"ถ้าพวกเธอคิดว่าขีดจำกัดของระบบสายเปย์มันมีแค่การเลี้ยงดูมอนสเตอร์ให้เติบโตแบบน่ารักน่าเอ็นดูแล้วล่ะก็... คงต้องบอกว่าพวกท่านประเมินโครงสร้างอัลกอริทึมของโลกใบนี้ต่ำเกินไปแล้วนะคะ"
รินะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใต้ดินแห่งมหาวิหารร้าง แสงสีฟ้าจากหน้าต่างกระจกสีที่แตกร้าวสาดส่องลงมาทาบทับร่างของเธอ อดีตโปรเพลเยอร์ระดับตำนานไม่ได้มีสีหน้าล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นทรง The Great Gatsby กลับฉายประกายความจริงจังที่กดดันจนอากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า
คีย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลาโบราณ หน้าจออินเทอร์เฟซสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศไม่ได้แสดงผลแค่ค่าสถานะปกติธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังสั่นกระเพื่อมราวกับไฟล์ข้อมูลขนาดมหึมาที่กำลังฝืนทะลักผ่านช่องแคบ เกจพลังงานมานาในร่างของเขาพุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดเดิมที่ระบบเคยล็อกเอาไว้ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงกระหึ่มต่ำๆ ที่สะเทือนมาจากพื้นหินเบื้องล่าง
"สามร้อยเปอร์เซ็นต์... ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไป ป่านนี้ระบบคงรีเซ็ตตัวละครเพราะโอเวอร์โหลดจนระเบิดเป็นเศษข้อมูลไปแล้วนะคะอาจารย์" คีย์พึมพำเบาๆ พร้อมกับใช้มือปัดหน้าต่างโฮโลแกรมเพื่อตรวจสอบบรรทัดโค้ดที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด นิ้วเรียวยาวกวาดผ่านหน้าจอด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ การวิเคราะห์ช่องโหว่ระดับรากฐาน (Root Level Exploit) ที่เขาใช้เวลาหมกมุ่นมานานนับเดือนกำลังจะออกดอกออกผลในวินาทีนี้
"นั่นก็เพราะนายไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไปยังไงล่ะคะ คีย์..." รินะก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเธออ่อนลงเล็กน้อยเมื่อมองเด็กหนุ่มผู้พลิกผันโฉมหน้าของเกมนี้ไปตลอดกาล "นายคือคนแรกที่ไม่ได้มองมอนสเตอร์เป็นแค่ 'เป้าหมายในการล่า' หรือ 'ค่าประสบการณ์' แต่นายมองเห็นพวกมันเป็นพันธมิตร... และระบบเกมก็ตอบสนองต่อเจตจำนั้นด้วยการปลดล็อกประตูบานที่ไม่มีใครเคยไปถึง"
เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง เงาดำมหึมานับร้อยคู่กำลังเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง ดวงตานับร้อยดวงส่องประกายเรืองรองในความมืด ไม่ว่าจะเป็นราชาอสูรพฤกษาจากป่าลึก, มังกรอัคคีวัยรุ่นที่คีย์เคยแบ่งปันผลึกมานาให้, ไปจนถึงฝูงสปีชีส์กลายพันธุ์ระดับตำนานที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ พวกมันทั้งหมดไม่ได้มารวมตัวกันเพื่อทำลายล้าง แต่พวกมันมาเพื่อ 'รอคอยคำสั่ง'
คีย์สูดลมหายใจเข้าลึก
ในอดีต สกิลควบคุมของสายซัมมอนer ทั่วไปถูกจำกัดไว้ที่ตัวเลขหลักหน่วยหรืออย่างมากก็ไม่เกินสิบตัว เนื่องจากการเชื่อมต่อจิตวิญญาณ (Neural Link) จะสร้างภาระมหาศาลให้กับสมองของผู้เล่น แต่วิธีการที่คีย์คิดค้นขึ้นนั้นไม่ใช่การใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงจิตใจของมอนสเตอร์ หากแต่เป็นการสร้าง 'เครือข่ายความไว้วางใจ' ผ่านระบบไอเทมและการแจกจ่ายทรัพยากรที่ยุติธรรม จนเกิดเป็นระบบนิเวศขนาดย่อมที่เชื่อมโยงความนึกคิดของมอนสเตอร์ทุกตัวเข้ากับศูนย์กลางจิตใจของเขา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบูรณาการโค้ดคำสั่งพิเศษ 'Symbiotic Command Protocol' สำเร็จ 100%]
[สถานะ: ปลดล็อกขีดจำกัดพลังขั้นสูงสุด - [Absolute Legion Mastery]]
[คำเตือน: คุณกำลังจะกลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพมอนสเตอร์ตนแรกในประวัติศาสตร์โลกเสมือนจริง VRMMO ยืนยันการเชื่อมต่อหรือไม่?]
