความ"** อย่างรวดเร็วด้วยความลนลานขั้นสุด
แต่ทว่า... ปลายทางกลับขึ้นสถานะว่า **"อ่านแล้ว"** พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำหญิงพอดี!
"พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ จากด้านนอก พร้อมกับเสียงหอบหายใจเล็กน้อย "ข้อความที่ยกเลิกไปเมื่อกี้... ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาดนะครับ!"
ให้ตายเถอะ... พิมพ์รตาอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียตรงนั้นจริงๆ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้ยัยตัวแสบกับคุณรูมเมตคนเก๊กคนนี้ด้วยนะคะ! 🌸
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 22
ความรู้สึกที่เก็บไว้เริ่มล้นใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!