"บอกแล้วไงคะว่าอย่าถอดเสื้อเดินตากฝนกลับมาจากโรงจอดรถ! ทีตอนเป็นเด็กช่างกลไม่เห็นจะสำออยขนาดนี้เลยนี่คะคุณธามนัส!"
พิมพ์รตาแทบจะกรี๊ดใส่เพดานห้องอยู่แล้วค่ะ ถ้าไม่ติดว่าคนตัวโตที่นอนซมอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นกำลังส่งเสียงครางฮือเบาๆ พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าหล่อเหลานั้นยับยู่ยี่ไปหมด
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน หลังจากที่ฝนฟ้ากระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งจนน้ำท่วมขังหน้าหอพัก ธามก็แบกสังขารที่เปียกปอนเหมือนลูกสุนัขตกน้ำเข้ามาในห้อง พร้อมกับอาการตัวร้อนจี๋จนแทบจะทอดไข่ดาวบนหน้าผากได้ และในฐานะรูมเมตผู้ประเสริฐ (ที่โดนสายตาออดอ้อนแกมบังคับของเขากึ่งๆ ลากถู) พิมพ์เลยต้องมารับบทเป็นพยาบาลจำเป็นแบบจำใจสุดๆ ค่ะ
"พิมพ์... หิวน้ำ..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผาก ธามพยายามจะปรือตาขึ้นมอง แต่ดูท่าทางพิษไข้เล่นงานเขาซะจนหมดฤทธิ์เดช หนุ่มวิศวะปากร้ายที่ชอบกวนประสาทเธอทุกวี่วัน ตอนนี้กลับนอนตัวงอเป็นกุ้งต้มอยู่บนโซฟาตัวยาว
"รู้ค่ะว่าหิวน้ำ ไม่ต้องสั่งเลย นอนนิ่งๆ ไปเลยนะคุณ!" พิมพ์บ่นอุบอิบขณะเดินถือแก้วน้ำอุ่นผสมเกลือแร่เดินกลับมา เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างโซฟา มือข้างหนึ่งวางลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อประคองให้เขาลุกขึ้นดื่มน้ำได้สะดวก "อ้าว... ลุกขึ้นมาสิคะ จะนอนราบดื่มน้ำให้สำลักตายหรือไงเล่า"
ธามไม่ตอบ คำตอบของเขาคือการเอียงหัวซบลงตรงซอกคอของพิมพ์อย่างไร้เรี่ยวแรง จนคนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ไอ้... เอ๊ย! คุณธาม! นี่ฉนวนกันความร้อนหรือไงคะ มากอดคอฉันทำไมเนี่ย ตัวร้อนจี๋แล้วยังจะมาฉวยโอกาสอีก!" พิมพ์โวยวายหน้าแดงก่ำ พยายามดันไหล่หนาออก แต่แรงของผู้หญิงร่างบางหรือจะไปสู้แรงของ(อดีต)นักกีฬาบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย แม้ว่าตอนนี้เขาจะป่วยปางตายก็ตามที
"หนาว..." เสียงกระซิบแหบพร่าเป่ารดต้นคอจนพิมพ์ขนลุกซู่ ดวงตาคู่คมที่เคยพราวระยับตอนนี้ปิดสนิท ลมหายใจที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ร้อนผ่าวจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
ให้ตายเถอะ... ปกติเวลาทะเลาะกัน เธอก็อยากจะหยิกเนื้อเขาสซักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่พอเห็นเขาหมดสภาพแบบนี้... ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่กลับมลายหายไป เหลือเพียงความวุ่น
ใจปนความสงสารที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก
"โอเคๆ หนาวก็หนาวสิคะ!" พิมพ์กัดริมฝีปากอย่างจนใจ เธอค่อยๆ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าห่มผืนหนาจากเตียงนอนของตัวเองมาคลุมให้เขาจนถึงคอ ปรับแอร์ในห้องให้ลดความเย็นลง แล้วเดินไปหยิบกะละมังใส่น้ำอุ่นกับผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดตัวให้พ่อคุณทูนหัวที่ไม่ยอมขยับไปไหนเลย
บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก พิมพ์นั่งลงบนพรมปูพื้นข้างโซฟา เธอ บิดผ้าห่มหมาดๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของธามออกทีละเม็ดอย่างเก้ๆ กังๆ
"อื้อ..." ธามครางประท้วงเบาๆ เมื่อปลายนิ้วของเธอเฉียดโดนผิวเนื้อช่วงอกแกร่ง พิมพ์สะดุ้งรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู
"จะ... จะครางทำไมเนี่ย! ฉันไม่ได้จะปล้ำคุณสักหน่อย แค่จะเช็ดตัวลดไข้ให้ย่ะ นอนนิ่งๆ ไปเลยนะ" เธอแหวใส่แก้เขิน พยายามรวบรวมความกล้าแล้วเอื้อมมือไปเช็ดหน้าผาก ลำคอ และแผงอกกว้างที่มีรอยสักจางๆ อย่างระมัดระวัง
ดวงตาคมกริบที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ปรือขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างเชื่องช้า แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนเงาในดวงตาคู่นั้นที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนบางอย่างที่ทำให้พิมพ์ต้องชะงักมือที่กำลังถือผ้าขนหนู
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีเหาหรือไง" พิมพ์หลบสายตา ทำเป็นดุกลบเกลื่อนความประหม่า
"เปล่า..." ธามกระซิบเสียงแหบ พลิกตัวตะแคงเข้าหาเธอ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ "มอง... พยาบาลส่วนตัว... สวยดี"
"ปากคอเราะร้ายป่วยการเมืองแบบนี้ แสดงว่าใกล้หายแล้วสินะคะ!" พิมพ์ค้อนให้วงใหญ่ แต่ไม่กล้าถอยหนีเพราะมือหนาของเขาเอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ
"ไม่ได้แกล้ง... พูดจริง" ธามใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบาๆ อย่างแผ่วเบา "ขอบคุณนะ... พิมพ์"
คำพูดธรรมดา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนล้า แต่มันกลับมีพลังประหลาดที่ทำให้หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบ เธอเผลอมองสบตาเขานานเกินไป นานจนลืมหายใจ นานจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นดังแข่งกับเสียงฝนข้างนอก
"อะ... อื้อ รู้แล้วน่า รีบนอนพักได้แล้วคุณ ฉันจะนั่งเฝ้าตรงนี้แหละ กลัวคุณละเมอเดินไปกินน้ำยาล้างห้องน้ำอีก" พิมพ์รีบดึงมือตัวเองกลับ แสร้งทำเป็นจัดผ้าห่มให้เขาแน่นขึ้นเพื่อซ่อนอาการใจสั่นระรัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ พิมพ์นั่งกอดเข่าพิงโซฟาเผลอหลับไปในท่านั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว จนกระทั่ง...
