กลิ่นอายของกระดาษหนังแกะเก่าแก่และผงหมึกเวทมนตร์คละคลุ้งไปทั่วหอสมุดกลางของสถาบันอคาเดมี่อิงก์เวิลด์ แต่บรรยากาศอันเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่จงใจลากพื้นเสียงดัง เพื่อประกาศให้ผู้คนรอบข้างรับรู้ถึงการมาถึงของผู้มีอภิสิทธิ์
"เกะกะ... หลีกทางหน่อยสิ เจ้าสามัญชนกลิ่นอายมานาต่ำต้อย"
น้ำเสียงเย่อหยิ่งและแฝงด้วยความดูถูกเหยียดหยามดังขึ้นเหนือศีรษะของลูคัส เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตำราเวทมนตร์ธาตุแสงระดับกลางที่เขากำลังวิเคราะห์โครงสร้างมานาอยู่เลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยังคงเคาะโต๊ะไม้โอ๊กเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสดงถึงความไม่ยี่หระต่อผู้มาเยือน
ลูคัสค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคู่คมสีรัตติกาลมองตรงไปยังร่างของ "วัลแคน เดอ ลูเมน" บุตรชายคนโตแห่งตระกูลขุนนางชั้นสูง ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ด้านหลังของวัลแคนมีผู้ติดตามร่างยักษ์อีกสองคนคอยยืนค้ำหัวแผ่รังสีข่มขู่
"อ้อ นึกว่าใคร..." ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "ท่านวัลแคนนี่เอง ช่วงนี้พลังมานาของท่านคงว่างเว้นจากการฝึกฝนสินะ ถึงได้มีเวลามาเดินตรวจตราความเรียบร้อยในหอสมุดแทนที่จะไปนั่งท่องตำราพื้นฐานที่สอบตกเมื่อสัปดาห์ก่อน"
คำพูดที่เรียบเรียงอย่างสุภาพแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ ทำให้ใบหน้าของวัลแคนกระตุกวูบ เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขึ้นมาทันที
"เจ้า...!" วัลแคนกัดฟันกรอด ขยับตัวเข้ามาประชิดโต๊ะจนเงาสะท้อนจากตัวเขากลบแสงสว่างจากโคมไฟเวทมนตร์ "ปากกล้าดีนี่ ลูคัส! แกคิดว่าการที่อาจารย์เซเลสเตียเมตตาให้แกเข้าห้องเรียนพิเศษตัวต่อตัว แล้วแกจะกลายเป็นคนสำคัญขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอ? แกมันก็แค่เศษสวะที่โชคดีจับฉลากได้ทุนสนับสนุนระดับต่ำเท่านั้นแหละ!"
บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มตึงเครียด เหล่านักเรียนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บริเวณใกล้เคียงต่างพากันหลบสายตาและถอยร่นออกไปห่างๆ เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวจากอิทธิพลของตระกูลเดอ ลูเมน ทว่าไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรกแซง
ลูคัสลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณชายตระกูลขุนนางเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นจางๆ บนปกเสื้อเครื่องแบบนักเรียนอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินวัยนั้นยิ่งทำให้วัลแคนรู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นตัวตลกในสายตาของเด็กหนุ่ม
[ติ๊ง! ระบบประเมินสถานการณ์อัจฉริยะทำงาน]
[เป้าหมาย: วัลแคน เดอ ลูเมน (ระดับพลัง: เวทมนตร์ธาตุไฟ ขั้นกลาง ระดับ 3)]
[จุดอ่อน: ควบคุมอารมณ์ได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน, สมาธิกระจายตัวเนื่องจากความโกรธ, พลังมานาในร่างกายกำลังปั่นป่วนจากการใช้คาถาเร่งพลังก่อนหน้านี้]
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้หลักจิตวิทยาตอกกลับด้วยเหตุผลเชิงวิชาการ จะทำให้เป้าหมายสูญเสียการควบคุมและเสียหน้าโดยไม่ต้องลงมือใช้กำลัง]
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่มีเพียงลูคัสเท่านั้นที่ได้ยินดังขึ้นในห้วงความคิด รอยยิ้มมุมปากของเด็กหนุ่มจึงปรากฏขึ้นจางๆ อย่างรู้ทัน
"ท่านพูดถูกส่วนหนึ่งนะฃ." ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนฟัง และเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ข้าอาจจะเป็นแค่สามัญชนที่ได้รับโอกาสจากท่านอาจารย์เซเลสเตีย แต่ในขณะที่ข้ากำลังศึกษาโครงสร้างการไหลเวียนของธาตุแสงเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการป้องกันเขตอาคม ท่านกลับกำลังใช้พลังมานาธาตุไฟระดับสามระบายความหงุดหงิดใส่กระดาษหนังแกะราคาแพงในห้องสมุด..."
ลูคัสเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง กวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวผู้คนที่เริ่มมุงดู ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ยินกันทั่ว
"ถ้าท่านอาจารย์เซเลสเตียผ่านมาเห็นท่านใช้มานาสิ้นเปลืองโดยไร้ประโยชน์แบบนี้ แถมยังส่งเสียงดังรบกวนสมาธิของผู้อื่นในเขตหอสมุดหลวง... เกรงว่าบทลงโทษคัดลอกกฎระเบียบสถาบันห้าร้อยจบเมื่อเดือนก่อน คงจะดูน้อยไปเลยกระมังคะ... อ๊ะ ขออภัย ข้าหมายถึง... คงจะดูน้อยไปเลยล่ะนะ" ลูคัสแกล้งทำเป็นพูดผิดสำนวนเล็กน้อยเพื่อเย้าแหย่
คำว่า 'บทลงโทษของอาจารย์เซเลสเตีย' ทำเอาศัตรูตัวฉกาจถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายที่เคยเกร็งด้วยความโกรธชะงักกึกทันที เพราะทุกคนในสถาบันต่างรู้ซึ้งถึงความเฉียบขาดและบทลงโทษอันแสนโหดหินของอาจารย์สาวธาตุแสงผู้เยือกเย็นคนนั้นเป็นอย่างดี ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจมืดของเธอยามที่เธอเอาจริงแม้แต่คนเดียว
วัลแคนอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าลูคัสด้วยความเคียดแค้นสุดขีด "ฝากไว้ก่อนเถอะ... ลูคัส! แกอย่าคิดว่าจะมีบุญแบบนี้ไปตลอด!" พูดจบเขาก็สะบัดผ้าคลุมแล้วเดินหนีหายไปท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความขบขันระคนสมเพช
ลูคัสถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก เขาทรุดตัวลงนั่งลงที่เดิม ปิดตำราเวทมนตร์ลงช้าๆ พลางคิดในใจว่าการรับมือกับเด็กเส้นที่สมองกลวงนั้นบางทีก็เหนื่อยกว่าการคำนวณวงแหวนเวทมนตร์ซะอีก
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนบันทึกต่อ นิ้วมือของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากมานาอันบริสุทธิ์และเยือกเย็นที่แผ่ซ่านมาจากความมืดหลังชั้นหนังสือแถบมุมลึกของหอสมุด
[คำเตือนจากระบบระดับวิกฤต!]
[ตรวจพบการปลดปล่อยมานาธาตุแสงความเข้มข้นสูงระดับ SSS จากระยะประชิด]
[บุคคลปริศนา: กำลังก้าวออกจากเงาของชั้นหนังสือ และอัตราการเต้นของหัวใจของท่านกำลังเพิ่มสูงขึ้นเกิน 120 ครั้งต่อนาที]
ลูคัสสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และทันทีที่สายตาของเขาปรับโฟกัสเข้ากับร่างเพรียวระหงที่ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างกายของเขาก็เหมือนถูกตรึงไว้กับที่ด้วยความตกตะลึง
เส้นผมสีเงินยวดยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ ดวงตาคู่คมสีฟ้าครามราวกับห้วงสมุทรลึกกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบประดับอยู่บนเรียวปากสวยได้รูป
"แก้ปัญหาได้ไม่เลวนี่... ลูคัส" เสียงหวานกังวานแต่แฝงด้วยความกดดันอันคุ้นเคยดังขึ้นแผ่วเบา "แต่ดูเหมือนว่า... เธอจะเอาชื่อของฉันไปแอบอ้างขู่คนอื่นอย่างสนุกสนานเลยสินะคะ?"
อาจารย์เซเลสเตียยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาที่เธอมองมาทำให้ลูคัสรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดลงฮวบฮับทันที และก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากแก้ตัว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังแทรกขึ้นมาในหัวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงรัวเร็วกว่าปกติ
[ภารกิจลับเฉพาะกิจถูกเปิดใช้งาน: "คำพิพากษาของอาจารย์สาว"]
[เงื่อนไข: เอาตัวรอดจากการทดสอบบทลงโทษเฉพาะกิจของเซเลสเตียภายใน 3 นาที มิฉะนั้นแต้มมานาทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์บทที่ 5 ไปด้วยกันนะคะ - เซเลสเทียละอองเวท
สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง•ตอนที่ 5
เผชิญหน้ากับคู่แข่งคนแรก
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!