รอยยิ้มมุมปากของคีย์ปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและมั่นใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้าก่อนจะกดปุ่มยืนยันด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ยืนยันค่ะ"
สิ้นเสียงคำสั่งนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่งชั่วขณะ
คลื่นกระแทกสีทองคำขาวแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจากร่างของคีย์ มันกวาดผ่านผืนป่า ทะเลสาบ และยอดเขาสูงเสียดฟ้าทั่วทั้งแผนที่ บรรดาผู้เล่นระดับท็อปจากกิลด์ใหญ่ที่กำลังล่าบอสอยู่ต่างต้องหยุดชะงักและทำหน้าตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ หน้าจอของพวกเขาก็ขึ้นเตือนสีแดงฉานว่าค่าอำนาจควบคุมอาณาเขตถูกยึดครองโดยบุคคลปริศนา
มอนสเตอร์ทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ที่เคยเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน กลับพร้อมใจกันคุกเข่าลงหันหน้าเข้าหาทิศทางที่คีย์ยืนอยู่ เสียงคำรามประสานเสียงกันกึกก้องราวกับบทเพลงสรรเสริญของผู้พิชิต
รินะมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ ปนความทึ่งระคนกัน "นี่แหละค่ะ... สิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ที่สร้างขึ้นด้วยมันสมองและหัวใจ"
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าครอบงำหลังคลื่นพลังสงบลงนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซส่วนตัวของคีย์ก็ไม่ได้ดับลงเหมือนที่ควรจะเป็น มันกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือดสด... พร้อมกับตัวอักษรปริศนาที่ปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ด้วยฟอนต์โบราณที่อ่านยากเย็น
[ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากผู้ใช้งานภายนอก... แหล่งที่มา: โปรแกรมควบคุมหลักที่ไม่รู้จัก]
[คำเตือนระดับวิกฤต: คุณได้ปลดล็อกประตูมิติชั้นที่ 36 ซึ่งไม่เคยถูกบันทึกไว้ในแผนที่หลักของระบบ]
[และ... มีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลใต้ก้นบึ้งของข้อมูลที่คุณเพิ่งดึงออกมา]
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของคีย์และรินะเริ่มแตกร้าวเป็นทางยาว เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ไม่อาจระบุได้ว่าเป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตหรือเสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากรอยแยกนั้น มอนสเตอร์นับร้อยตัวที่เคยคุกเข่าคำนับคีย์เมื่อครู่ ต่างพากันผุดลุกขึ้นด้วยท่าทางตื่นตระหนก ขนตามลำตัวตั้งชัน ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวต่อบางสิ่งที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง
รินะหน้าถอดสี มือเรียวคว้าแขนของคีย์ไว้แน่น "คีย์... นั่นไม่ใช่ข้อมูลจำลองของเกมแล้ว! สัญญาณชีพจรนั่นมัน..."
ก่อนที่อาจารย์สาวจะทันได้พูดจบ ประตูมิติสีดำสนิทก็ระเบิดออกพร้อมกับร่างเงาสูงตระหง่านที่ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นระรัวไปกับมิตรภาพอันงดงามนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ระบบเกมของผมทำไมมันถึงกลายเป็น 'สายเปย์' ให้มอนสเตอร์!•ตอนที่ 28
ขีดจำกัดพลังที่ถูกทำลาย
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเกมของผมทำไมมันถึงกลายเป็น 'สายเปย์' ให้มอนสเตอร์! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!