"อ๊ะ!"
พิมพ์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอุ่นๆ มาคลอเคลียอยู่แถวแก้ม เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสในความมืดสลัวของห้อง และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ธามไม่ได้นอนซมอยู่บนโซฟาแล้ว... เขายันตัวลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่เพียงลมหายใจกั้น และก่อนที่เธอจะได้อ้าปากโวยวายอะไร นิ้วเรียวยาวของเขาก็เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าแก้มให้อย่างเบามือ
"ตื่นแล้วเหรอครับ... ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มแหบหายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงความนุ่มทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหู
"คุณธาม! คุณ... หายไข้แล้วเหรอ ทำไมมาอยู่ท่านี้เนี่ย!" พิมพ์หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้เธอตกอยู่ในวงแขนของเขาที่กักตัวเธอไว้พิงโซฟา
ธามไม่ตอบ เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หายไปตอนป่วยตอนนี้กลับมาครบถ้วน พร้อมกับประกายตาคู่คมที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"ก็เพราะมีพยาบาลดูแลดีไข้เลยลดเร็ว..." ธามโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกของเธอ "แต่ตอนนี้... เปลี่ยนจากไข้หวัด มาเป็นไข้ใจแทนแล้วทำไงดีล่ะพิมพ์"
"ฮะ... เฮ้ย! พูดอะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ!" พิมพ์ดันอกแกร่งไว้สุดแรงเกิด แต่ธามกลับรวบเอวบางของเธอเข้าไปชิดติดตัวมากขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ริมฝีปากของเธอจนสติกระเจิง
ธามจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไป เหลือไว้เพียงความจริงจังที่ทำให้พิมพ์ลืมหายใจ
"ไม่ได้พูดเล่นนะพิมพ์..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้... ไม่ได้คิดว่าเราเป็นแค่รูมเมตแล้วนะ"
สิ้นคำพูดนั้น ธามก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากอุ่นร้อนทาบทับลงบนริมฝีปากของเธอทันที โดยที่พิมพ์ยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือปฏิเสธ!
สัมผัสอบอุ่น นุ่มนวล และหวานล้ำจนสมองของพิมพ์ขาวโพลน เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดเจือจางของเขาผสมกับความอบอุ่นในห้องทำให้เธอเคลิบเคลิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว มือเล็กที่เคยดันอกเขาไว้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของเขาแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดึงสติของพิมพ์ให้หลุดออกจากภวังค์สีชมพู เธอเบิกตากว้าง ผลักอกธามให้ออกห่างอย่างแรงด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด
"แฮ่ก... คุณธาม! นี่คุณ..." พิมพ์ชี้หน้าเขาด้วยความเขินอายจนพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา
บนหน้าจอแสดงข้อความแชตจาก **มีน** เพื่อนสนิทตัวดี ที่ส่งภาพหน้าจอห้องนั่งเล่น (ที่แอบถ่ายไว้จากมุมลับตา) พร้อมกับข้อความที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์สูบฉีดจนแทบจะเป็นลม
*[มีนตัวแม่]: ว이วดีมากแก! ฉันเห็นนะจูงปากกันอยู่! สรุปนี่รูมเมตหรือสามีคะยัยพิมพ์ ตอบด่วน!*
พิมพ์หน้าซีดเผือด รีบร้อนกดแป้นพิมพ์เพื่อจะแก้ตัวและด่ากราดเพื่อนสนิท แต่ด้วยความลนลานและสติที่หลุดลอยไปไกล นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่มส่งข้อความเสียงยาวเหยียดที่เธอเพิ่งบ่นพึมพำเมื่อกี้ออกไปในกลุ่มแชตของแก๊งเพื่อนสนิทโดยที่กดยกเลิกไม่ทัน!
*(เสียงในแชตกลุ่มดังลั่นห้อง: "ไอ้บ้าธาม! นายมันฉวยโอกาส คนบ้าอะไรฉวยจังหวะป่วยมาปล้นจูบฉันเนี่ยยย!")*
ห้องทั้งห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง...
ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระคนขบขัน
"อ้าว... ประกาศให้โลกรู้เลยเหรอครับว่าฉันเป็นคนปล้นจูบเธอ... งั้นแสดงว่าต้องรับผิดชอบใช่ไหมเนี่ย?"
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของยัยตัวแสบกับนายวิศวะคนนี้นะคะ!*
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 8
ไข้หวัดกับนายวิศวะขี้อ้อน
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!